คสรท. สุดทนยื่นข้อเรียกร้องตั้งแต่เมษายน ยังนิ่งไม่ตอบไม่แก้ ด้านครม.อนุมัติโครงการลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐ
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคสรท. กับกลุ่มสหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงานกว่า 50 คน ได้เดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111 ของรัฐบาล ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) ตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล
นางสาววิไลวรรณ ประธาน คสรท.กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้มีมติร่วมกันกับสรส. เพื่อติดตามหนังสือข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 จำนวน 6 ข้อ เพื่อให้ทางนายกแก้ไขปัญหา เนื่องจาก 1 พฤษภาคมวันกรรมกรสากลที่ผ่านมา ที่ทั่วโลกมีผู้ใช้แรงงานออกมาเฉลิมฉลองกันทุกปี และมีการนำเสนอประเด็นปัญหาให้กับรัฐบาลในประเทศต่างๆ ให้มีการดำเนินการแก้ไข ซึ่งทางคสรท. และสรส.ได้มีข้อเสนอไปแล้ว ดังนี้
1. รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง เพื่อให้กลไกของลูกจ้าง สหภาพแรงงาน เป็นส่วนช่วยให้คนงานเข้าถึงสิทธิ ซึ่งมีการเรียกร้องมากว่า 24 ปีแล้ว
2. รัฐต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบเพื่อให้เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนที่รัฐต้องดูแล
3. รัฐต้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 360 บาทให้เท่ากันทั่วประเทศ เพราะถือว่าอำนาจการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นของรัฐบาล ซึ่งขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่ต้องกำหนดปรับขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ
4. รัฐต้องปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ ให้เกิดขบวนการมีส่วนร่วม เกิดขบวนการตรวจสอบ เรื่องการใช้เงินที่ไม่โปร่งใส ซึ่งทางคสรท.ได้มีการยื่นเรื่องให้กับทางรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง
5. รัฐต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดูแลเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงาน เกิดการคุกคาม และการเลิกจ้างสหภาพแรงงานในรูปแบบต่างๆในช่วงของการยื่นข้อเรียกร้อง เจรจาต่อรองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานของผู้ใช้แรงงาน
6. รัฐบาลต้องดำเนินการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้ต่ำ ที่มีปัญหาด้านฐานะการเงิน ซึ่งธนาคารแรงงานนี้จะมีบทบาทส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานสามารถกู้เงินได้ในดอกเบี้ยต่ำ สามารถกู้เงินไปประกอบอาชีพในช่วงตกงานหรือมีปัญหา
ข้อเสนอทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่สำคัญกับผู้ใช้แรงงาน และครอบครัว พ่อ แม่พี่น้องลูกที่อยู่ในต่างจังหวัด การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นความจำเป็นเรื่องปากเรื่องท้องของผู้ใช้แรงงาน จึงจำเป็นต้องปรับให้เท่ากันทั่วประเทศ การยื่นข้อเรียกร้องได้มีการยื่นมาหลายครั้งแล้วและขอยืนยันว่าเป็นอำนาจตัดสินของนายกรัฐมนตรีในการที่จะเสนอปรับขึ้นค่าจ้าง
ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยที่ทีประชุม อนุมัติหลักการโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ เร่งรัดจัดทำฐานข้อมูลโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เบื้องต้นคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการนี้โดยสมัครใจ คือ ว่างงานหรือผู้ที่มีรายได้รวมปีละไม่เกิน 1 แสนบาท พร้อมเปิดเผยรายได้การถือครองทรัพย์สิน เจ้าหนี้ และหนี้สิน เพื่อแสดงตนว่า มีรายได้น้อย สมควรที่รัฐต้องช่วยเหลือ กำหนดให้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย สนใจลงทะเบียนได้ที่ ธ.ก.ส. ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย สำหรับปี 2559 เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ วันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2559 นี้ สำหรับปีถัดไปจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม กำหนดให้อยู่ในช่วงวันที่ 1 -30 กันยายน โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะออกมาเป็นประกาศ และระเบียบต่อไป
นักสื่อสารแรงงาน รายงาน

