นักสื่อสารแรงงาน แถลงค้านการเปลี่ยนแปลงแหล่งงบประมาณที่กระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ พร้อมข้อเรียกร้องหลักประกันต่อรัฐบาล

แถลงการณ์เปิดผนึกเครือข่ายนักสื่อสารแรงงานถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
งบประมาณสื่อสาธารณะต้องเป็นอิสระ เงินสุขภาพต้องไม่สะดุด สิทธิประชาชนต้องไม่ถูกลดทอน
เรื่อง คัดค้านการเปลี่ยนแปลงแหล่งงบประมาณที่กระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ พร้อมข้อเรียกร้องหลักประกันต่อรัฐบาล

จากกรณีข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการจัดสรรงบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) ให้แก่ 4 หน่วยงานและกองทุน ได้แก่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยเปลี่ยนไปใช้วิธีการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดินตามปกติ

เครือข่ายนักสื่อสารแรงงานเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของงบประมาณไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคทางการเงิน หากแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอิสระ ของ 4 หน่วยงาน และกองทุน ในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งสุขภาวะด้านสุขภาพ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน และความต่อเนื่องของการทำงานเพื่อสังคม และประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง

แม้การรักษาวินัยทางการเงินการคลังและการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่กระบวนการดังกล่าวต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองความเป็นอิสระขององค์กรสื่อและกองทุนสาธารณะ ต้องไม่สร้างเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองใช้อำนาจจัดสรรงบประมาณมาแทรกแซง หรือควบคุมทิศทางการทำงานขององค์กรเหล่านี้
3 ผลกระทบสำคัญที่แรงงานและประชาชนต้องจับตา

  1. ความเป็นอิสระของ Thai PBS คือหลักประกันสิทธิในการรับรู้ของประชาชน
    สื่อสาธารณะมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างเป็นอิสระ สะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน และเป็นพื้นที่สื่อสารให้กับกลุ่มคนผู้ไม่มีอำนาจต่อรอง หากเปลี่ยนระบบงบประมาณโดยไม่มีกลไกคุ้มครองที่ชัดเจน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสื่อสาธารณะ
  2. ปัญหาแรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องได้รับการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง
    ผู้ใช้แรงงานและกลุ่มเปราะบางต้องการพื้นที่สื่อสารเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงาน การจ้างเหมาช่วง ประกันสังคม แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ รวมถึงประเด็นเด็ก ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม และชุมชน สื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจะช่วยนำเสนอประเด็นเหล่านี้ได้อย่างรอบด้านโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
  3. การส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิการสังคมต้องไม่ขาดช่วง
    การเปลี่ยนแหล่งงบประมาณของ สสส. และกองทุนสวัสดิการต่างๆ ต้องมีหลักประกันว่าจะไม่กระทบต่อการป้องกันโรค การลดปัจจัยเสี่ยง และการดูแลกลุ่มเปราะบาง แรงงาน ครอบครัว และประชาชนไม่ควรต้องมารับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการบริหารงบประมาณแผ่นดิน

เครือข่ายนักสื่อสารแรงงานขอยืนยันว่า วินัยการคลัง ความโปร่งใส และความเป็นอิสระของทั้ง 4 หน่วยงาน สามารถดำเนินควบคู่กันได้ ผ่านกลไกการตรวจสอบของประชาชนและระบบที่มีอยู่เดิม โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนความเป็นอิสระขององค์กร หรือเปิดช่องให้ทุนและฝ่ายการเมืองเข้ามาครอบงำ
ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล

  • เปิดเผยข้อมูลและจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง
    รัฐบาลและผู้เสนอร่างกฎหมายต้องเปิดเผยหลักการ เหตุผล ผลกระทบทางการเงิน สังคม และแผนงบประมาณทดแทนอย่างชัดเจน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากแรงงาน สหภาพแรงงาน นักศึกษา นักวิชาการ องค์กรสื่อ และภาคประชาชนอย่างจริงจังก่อนมีการแก้ไขกฎหมาย
  • คุ้มครองความเป็นอิสระของ Thai PBS ด้วยหลักประกันทางกฎหมาย
    หากมีการเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ ต้องมีกลไกทางกฎหมายที่รับประกันว่า Thai PBS จะได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง และคาดการณ์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้เรื่องงบประมาณมาเป็นเครื่องมือกดดันการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ
  • คุ้มครองสวัสดิการ ประสิทธิภาพการบริการ และมั่นคงในการจ้างงาน
    รัฐบาลต้องแสดงแผนงบประมาณทดแทนและมาตรการป้องกันงบประมาณขาดช่วงอย่างชัดเจน เพื่อให้ภารกิจด้านสุขภาพ สวัสดิการผู้สูงอายุ การพัฒนากีฬา และการสื่อสารสาธารณะดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต คุณภาพงาน และความมั่นคงในการจ้างงานของคนทำงานสื่อและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างกลไกการตรวจสอบที่มีส่วนร่วมจากภาคแรงงานและประชาชน
    จัดตั้งระบบติดตามผลกระทบที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยให้ตัวแทนแรงงาน สหภาพแรงงาน และภาคประชาชน ร่วมประเมินการใช้จ่ายงบประมาณและคุณภาพบริการ พร้อมทั้งรักษาและพัฒนากลไกที่มีอยู่เดิม เช่น สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ เพื่อรับประกันการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ
  • ชะลอการดำเนินการจนกว่าจะมีหลักประกันคุ้มครองสิทธิประชาชนที่ชัดเจน
    รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบใหม่สามารถรักษาความโปร่งใส ความคุ้มค่า ความต่อเนื่องของภารกิจ และความเป็นอิสระขององค์กรได้อย่างแท้จริง หากยังไม่มีหลักประกันที่เพียงพอ ขอให้ชะลอการแก้ไขกฎหมายออกไปก่อน
    จุดยืนของเครือข่ายนักสื่อสารแรงงาน

เราเชื่อมั่นว่า งบประมาณสาธารณะเป็นทรัพยากรของประชาชน จึงต้องถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม

เราไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบงบประมาณ แต่การตรวจสอบนั้นต้องไม่ทำลายความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และต้องไม่ผลักภาระมาสู่การสื่อสารประเด็นแรงงาน สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และความเดือดร้อนของชุมชน

สื่อที่เป็นอิสระ คือพื้นที่ของเสียงประชาชน
สุขภาพที่ดี คือสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน

งบประมาณสาธารณะ ต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิและเสรีภาพ
เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน และยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างใดๆ ที่ทำให้สิทธิ เสรีภาพ การสื่อสารสาธารณะ ประสิทธิภาพของสื่อ และคุณภาพชีวิตของแรงงานลดทอนลงแม้แต่น้อย
ด้วยจิตวิญญาณแห่งสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรม

เครือข่ายนักสื่อสารแรงงาน

ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569