
วันนี้ (22 พ.ค. 68) สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ได้ออกแถลงการณ์เพื่อ “คัดค้านความพยายามของเอกชนเข้าซื้อฐานลูกค้า NT ของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)เสี่ยงผูกขาดกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ กระทบต่อประชาชน” ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
“จากกระแสข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอต่อสาธารณะกรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS เสนอซื้อฐานลูกค้าของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของประเทศ ตามหนังสือจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ที่ปรากฏตามสื่อสาธารณะได้เสนอความร่วมมือทางธุรกิจในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการโครงข่ายผ่านคลื่นความถี่ 700 MHz และทรัพย์สินด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีเนื้อหาสำคัญที่อาจนำไปสู่การใช้ทรัพยากรของรัฐโดยเอกชน
สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) มีความกังวลอย่างยิ่งว่า กรณีดังกล่าวคงไม่ใช่เพียงแค่การซื้อขายเชิงธุรกิจ แต่เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้กิจการโทรคมนาคมของประเทศตกอยู่ภายใต้การผูกขาดตลาดอย่างเบ็ดเสร็จซึ่งเท่ากับว่าการให้บริการการสื่อสารทั้งระบบพื้นฐาน เคลื่อนความถี่ของโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตก็จะเหลือผู้ให้บริการหลักเพียง 2 รายใหญ่เท่านั้น ซึ่งจะกระทบต่อการใช้บริการโทรศัพท์ทั้งพื้นฐานและโทรศัพท์พกพา และระบบอินเตอร์เน็ตของประชาชน หน่วยงานของรัฐ เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล องค์กร สถานประกอบการต่างๆอย่างรุนแรง ทั้งมาตรฐานการให้บริการและราคาที่แพงเพราะระบบการสื่อสารได้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน
สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย(สสรท.) ขอสนับสนุนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ด้วยเหตุผลสำคัญคือ
1. คลื่นความถี่เป็นทรัพย์สินของชาติ ที่ควรอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐและเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ควรอนุญาตให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในลักษณะที่อาจนำไปสู่การผูกขาดหรือใช้อำนาจเหนือตลาดโดยไม่ผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
2. ข้อเสนอความร่วมมือดังกล่าว มีลักษณะคล้ายการแปรรูป NT ทางอ้อม ซึ่งขัดกับหลักการของรัฐวิสาหกิจที่ต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทเอกชนรายใหญ่
3. ขาดความโปร่งใส และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่สอดคล้องกับประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
4. ละเลยโอกาสในการพัฒนา NT ให้เข้มแข็งด้วยตนเอง ทั้งที่องค์กรมีศักยภาพในการบริหารจัดการคลื่นความถี่และทรัพยากรของตนได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเอกชน
ด้วยเหตุผลข้างต้น สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ขอให้รัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้บริหาร NT ระงับหรือไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการสนับสนุนข้อเสนอในหนังสือฉบับดังกล่าว และขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบกระบวนการเจรจาและผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเปิดเผยต่อสาธารณะ
อีกประการหนึ่งการที่ NT กำลังจะถอยออกจากตลาดมือถือ ไม่ว่าจะด้วยการไม่ขยายฐานลูกค้า หรือไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายของการล่มสลายของหน่วยงานรัฐในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออธิปไตยของประเทศในระยะยาว เพราะคลื่นความถี่ถือเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งหากรัฐสูญเสียส่วนแบ่งในการครอบครองคลื่นสัญญาณมือถือ ปล่อยให้อยู่ในมือเอกชนเพียงสองรายที่มีลักษณะการผูกขาดอย่างสมบูรณ์แบบจะทำให้เสียสมดุลในธุรกิจโทรคมนาคมที่มีมูลค่าทางการตลาดหลายหมื่นล้าน และจะเกิดผลเสียหากประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤติ
ความน่ากังวลเพิ่มขึ้นเมื่อพบว่าในขณะที่การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้กำลังใกล้เข้ามา แต่จนถึงขณะนี้คณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้มีมติอนุมัติให้ NT เข้าร่วมประมูล ขณะเดียวกันกรรมการบริหารของ NT ก็ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนหรือประกาศแผนใด ๆ ว่าจะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อรักษาคลื่นความถี่ไว้ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่ NT จะสามารถมีคลื่นของตัวเองในอนาคตก็จะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก และเปิดทางให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดแบบไร้คู่แข่ง
สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) มิได้กล่าวให้ร้ายต่อบริษัทเอกชนตามที่ปรากฎเพราะเป็นความประสงค์ในความมั่นคงทางธุรกิจของบริษัท แต่ประชาชนมีส่วนได้เสียโดยตรง จึงเสนอ เรียกร้องต่อรัฐบาล หน่วยงานที่จะต้องหยุดยั้งขบวนการดังกล่าว เพราะการปกป้องคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนเป็นภารกิจ เป็นหน้าที่ของรัฐและรัฐบาล สสรท. จะติดตาม ตรวจสอบ และคัดค้านอย่างเต็มที่ร่วมกับองค์กรสมาชิก ร่วมกับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค องค์กรภาคประชาชน เพื่อหยุดยั้งการดำเนินการดังกล่าวที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างถึงที่สุด

ในประเด็นเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ทางสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ตัวแทนผู้บริโภคอิสระ ได้เผยแพร่บทความสัมภาษณ์กับคุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการนโยบาย สภาผู้บริโภค และ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า “ดีลการซื้อฐานลูกค้าของ NT โดย AIS นั้น ไม่ควรเกิดขึ้น และขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนการครอบครองกิจการ”
“ความน่ากังวลเพิ่มขึ้นเมื่อพบว่าในขณะที่การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้กำลังใกล้เข้ามา แต่จนถึงขณะนี้คณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้มีมติอนุมัติให้ NT เข้าร่วมประมูล ขณะเดียวกันกรรมการบริหารของ NT ก็ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนหรือประกาศแผนใด ๆ ว่าจะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อรักษาคลื่นความถี่ไว้ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่ NT จะสามารถมีคลื่นของตัวเองในอนาคตก็จะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก และเปิดทางให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดแบบไร้คู่แข่ง” คุณสุภิญญาได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อกรณีข้างต้น
ทั้งนี้ ด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ชี้แจงกรณีที่ปรากฏในข่าวเกี่ยวกับการเสนอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่และกิจการบรอดแบนด์ AIS ระบุว่า
“ตามที่ปรากฏหัวข้อข่าวในหลายสื่อ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ระบุว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้เสนอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่และกิจการบรอดแบนด์กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นั้นบริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงหรือความคืบหน้าใด ๆ โดยหากมีพัฒนาการที่สำคัญ บริษัทฯ จะแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป”
ด้านนายเชิดชัย กัลยาวุฒพงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับสำนักข่าว “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สหภาพฯ ไม่เห็นด้วย ด้วยสาเหตุว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีเพียง 2 ราย คือ เอไอเอส และ ทรู เท่านั้น ส่วน เอ็นที ให้บริการที่เป็นรัฐวิสาหกิจสามารถถ่วงดุลอำนาจด้านราคาได้อีกด้วย
“เรื่องนี้ สหภาพฯและพนักงานค้านเต็มที่ เพราะเงื่อนไขและข้อเสนอเหมือนกับเข้ามาฮุบกิจการโดยใช้อีกวิธีทางในการขอซื้อฐานลูกค้า” นายเชิดชัยกล่าว
ทั้งนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ NT ออกแถลงการณ์คัดค้านข้อเสนอของ AIS ขอซื้อลูกค้ามือถือ 3 แสนราย และ บรอดแบนด์รายย่อย 2 ล้านราย และ การใช้คลื่นความถี่ของ NT โดยมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
- คลื่นความถี่เป็นทรัพย์สินของชาติ ที่ควรอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐและเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ควร อนุญาตให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในลักษณะที่อาจนำไปสู่การผูกขาดหรือใช้อำนาจเหนือตลาด โดยไม่ผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- ข้อเสนอความร่วมมือดังกล่าว มีลักษณะคล้ายการแปรรูป NT ทางอ้อม ซึ่งขัดกับหลักการของรัฐวิสาหกิจที่ต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทเอกชนรายใหญ่
- อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงาน NT ทั้งในด้านความมันคงในการจ้างงาน บทบาทหน้าที่ และอนาคตในสายงาน หากโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรถูกโอนหรือให้ใช้ประโยชน์แก่ภายนอก
- ขาดความโปร่งใส และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่สอดดคล้องกับประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
- ละเลยโอกาสในการพัฒนา NT ให้เข้มแข็งด้วยตนเอง ทั้งที่องค์กรมีศักยภาพในการบริหารจัดการคลื่นและทรัพยากรของตนได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเอกชน
ด้วยเหตุผลข้างต้น สร.ทช. ขอเรียกร้องให้ผู้บริหาร NT ระงับหรือไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการสนับสนุนข้อเสนอในหนังสือฉบับดังกล่าว และขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบกระบวนการเจรจาและผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเปิดเผยต่อสาธารณะ

