เสียงของแม่ นักสู้แห่งบางกลอย

จันทร ต้นน้ำเพชร: เสียงของแม่ นักสู้แห่งบางกลอย

ผู้เขียน คเณศณัฏฐ์ สิมลาโคตร

                เรากำลังพูดคุยกับ จันทร ต้นน้ำเพชร หญิงสาวชาวกะเหรี่ยง และหนึ่งในเสียงของคนรุ่นใหม่จาก ชุมชนบ้านบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี

                ชื่อของ “บางกลอย” มักปรากฏในหน้าข่าวควบคู่ไปกับประเด็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนาน ปัญหาของพวกเขาเริ่มต้นจากการถูกอพยพ หรือในอีกแง่มุมหนึ่งคือการถูกบังคับ ให้ออกจากผืนป่าดั้งเดิมที่พวกเขาเรียกว่า “ใจแผ่นดิน” ซึ่งเป็นบ้านและที่ทำกินของบรรพบุรุษ มาสู่พื้นที่จัดสรรอันแออัด พวกเขาได้ชื่อเรียกผืนดินใหม่นี้ว่า “บางกลอยล่าง” เสมือนรำลึกที่เก่าที่พวกเขาจากมา แม้ว่ามันจะให้ชีวิตที่ต่างกัรอย่างสิ้นเชิง

            การย้ายถิ่นฐานครั้งนั้น ได้นำมาซึ่งการสูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิมทั้งหมด

                ในปัจจุบัน ชุมชนบางกลอยกำลังเผชิญกับ ปัญหาความยากจน การขาดแคลนที่ดินทำกิน และไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามวิถีวัฒนธรรมกะเหรี่ยงอย่าง “การทำไร่หมุนเวียน” ได้อีกต่อไปเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายอุทยานฯ พวกเขาต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหาร ภาวะขาดแคลนสารอาหารในเด็ก และความยากลำบากในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขและการศึกษา

                สิ่งที่พวกเขาต่อสู้ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่คือการ ทวงคืนสิทธิในการกลับบ้าน กลับไปยัง “ใจแผ่นดิน” เพื่อที่จะมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง และกลับไปมีชีวิตที่มีเกียรติและมั่นคงอีกครั้ง

                จันทร ต้นน้ำเพชร ผู้เป็นทั้งลูกสาวของนักต่อสู้ (กิ๊บ ต้นน้ำเพชร) และเป็นแม่ของลูกน้อยวัยสองขวบ คือหนึ่งในผู้ที่ชีวิตสะท้อนปัญหาทั้งหมดของชุมชนแห่งนี้ และนี่คือเรื่องราวจากเสียงของเธอ ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแม่และกำลังเดินทางไกล เพื่อกลับบ้าน

                หลังการจากไปของ กิ๊บ ต้นน้ำเพชร จันทรมีทายาทเป็นหญิงดั่งเดียวกัน เกิดและอยู่ที่บางกลอยล่าง ทว่าการมีลูกของจันไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นที่จะกลับใจแผ่นดินของเธอลดน้อยลง แต่ปัจจุบันจันทรกลับมีบทบาทน้อยลง.. เพราะอาการป่วยของเธอ

                สุขภาพตอนนี้ก็คือป่วย ไม่สบาย ทุกวันนี้คืออาศัยพ่อ อาศัยแฟน ในชุมชนก็จะคอยช่วยเหลือน้าแบงค์ (พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร) แต่ว่าในตัวชุมชนจริง ๆ เลยเราก็ไม่ได้มีบทบาทในตรงนั้น บางทีเขามีเรียกไปช่วยงาน เราก็มีไปบ้าง ไม่ได้ไปบ้าง เมื่อถามถึงอาการป่วย จันทรเล่าว่า “หมอบอกว่าติดเชื้อในกระเพาะอาหาร และก็กระเพาะอาหารอักเสบ ตอนมาโรงพยาบาล มาหาหมอ เราปวดท้อง เขาก็ถามว่าอาการปวดมันเป็นยังไง เราก็พูดไป เขาก็ให้ยามา แต่พอเราเอาไปกินแล้วมันก็ไม่ได้ดีขึ้น มันไม่หาย ไม่บรรเทาลง

                ในขณะที่อาการของเธอไม่ดีขึ้น แต่โรงพยาบาลในตัวอำเภอไม่ได้ส่งต่อให้ไปรักษาในตัวจังหวัด จันทรเล่าว่า “ตัดสินใจเอาเงินที่เก็บไว้ มีเงินเก็บนิดหน่อย ก็ไปหาหมอ แล้วก็ขอเงินพ่อไปด้วย ตอนนี้หมอนัดรอบที่ห้าแล้ว หมดค่ายากับค่าเดินทางไปหลายบาท เป็นหมอคลีนิคในตัวอำเภอท่ายาง

                อาการป่วยของจันทร ทำให้เธอทำหน้าที่แม่ได้อย่างไม่เต็ม แม้ว่าจะมีสามีคอยดูแลเคียงข้าง และยังอาศัยค่าใช้จ่ายอาหารการกินจากพ่อที่เปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในหมู่บ้านได้บ้าง แต่ก็ยังขาดค่าใช้จ่ายที่จะมาซื้อนมและแพมเพิสให้ลูก “ตอนนี้น้องสองขวบหนึ่งเดือนแล้ว ยังกินนมจากเต้าอย่างเดียว เพราะการที่เราไปทำงานรับจ้างไม่ได้ ก็ไม่สามารถที่จะให้อะไรได้ดีกว่านี้ เมื่อไม่มีตังค์ซื้อให้ ก็เลยต้องกินแบบนี้

                เมื่อถามเธอว่าการเป็นแม่ในชุมชนบางกลอยมีความสำคัญอย่างไร?

                จันทรตอบว่า “แม่ที่นี่ถือว่าสำคัญมากค่ะ อาจจะพูดได้ว่ามีบทบาทมากกว่าพ่อด้วยซ้ำ วิถีชีวิตของเราไม่เหมือนกับข้างล่าง ที่อาจจะแบ่งกันชัดเจนว่าพ่อมีหน้าที่ทำงาน ส่วนแม่ก็ทำหน้าที่ดูแลลูก แต่ในชุมชนของเรา ถึงแม้ว่าพ่อจะออกไปทำงานข้างนอก แม่ก็ทำงานด้วยเหมือนกัน คือทำงานไปพร้อมกับเลี้ยงลูกไปด้วย ในขณะที่พ่อไปทำงานข้างนอก งานในบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหุงข้าว ทำกับข้าว ซักเสื้อผ้า หรืองานบ้านต่างๆ แม่ก็ยังเป็นคนทำ ถึงแม้ว่าใครพอจะว่างหรือใครทำได้ก็จะมาช่วยกันเลี้ยงลูก แต่หน้าที่หลักๆ ในการดูแลลูกและดูแลบ้าน ก็ยังเป็นของแม่ค่ะ

                ปัจจุบันคนในชุมชนก็ไม่มีงาน คนที่อยากทำงานต้องไปทำงานข้างล่าง ถ้าเป็นผู้หญิงก็อาศัยโรงทอผ้า(ศูนย์ศิลปาชีพ) เป็นหลัก แล้วการเลี้ยงลูกในชุมชนบางกลอยมันลำบากไหมมันมีปัญหาไหม ?

                “ถ้าอยู่แบบวิถีบางกลอยบนก็คงไม่ได้ลำบาก แต่ถ้ามาอยู่ประจุกกันแบบนี้มันก็ลำบาก ถ้าลูกป่วยต้องเดินทางมาหาหมอมันก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนั้นอีก ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานไม่มีงานทำก็ยิ่งหนักไปใหญ่ บางคนต้องใช้สมุนไพร พยายามหาสมุนไพรมารักษา แต่มันก็ไม่ดีบางทีเด็กในหมู่บ้านก็ป่วย 2-3 อาทิตย์ถึงจะหาย บางคนก็เป็นเดือน ถ้าบางคนเขามีงานต้องทำประจำข้างล่าง เขาก็มีรถมอเตอร์ไซค์ใช่ ถ้าการสื่อสารของเขาไม่ดี(พูดภาษาไทยไม่ชัด) แล้วหมอไม่รับก็คือกลับขึ้นมา ถามว่าตรงนี้ลำบากไหมมันลำบากในเรื่องค่าเดินทาง

                เธอยังย้ำอีกว่า “มันไม่เหมือนเราอยู่บางกลอยบน ถ้าเราอยู่บางกลอยบนเราไม่ต้องซื้อใช้จ่ายอะไรเลย เอาง่าย ๆ ปกติปลาในแม่น้ำ เราไปทำไร่กันเราก็ไปหาไปตกปลา ครอบครัวเราก็จะมีพอกิน เราหาแค่พอกิน แต่ที่นี่(บางกลอยล่าง) เราทำไม่ได้ (ติดกฎหมาย อุทยานเขาไม่อนุญาตแม้แค่พอกิน) ถ้าเกิดว่าครอบครัวไหนที่พ่อแม่ไม่มีงานทำครอบครัวนั้นก็เด็กจะได้กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่”

                เมื่อถามเธอว่า เด็กในหมู่บ้านขาดสารอาหารเยอะไหม จันทรบอกว่าคล้ายกันทั้งหมู่บ้าน เพราะมันมีอาหารไม่ทั่วถึง อย่างลูกของเธอเองอายุสองขวบ ก็มีน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ และเด็กบางบ้านที่ขาดแคลนมากกว่า พ่อแม่ไม่มีงานทำ ไม่มีพื้นที่ทำเกษตรไร่หมุนเวียน ก็จะเจอกับสถานการณ์ความขาดแคลนที่มากกว่า และถ้าเด็ก ๆ เจ็บป่วย จันเล่าว่า หมอหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหมู่บ้านก็ไม่มี มีเพียงสุขศาลาที่อยู่ในโรงเรียน”เวลาลูกป่วยเราก็จะไปขอยา คือถ้ารู้สึกว่าไม่หนักเท่าไหร่เราก็ไปขอยากัน เพราะถ้าพูดไปเราก็ไม่มีค่ารักษา ให้กินยาพาราบรรเทาอาการไป ถ้าตัวร้อนก็เช็ดตัวไป ถ้ามีอาการนอกเหนือจากนั้นเราก็พามาไปหมอ

                ปัจจุบันลูกของจันทรได้เงินสวัสดิการเด็กเดือนละ 600 บาท  “แต่เราก็ต้องตามเรื่องเองแล้วต้องเตรียมเอกสารแล้วทีนี้เราก็ไปลงทะเบียนซึ่ง เราต้องลงมาจากข้างบนมาทำในตัวเมือง”

                จากความลำบากนั้นในมุมของจันเธอมีความคิดเห็นว่ารัฐควรดูแลแม่และดูแลเด็กในพื้นที่ทางไกลโดยอำนวยความสะดวกให้มีหน่วยงานรัฐที่เข้าถึงง่ายในพื้นที่ “อยากให้แบบว่าสวัสดิการเข้าถึงง่ายกว่านี้คือเราอยู่ไกลการเดินทางมันลำบาก ถ้ามีหน่วยงานขึ้นไปตั้งอยู่ประจำเราก็จะได้ไม่ต้องลงมา อย่างเด็กเกิดวันไหนถ้าเราไปทำเข้าระบบรัฐตอนนั้นมันก็จะได้เงินตอนนั้น ลูกของหนูตอนที่หนูไปทำก็คือไปช้า 1 เดือน เราก็คิดว่าจะได้ย้อนหลังในเดือนเกิด ลูกเกิดวันที่ 27 กันยายนแต่ว่ามันไม่ได้ย้อนหลัง การที่เราไม่สะดวกสบายในการเดินทางแล้วเราก็เพิ่งคลอดด้วยทำให้ไม่สามารถเดินทางลงมาได้ เป็นไปได้ก็อยากให้สวัสดิการมันเข้าถึงตัวประชาชนง่ายกว่านี้ และในเรื่องเงินเด็กถามว่ามันพอใช้สำหรับเด็กจริง ๆ ไหมความจริงแล้วมันก็ไม่พอ”

                เราจบบทสนทนากับจันทรขณะที่ฝนเริ่มตกหนัก เธอกระเตงลูกหลบฝนขณะพาครอบครัวลงมาเรียกร้องและปักหลักเพื่อรอการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาบางกลอยที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งปวดท้อง ทั้งกระเตงลูกไป

                เราจึงได้เห็นว่า ชีวิตของจันทรคือการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดที่เธอควรมีและเหตุผลที่เธอยังคงเป็น “นักสู้” ก็อาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่เธอยังคงเป็น “แม่”เพราะเธอเพียงปรารถนาไม่ให้ลูกของตน ต้องเติบโตมาเพื่อลำบากและต่อสู้เหมือนที่เธอเป็น.

#คณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า

#เพจเด็กเท่ากัน #เครือข่ายภาคีนักสื่อสารรุ่นใหม่