8 มีนา วันสตรีสากล สสรท. สรส. และ CILT. เดินขบวนรณรงค์ เรียกร้องสิทธิ์ลาคลอด 180 วัน สวัสดิการ แม่แรงงานและลูก พร้อมการจ้างงานที่มั่นคง

วันที่ 8 มีนาคม 2569 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.),สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.),สมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (CILT) และเครือข่าย จัดกิจกรรมเดินขบวน จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล

เพื่อรณรงค์ เรียกร้องสิทธิ สวัสดิการ เนื่องในวันสตรีสากล เพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน ด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็กอย่างเคร่งครัด อาทิ

การขยายสิทธิลาคลอด 180 วัน การป้องกันการเลิกจ้างสตรีมีครรภ์ และการแก้ไขปัญหาการจ้างงานที่ไม่มั่นคง และในสภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจ และการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การลดกำลังแรงงานภาครัฐ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้แรงงานจำนวนมาก ที่ต้องเผชิญกับภาวะว่างงาน ก่อให้เกิดปัญหาสังคมในวงกว้างและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมประเทศไทย

จึงจำเป็นต้องเร่งปรับนโยบายเพื่อสนับสนุนการมีบุตรอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง การลดภาระค่าครองชีพและภาษีสินค้าสำหรับแม่และเด็ก รวมถึงการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตด้วยระบบสามแปดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะของหญิงตั้งครรภ์

ทั้งในระดับครอบครัว และสถานประกอบการ พร้อมทั้งพัฒนาระบบสวัสดิการและทักษะแรงงานให้มีคุณภาพสูงควบคู่ไปกับการส่งเสริมบทบาทผู้สูงอายุ ในการช่วยดูแลบุตรหลานให้เป็นงานที่มีคุณค่า เพื่อให้ประชากรทุกวัยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ประจำปี 2569 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้กำหนดคำขวัญในการรณรงค์ภายใต้แนวคิด ‘รวมพลังหญิง เสริมสิทธิแรงงาน หยุดอคติ สร้างสังคมเท่าเทียมสากล’ (Empowering Women, Securing Labour Rights, Fighting Prejudice, and Building an Equal Society) เพื่อสะท้อนถึงสภาพปัญหาเชิงโครงสร้าง และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายที่เกื้อกูลต่อสวัสดิภาพของสตรี และสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบแรงงานของประเทศอย่างยั่งยืน สสรท. และ สรส. จึงขอเสนอข้อเรียกร้องเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้

1. รัฐต้องกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และมาตรการที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรอย่างยั่งยืน โดยประกาศเป็นวาระแห่งชาติเพื่อกระตุ้นการมีบุตรที่มีคุณภาพและยับยั้งวิกฤตเด็กเกิดน้อย มาตรการดังกล่าวต้องครอบคลุมทั้งการสนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิสตรีตลอดวงจรการสร้างครอบครัว ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ การตรวจสุขภาพเชิงรุก ตลอดจนการขยายสิทธิลาคลอดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 180 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน นอกจากนี้ รัฐต้องจัดให้มีระบบสวัสดิการรองรับหลังการคลอดที่ครอบคลุม อาทิ การจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพและทั่วถึง การสนับสนุนพื้นที่และเวลาสำหรับการให้นมบุตรในสถานประกอบการ การจ่ายเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของบิดามารดา และการจัดหาหลักประกันด้านการศึกษาฟรีจนถึงระดับสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้แก่ประชาชนในการสร้างครอบครัวภายใต้การดูแลและคุ้มครองอย่างทั่วถึงจากรัฐ

2. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 170 ว่าด้วยความปลอดภัยในการใช้สารเคมีในที่ทำงาน (Convention on Safety in the Use of Chemicals at Work, 1990) เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้สารเคมีในที่ทำงาน โดยกำหนดให้มีการฝึกอบรมทักษะและความปลอดภัยแก่แรงงานอย่างครบถ้วนก่อนปฏิบัติงาน เพื่อคุ้มครองสุขอนามัยและชีวิตของคนทำงานในระยะยาวอย่างยั่งยืน

3. ขอให้รัฐบาลยกเลิกระบบใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์หรือใบอนุญาตทำงานออนไลน์(E-work Permit) ของแรงงานข้ามชาติ ให้กลับไปใช้ระบบเดิมกับกรมการจัดหางาน เหตุผลทำให้แรงงานไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เอกสารในระบบทำได้สำเร็จหรือไม่ กรมการจัดหางานก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ถ้าหากใช้ระบบแบบใหม่ ตามที่กระทรวงแรงงานประกาศออกมาบังคับใช้ หากเข้าระบบไม่สำเร็จทำให้แรงงานไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เช่น การแจ้งเกิดลูก ใช้สิทธิประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตร ใช้สิทธิ์บำเหน็จชราภาพ ทำธุรกรรมทางธนาคาร ไม่ได้จึงขอให้มีการยกเลิกระบบใหม่ปัจจุบันออกไป

ทั้งนี้ ขบวนแรงงานยังได้มีการวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี ประชาชน ตะวันออกกลางในภาวะสงครามด้วย