
[กรุงเทพฯ – 15 มีนาคม 2569] เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ออกแถลงการณ์ฉบับสำคัญถึงรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยกระดับนโยบายสวัสดิการจาก “การสงเคราะห์” สู่ “สวัสดิการถ้วนหน้า” หวังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง หลังพบทรัพย์สินประเทศกระจุกตัวอยู่ในมือคน 10% ขณะที่คนจนเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน
วิกฤตความเหลื่อมล้ำ: โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องแก้

นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่าย We Fair ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ทอดทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าช่องว่างรายได้ห่างกันถึง 20 เท่า และมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามากกว่า 1 ล้านคน ที่ผ่านมาสวัสดิการรัฐมักอยู่ในรูปแบบ “การคัดกรองคนจน” ซึ่งทำให้เด็กยากจนตกหล่นจากระบบถึงร้อยละ 34 และเบี้ยคนพิการยังคงอยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการดำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ทวงสัญญา “พูดแล้วทำ”: สานต่อนโยบายที่ค้างคาภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล We Fair เครือข่ายเด็กเท่ากัน พีมูฟ เครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสิทธิความเป็นมารดา เครือข่ายชาติพันธุ์ และชนเผาพื้นเมือง เครือข่ายความหลากหลายทางเพศษ ได้ทวงถามถึงความคืบหน้าของข้อเสนอที่นายอนุทินเคยตอบรับไว้ก่อนการยุบสภา ได้แก่:การปรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด: จากระบบคัดกรองเป็นแบบ “ถ้วนหน้า” ครอบคลุมเด็ก 3 ล้านคน (ใช้งบเพิ่ม 5,568 ล้านบาท) ซึ่งการเพิ่มเบี้ยคนพิการ: จาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท (ใช้งบเพิ่ม 2,200 ล้านบาท)

เครือข่ายฯ เน้นยำว่า รัฐบาลต้องก้าวข้ามการมองสวัสดิการเป็นเรื่อง “ความเมตตา” หรือ “การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น” เหมือนโครงการในอดีต แต่ต้องทำให้เป็นสิทธิเสมอกันตั้งแต่ “ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”
5 จังหวะก้าว ปักธงรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า
We Fair และภาคีเครือข่ายฯ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อน 5 มาตรการเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง:จังหวะก้าวและข้อเรียกร้อง: We Fair และภาคีเครือข่ายฯ เพื่อปักธงให้สวัสดิการจะเป็นสิทธิของทุกคน:
- การยื่นข้อเสนอต่อ ครม. ชุดใหม่: เพื่อเรียกร้องให้ลานต่อและบรรจุจุชุดนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
- เวทีสาธารณะวิพากษ์นโยบายรัฐบาล รวมถึงการรณรงค์และการตรวจสอบบประมาณปิ 257เพื่อให้มันใจว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป
- ร่างกฎหมายด้านสวัสดิการ สิทธิแรงงาน และร่างกฎหมายเข้าชื่อของประยาชน ที่ค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ให้เดินหน้าต่อทันที
- การสร้างกลไกการติดตามการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน ให้เดินหน้าต่อไป
- การเข้าพบรัฐมนตรีเพื่อหารือแนวทางชุดข้อเสนอรัฐสวัสดิการ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ อุดมศึกษา แรงงาน สาธารณสุข พัฒนาสังคมร มหาดไทย คลัง รวมทั้งพรรคฝ้ายค้าน
“เราจะไม่ยอมให้รัฐสวัสดิการเป็นเพียงเรื่องของความเมตตาจากใคร แต่ต้องเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนได้รับอย่างถ้วนหน้าเท่าเทียม” เครือข่าย We Fair กล่าวทิ้งท้าย
