3 องค์กรแรงงานบุกยื่นคำขาดรัฐบาล! ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ จี้แก้ปัญหาปากท้อง-ความมั่นคงในงาน หลังพบไร้แผนชัดเจนในนโยบายรัฐ

ที่กระทรวงแรงงาน : เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน พร้อมแถลงในหัวข้อ “ผู้ใช้แรงงานคือคนส่วนใหญ่ รัฐบาลต้องจริงใจ แก้ไขปัญหา” เพื่อสะท้อนวิกฤตการณ์ที่พี่น้องแรงงานกำลังเผชิญ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

เผยวิกฤตแรงงานไทย: “ค่าครองชีพพุ่ง แต่ค่าจ้างหยุดนิ่ง”

ในแถลงการณ์ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำที่ติดอันดับโลก และปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่กระทบต่อผู้ใช้แรงงานมากที่สุดคือ “วิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน” ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ค่าจ้างและรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจ้างงานในรูปแบบใหม่ที่ขาดความมั่นคง เช่น การจ้างงานระยะสั้น, งานบริการแพลตฟอร์ม, แรงงานนอกระบบ และลูกจ้างภาครัฐที่ไร้สวัสดิการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรวัยทำงานที่มีจำนวนสูงถึง 40 ล้านคน และแรงงานข้ามชาติอีกกว่า 4 ล้านคน

วิจารณ์นโยบายรัฐบาล “ขาดความชัดเจน” ทางกลุ่มแรงงานระบุว่า จากการแถลงนโยบายของรัฐบาลระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ทำให้แรงงานยังคงต้องตกอยู่ในสภาวะยากจน ทำงานหนัก ชั่วโมงการทำงานยาวนาน แต่ได้รับค่าจ้างต่ำและมีหนี้สินครัวเรือนสูง

เปิด 7 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนถึงรัฐบาล เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงาน 3 องค์กรแรงงานจึงเสนอข้อเรียกร้อง 7 ประการ ดังนี้:

1. ปฏิรูประบบประกันสังคม: ยกเลิกนโยบายลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

จี้ให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบค้างจ่ายกว่า 48,000 ล้านบาท คืนแก่กองทุน ปรับสัดส่วนเงินสมทบให้เท่ากัน 3 ฝ่าย (นายจ้าง 5%, ลูกจ้าง 5%, รัฐบาล 5%) จากปัจจุบันที่รัฐจ่ายเพียง 2.75%

2.ค้านสูตรบำนาญ CARE: ยกเลิกสูตรคำนวณบำนาญใหม่ (CARE) ที่ทำให้ผู้ประกันตน ม.33 ได้รับเงินน้อยลง

เสนอให้ใช้เกณฑ์ 50% ของค่าจ้างสูงสุดก่อนออกจากงาน และบำนาญสำหรับ ม.39 ต้องไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน (3,078 บาท/เดือน)

3. ปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นธรรม: ต้องปรับขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ เนื่องจากราคาสินค้าเท่ากันทุกพื้นที่

เสนอตัวเลขที่เคยเสนอไว้คือ **492 บาท และ 712 บาท พร้อมขอให้ปรับเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจตามมติของ สรส.

4.ยุติการจ้างงานระยะสั้น: หยุดรูปแบบการจ้างงานแบบเหมาช่วง เหมาบริการ หรือสัญญาจ้างชั่วคราว ทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ

5.คุ้มครองแรงงานนอกระบบ: เร่งผลักดันมาตรการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ไรเดอร์ ลูกจ้างทำงานบ้าน และลูกจ้างภาครัฐ ให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

6.จัดการแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบ ยกเลิกระบบใบอนุญาตทำงานออนไลน์ (E-work Permit) ที่เข้าถึงยากและมีความยุ่งยากซับซ้อน

7. รับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อให้เป็นไปตามหลักการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน (UNGP) และเพื่อสิทธิประโยชน์ในการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับยุโรป รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิก

กลุ่มผู้ใช้แรงงานเน้นย้ำว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน จะต้องให้ความสำคัญกับคนส่วนใหญ่ของประเทศคือ “ผู้ใช้แรงงาน” โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอทั้ง 7 ข้อนี้จะได้รับการพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐบาล

นักสื่อสารแรงงานรายงาน