เวทีสาธารณะไทยพีบีเอส "ผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับเข้าชื่อ 14,264 รายชื่อของแรงงาน" หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 ทุกฝ่ายเห็นตรงกันประกันสังคมมีปัญหามากต้องปฏิรูป แก้โครงสร้างอาจใช้เวลานานแต่ยั่งยืน เชื่อหากรัฐบาลจริงใจและการเมืองทุกฝ่ายร่วมมือกฎหมายเข้าชื่อของประชาชนฉบับนี้เข้าสภาทันสมัยประชุมนี้แน่ ฝ่ายแรงงานแจงข้อดีการบริหารงานอิสระ ขยายคุ้มครองแรงงานทุกกลุ่ม เพิ่มสิทธิประโยชน์ และผู้ประกันตนมีส่วนร่วมเลือกตั้งบอร์ดโดยตรงสอดคล้องเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ประธานคณะทำงานผลักดัน และเคลื่อนไหวประกันสังคมฯ" ความต้องการของแรงงานก็คือ อยากให้มีการปฏิรูปประกันสังคมให้ผู้ประกันตนเข้ามามีส่วนร่วมในบริหารการตรวจสอบ มีการขยายความคุ้มครองสู่ลูกจ้างทุกกลุ่ม และลดข้อจำกัดในการรักษาพยาบาล" ผู้ใช้แรงงานจึงมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายประกันสังคมตั้งแต่ พ.ศ.2553 และก่อนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา ได้เซ็นรับรองร่างกฎหมายซึ่งผ่านการตรวจสอบรายชื่อแล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ฝ่ายแรงงานได้ไปยื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทย จนในที่สุดผ่าน ครม.ชุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บรรจุเข้าเป็นวาระด่วนในสภาฯ แต่ก็ถูกแช่แข็งเพื่อรอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม จึงได้มีการเดินสายเพื่อขอการสนับสนุนจากทั้งประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปฝ่ายรัฐบาล) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ฝ่ายนายจ้าง แต่ยังไม่ค่อยเห็นความหวัง เพราะฝ่ายการเมืองซีกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เสนอร่างพ.ร.บมาประกบ ทั้งที่รัฐนูญก็ไม่ได้กำหนดไว้ว่าร่างกฎหมายมาเสนอประกบ แต่บอกให้ไปกดดันกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน "ยังมีเวลาอีก 20 กว่าวันที่ทุกฝ่ายจะช่วยกันดำเนินการนำร่างพ.ร.บ.เข้าพิจารณารับหลักการได้ก่อนสงกรานต์ ส่วนฝ่ายแรงงานก็จะต้องลงพื้นที่ เพื่อให้ความรู้วางแผนผลักดันร่วมกันขับเคลื่อนทางสังคมให้ฝ่ายการเมืองนำร่าง พ.ร.บ.เข้าพิจารณาในสภาฯต่อไป"
นางสุนี ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า หลักของการพิจารณากฎหมายคือ ถ้ามีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างกฎหมายที่ค้างตกหมดถ้าไม่มีการรับรองจากรัฐบาลใหม่ ซึ่งรัฐบาลใหม่ได้ให้การรับรองร่างกฎหมาย 20 กว่าฉบับ มี 7ฉบับที่เป็นร่างกฎหมายเข้าชื่อจากภาคประชาชนซึ่งรัฐบาลได้มีการรับรองเมื่อ 28 ก.ย. 2554 ส่วน พ.ร.บ.ประกันสังคมอยู่วาระด่วนลำดับที่ 22 ได้ถูกขยับมาลำดับที่ 9 แล้วปัจจุบันถูกขยับออกไปอยู่ลำดับที่ 15 ซึ่งถ้ารวมวาระที่เร่งด่วนกว่ามาแทรกในปัจจุบันก็อยู่ลำดับที่ประมาณ 20 ขณะนี้ทราบว่าร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมของกระทรวงแรงงานฯอยู่ที่เลขาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งถ้านายกตัดสินใจสั่งการ ร่างนั้นก็ผ่านมติ ครม.ได้วันอังคารหน้าที่จะถึง ส่งเข้ากฤษฎีกาพิจารณาโดยเร็วแล้วเข้าสภาฯได้เลย โดยจะเลื่อนขึ้นมาอันดับ 1ก็ยังได้หากรัฐบาลเห็นความสำคัญ แต่ตอนนี้ดูแล้วว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มาไกลกว่าร่างกฎหมายเข้าชื่ออื่นๆ ถ้าทุกฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจริงใจก็ทำได้เลยไม่จำเป็นต้องรอร่างอื่นๆมาประกบก็ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าการพิจารณากำหมายต้องมีการรอร่างอื่นๆมาประกบ

