วันกรรมกรสากล 1 พ.ค.สสรท.ยื่น 6 ข้อจี้รัฐบาลแก้ปัญหาเร่งด่วน ปรับค่าจ้างให้เป็นธรรม คัดค้านกาสิโน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้รวมตัวจัดกิจกรรมการเดินขบวนเนื่องใน‘May Day 2025 วันกรรมกรสากล’ หรือวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2568 โดยมีการตั้งขบวนผู้ใช้แรงงานกล่าวปราศรัย เปิดกิจกรรมเดินขบวนจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลประตู 5 เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ซึ่งได้มีผู้ใช้แรงงานจากหลากหลายกลุ่มอาชีพ หลากหลายเครือข่ายพันธมิตรต่างหลั่งไหลเข้ามาสมทบร่วมเดินขบวน เช่น สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการยางแห่งประเทศไทย, สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย), สมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์แรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการประปาส่วนภูมิภาค (สร.กปภ.)  สหภาพแรงงานการบินไทย และเครือข่ายผู้ใช้แรงงานอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม

โดยระหว่างการเดินขบวนได้มีการนำเสนอปัญหาของตัวแทนแรงงานจากกลุ่มต่างๆถึงข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่มีการเรียกร้องมาทุกปี และหลายรัฐบาลซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เช่นการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 การแก้ไขกฎหมายแรงงาน มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน เรื่องการเพิ่มสิทธิการลาคลอด 180 วัน หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ทวงคืนที่ดินเขากระโดงคืนให้การรถไฟแห่งประเทศ ลดค่าครองชีพ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ No Casino ฯลฯ

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสสรท. กล่าวว่า การรวมตัวผู้ใช้แรงงานวันนี้เนื่องในวันกรรรมกรสากล ซึ่งมาร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องต่อ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานซึ่งถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศในการทำหน้าที่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ยั่งยืน ซึ่งสำหรับข้อเสนอเร่งด่วน 6 ข้อ ประกอบด้วย

1. ขอคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. และหากรัฐบาล ยังเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ขอให้รัฐบาลหยุดการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ครบวงจร พ.ศ…. เหตุเพราะในร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเรื่องบ่อนการพนัน (กาสิโน) แฝงอยู่ด้วย ซึ่งความพยายามผลักดันของรัฐบาลนั้นขัดต่อหลักการสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขัดต่อหลักการของยุทธศาสตร์ชาติ ขัดต่อหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขัดต่อหลักการของศาสนาทุกศาสนา ขัดต่อหลักศีลธรรม จริยธรรม และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยซึ่งประชาชนส่วนใหญ่คัดค้าน ไม่เห็นด้วย ดังนั้น รัฐบาลต้องยกเลิกการผลักดันการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

2. รัฐต้องหยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกหลักของรัฐ ในการทำหน้าที่จัดบริการสาธารณะด้านต่างๆ ให้กับประชาชน เพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของ ประชาชน

3. รัฐต้องเร่งรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 155 ว่าด้วย ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงาน ค.ศ. 1981 (พ.ศ.2524)

4. รัฐต้องวางมาตรการที่เข้มข้นเพื่อหยุดการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการประเทศให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนและขบวนการทางสังคมมีส่วนร่วม ตรวจสอบ และเพิ่มกลไกการตรวจสอบประกันสังคม (การจัดซื้อตึก) รวมถึงการใช้เงินที่อาจผิดวัตถุประสงค์ เหตุเพราะเงินทุกบาทเป็นเงินของผู้ประกันตน การใช้จ่ายต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนตาม หลักการ พ.ร.บ.ประกันสังคม

5. รัฐต้องสนับสนุน ส่งเสริมสถานประกอบการของคนไทยให้มีความเข้มแข็ง ให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพและค่าจ้างที่เป็นธรรมแก่คนทำงาน ต้องเข้มงวด ตรวจสอบ คัดกรอง เกี่ยวกับการลงทุนของ กลุ่มทุนที่ไม่พึงประสงค์ (ทุนเทา – ทุนดำ – นอมินี ) ทั้งทุนในประเทศและที่มาจากประเทศต่าง ๆ ที่เอาเปรียบ ผู้ใช้แรงงาน ประชาชน ทำลาย ยึดครอง ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สาธารณูปโภค ทำลายสภาพแวดล้อม ของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง ลดปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศ

6. รัฐต้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้กับแรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากตึกสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเป็นกรณีเร่งด่วน

นายสาวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า รัฐต้องมีมาตรการในการดำเนินการต่อกลุ่มทุนผูกขาดที่มีอำนาจเหนือรัฐที่สร้างผลกระทบ ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะในกิจการพลังงาน โทรคมนาคม และรัฐควรยกเลิกการซื้อไฟฟ้าจาก โรงไฟฟ้าเอกชนเพราะปริณมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศล้นเกินความต้องการ การซื้อไฟฟ้าเพิ่มและการทำ สัญญาซื้อขายกระแสไฟฟ้าเป็นระยะเวลายาวนาน ล้วนเป็นภาระของประชาชนที่ต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าในราคาที่แพงขึ้น

“ยังมีข้อเสนอติดตามซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นข้อเสนอเดิมเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เช่น รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน เช่น ต้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาทเท่ากันทั้งประเทศ ซึ่งให้กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำแรกเข้าให้มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว 3 คน และต้องเท่ากันทั้งประเทศครอบคลุมเอกชนและภาครัฐ รวมถึงกำหนดให้มีโครงสร้างค่าจ้างและมีการปรับค่าจ้างทุกปี รวมถึงรัฐต้องลดรายจ่ายประชาชนลงและเพิ่มรายได้ เช่น การควบคุมราคาสินค้าอุปโภค และบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ให้ลดราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม เลิกเก็บเงินที่ซ้ำซ้อนทั้งระบบภาษีและเก็บเงินเข้ากองทุนต่างๆ ให้ลดค่าขนส่งค่าเดินทางค่าโทรศัพท์ค่าอินเทอร์เน็ต ลดราคาค่าไฟที่ปรับสูงขึ้นด้วย” นายสาวิทย์ กล่าว

นายสาวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า “รัฐต้องจัดสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพิ่มกลไกการเข้าถึงสิทธิและบังคับใช้กฎหมายปลอดภัย รวมถึงต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน ยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มั่นคงเช่นการจ้างงานแบบชั่วคราวรายวันรายชั่วโมงเหมางานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการปฏิรูปประกันสังคม”

จากนั้นทางผุ้ชุมนุมได้ขอให้ทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่ง 1 นาที และวางช่อดอกไม้เพื่อไว้อาลัยให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว อีกทั้งยังร่วมส่งเสียงปลุกใจผู้ใช้แรงงานก่อนเริ่มเคลื่อนขบวน

นักสื่อสารแรงงานรายงาน