
ประกันสังคมขานรับ “สมรสเท่าเทียม” ย้ำคู่สมรสทุกเพศรับสิทธิคุ้มครองอย่างเท่าเทียม
สำนักงานประกันสังคมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและคู่สมรสทุกเพศอย่างเสมอภาค ขานรับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ที่เปลี่ยนนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ส่งผลให้คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกเพศได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมอย่างเท่าเทียม
สิทธิประโยชน์สำคัญกรณีเสียชีวิต
- เงินสงเคราะห์กรณีตาย: หากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่ สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย, บิดาและมารดา (กรณีไม่จดทะเบียนสมรสจะได้สิทธิเฉพาะมารดา), และบุตร
- ค่าทำศพ: คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับเงินค่าทำศพแบบเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- เงินบำเหน็จชราภาพ: หากผู้ประกันตน ม.33 หรือ ม.39 เสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญ ทายาทรวมถึงคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามส่วนแบ่งกฎหมายกำหนด โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
- 1. บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
- 2. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
- 3. บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
- 4. บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท
- หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
คำแนะนำสำหรับผู้ประกันตน
- ระบุผู้รับผลประโยชน์: ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุตัวบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าได้ เพื่อให้การจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายเป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริง
- กำหนดเวลายื่นเรื่อง: ผู้มีสิทธิสามารถยื่นเรื่องรับประโยชน์ทดแทนได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต
