แรงงานเดินรณรงค์ 7 ตุลา เนื่องในวันงานที่มีคุณค่า ยื่น 9 ข้อเสนอเพื่อคุณภาพชีวิตแรงงาน

            เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เนื่องในงาน“วันงานที่มีคุณค่าสากล” (World Day for Decent Work)  สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ร่วมกับเครือข่ายแรงงานต่างๆ ได้จัดการเดินรณรงค์ โดยตั้งขบวนที่ด้านหน้าตึกสหประชาชาติ (UN)ไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่น ข้อเสนอวันงานที่มีคุณค่าสากลปี 2568 (World Day for Decent Work 2025) ต่อนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล โดยมีข้อเสนอ 9 ข้อ ดังนี้

            1. ให้รัฐบาลประกาศยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มั่นคง การจ้างงานระยะสั้น เช่น เหมางาน เหมาค่าแรง การจ้างงานตามสัญญาจ้าง โดยวางนโยบาย ออกกฎหมาย ให้มีการจ้างงานมั่นคง จ้างงานระยะยาวจนถึงวันเกษียณ หรือวันที่ออกจากงาน มีหลักประกันเรื่องค่าจ้างและรายได้ รวมถึงหลักประกันทางสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีของคนงาน ครอบครัวและสังคม

            2.  รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการที่เข้มข้น ในการกำกับ ควบคุม ลงโทษต่อทุนข้ามชาติที่มาลงทุน ในประเทศไทยแล้วไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ละเมิดสิทธิแรงงาน ทำลาย ยึดครองทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สาธารณูปโภค ทำลายสภาพแวดล้อมของประเทศ และควรเร่งทบทวนแก้ไข พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2561 ปกป้องรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของประเทศ

            3. รัฐบาลต้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นธรรมเท่ากันทั้งประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งราคาสิ่งของเครื่องใช้ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก กล่าวคือ “ข้าวของแพง แต่ ค่าแรงไม่ปรับ” กำหนดให้ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นค่าจ้างแรกเข้า และให้สถานประกอบการทุกแห่งจัดทำโครงสร้างค่าจ้างเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่คนทำงาน “เฉพาะหน้าขอให้รัฐบาลปรับค่าจ้างในอัตรา 400 บาทเท่ากันทั้งประเทศ ”ตามที่ได้แถลงไว้ พร้อมกับควบคุมราคาสินค้า ไม่ให้มีราคาแพงอันจะเป็นภาระแก่ประชาชน

            4. ให้รัฐบาลเร่งรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87  ค.ศ. 1948 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98  ค.ศ.1949ว่าด้วยการเจรจาต่อรองร่วม เหตุเพราะอนุสัญญาทั้ง 2ฉบับ เป็นหลักการอันสำคัญให้แก่คนงาน ในการจัดตั้งองค์กรของตนเองเพราะสร้างอำนาจการต่อรองอันจะนำไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม อันจะนำไปสู่การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างหลักประกันในการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนงาน

            5. รัฐบาลต้องยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ เช่น การจัดตั้งบริษัทลูก การให้สัมปทาน การให้เอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจในกิจการพลังงาน การขนส่ง การสื่อสารโทรคมนาคม และกิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ โดยสนับสนุนส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือของรัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ในราคาที่เป็นธรรม และนำรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐ มีรูปแบบการบริหารจัดการโดยรัฐ และให้มีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในการให้บริการที่ดี มีคุณภาพ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน

            6. ขอให้รัฐตรวจสอบการดำเนินการเพื่อหยุดการละเมิดสิทธิแรงงาน สหภาพแรงงานและทำลายระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ อาทิ กรณีการยางแห่งประเทศไทยโยกย้ายหน้าที่การงานประธานสหภาพแรงงานไม่ชอบด้วยกฎหมายและการสอบสวนกรรมการสหภาพแรงงาน รวมถึงการขัดขวางการมาดำเนินงานของสหภาพแรงงาน รวมถึงกรณีอื่นๆ อันมีลักษณะเช่นเดียวกันนี้

            7. รัฐบาลต้องตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม ให้มีความโปร่งใส และให้ตรวจสอบ เอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกรณีการขายหุ้นบริษัทบางจากปิโตรเลียมว่ามีการทุจริตเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน นักการเมืองหรือไม่ เพราะได้สร้างความเสียหายแก่กองทุนประกันสังคมอย่างมหาศาล

            8. ขอให้รัฐปรับบำนาญชราภาพของประกันสังคม ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเดือนสุดท้าย เพราะจะเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน ในขณะที่สูตรต่าง ๆ ที่คิดคำนวณกันในปัจจุบัน และที่รับฟังความคิดเห็นกันห้วงเวลานี้ ล้วนมีค่าเฉลี่ยสูง เงินที่คำนวณออกมาผู้ประกันตนจะได้รับในอัตราที่ต่ำกว่าปัจจุบัน

            9.  ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 170 ว่าด้วยความปลอดภัยในการใช้สารเคมีในที่ทำงาน (Convention on Safety in the Use of Chemicalsat Work, 1990) ซึ่งกำหนดหลักการและมาตรการในการบริหารจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัยในทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนงานจากการสัมผัสสารเคมีอันตราย

            ด้านเครือข่ายไรเดอร์ และแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งได้มาร่วมรณรงค์ในขบวนด้วยได้มีข้อเสนอเพิ่มเติม คือ ขอคัดค้าน “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ” โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานใช้อำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ออกกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดความชัดเจนในสถานภาพการจ้างงาน ให้แรงงานแพลตฟอร์มได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เข้าถึงสิทธิสวัสดิการด้านแรงงาน กองทุนเงินทดแทน เข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 33 มีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงาน เจรจาต่อรองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเปิดพื้นที่ให้แรงงานที่ได้รับผลกระทบได้มีส่วนร่วมในการออกกฎหมายที่จะใช้กับชีวิตของเขาอย่างแท้จริงด้วย

แรงงานเดินรณรงค์ 7 ตุลา เนื่องในวันงานที่มีคุณค่า ยื่น 9 ข้อเสนอเพื่อคุณภาพชีวิตแรงงาน

            ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กับนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนมารับหนังสือข้อเสนอครั้งนี้