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า "ประกันสังคมใช้มากว่า 20 ปี มีความสำคัญที่ต้องขยายไปให้ครอบคลุมแรงงานส่วนอื่นๆทั้งหมด และต้องให้แรงงานส่วนอื่นๆสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการได้ โดยระบบเลือกตั้ง 1 คน 1 เสียง จากผู้ประกันตนโดยตรง การรักษาพยาบาลก็ต้องทำให้เท่าเทียมกันทั้งในส่วนของมาตรา 33, 39 และ 40 การบริหารจัดการก็ต้องเป็นอิสระและโปร่งใส ตรวจสอบได้"
นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "พ.ร.บ.ฉบับนี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็เห็นตรงกัน และมีหลายกฎหมายที่สภาฯพิจารณาโดยไม่ต้องรอร่างประกบ แต่ที่เป็นปัญหาเพราะเงินกองทุนที่มากถึง 9 แสนล้านบาทในปัจจุบันอาจทำให้หลายฝ่ายรู้สึกอยากเป็นเจ้าของ ฝ่ายลูกจ้างก็รู้สึกไม่มีตัวแทน ข้อเสนอของแรงงานด้านสิทธิประโยชน์ก็ต้องการให้ขยายทั้งในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33, 39, 40 ส่วนรูปแบบการบริหารของสำนักงานประกันสังคมก็ควรเป็นองค์กรอิสระแบบองค์กรมหาชน มีตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง"
นายสำเร็จ มูระคา คนขับแท็กซี่ เครือข่ายแรงงานนอกระบบ นำเสนอว่า ในปัจจุบันผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในกองทุนประกันสังคมน้อย "กฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 เช่นคนขับแท็กซี่สามารถมีตัวแทนในบอร์ดประกันสังคมได้จากการเลือกตั้งตรง ที่ผ่านมาบอร์ดประกันสังคมให้ความสนใจผู้ประกันตนมาตรา 40 น้อยเกินไปจึงยังไม่ได้สิทธิที่ครอบคลุม ไม่ดึงดูดแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคนทำให้มีคนเข้าระบบประกันสังคมเพียง 7 แสนคน พ.ร.บ.นี้จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งในส่วนมาตรา 33, 39 และ 40"
นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน กล่าวว่า "รัฐบาลและรัฐสภาควรเคารพ
นายบัณฑิต แป้นวิเศษ เครือข่ายปฏิบัติการแรงงานข้ามชาติ นำเสนอว่า "ปัจจุบันแรงงานข้ามชาติมี 1.9 ล้านคนที่มีพลาสปอร์ต ทำงานในโรงงานและเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 33 จำนวน 8 หมื่นคน พ.ร.บ.นี้จะทำให้แรงงานข้ามชาติมีสัดส่วนตัวแทนในบอร์ดประกันสังคม" แรงงานข้ามชาตินั้นต้องจ่ายเงินสมทบจึงควรได้สิทธิประโยชน์เท่ากัน แต่ปัญหาคือคนงานอยู่ได้ 4 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้งแล้วต้องกลับออกไปอยู่บ้านต่างประเทศ 3 ปี จะทำให้ได้สิทธิชราภาพและประกันการว่างงานได้อย่างไร
นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันรับร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับเข้าชื่อของแรงงาน แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ขณะนี้ก็ให้ข้าราชการประจำรีบพิจารณาเสนอขึ้นมา เห็นว่าปัญหาที่พูดกัน 70% แก้ได้โดยระดับกรรมมาธิการ ส่วนการรื้อโครงสร้างต้องใช้เวลานานซึ่งก็ต้องทำคู่กันไป ที่ผ่านมาประชาชนต้องต่อสู้จึงจะได้สิทธิ แต่เรื่องนี้ก็จะต้องช่วยตามขั้นตอนดูว่าติดขัดที่ใดก็จะช่วยผลักดัน ถ้า ส.ส. หรือ ฝ่ายค้านช่วยกันเสนอกฎหมายประกบก็จะเร็วขึ้นโดยประชาชนอาจไม่ต้องลำบากชุมนุม
นักสื่อสารแรงงาน โครงการการพัฒนาสื่อรายงาน






