ตอนที่1 เสียงจาก อบต. แม่วิน

“สภาพพื้นที่ของตำบลแม่วินตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง มีชุมชนอาศัยอยู่กระจัดกระจายห่างไกลกัน จึงต้องมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 15 แห่ง เพื่อความสะดวกในการเดินทางของเด็กๆ การมีศูนย์ฯจำนวนมาก ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะเด็กสามารถมาใช้บริการได้มากขึ้น แต่งบประมาณของ อบต. ไม่เพียงพอ จึงต้องขอการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่างๆ“
คุณเกศริน ตุ่นแก้ว นายก อบต. แม่วิน กล่าวในโอกาสที่สหภาพแรงงานโตโยต้ามอบเงินทุนเพื่อปรับปรุงอาคารเรียนเล่นในร่มให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.) แม่สะป๊อก ในสังกัด อบต. แม่วิน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งนี้ ด้วยการประสานงานของโครงการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า
ตำบลแม่วินตั้งอยู่ในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ มีที่ราบลุ่มสำหรับทำการเกษตรเพียงบางส่วน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร รับจ้าง และค้าขาย ด้วยสภาพพื้นที่เป็นป่าเขามีธรรมชาติสวยงามเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว บางส่วนจึงประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ในตำบลแบ่งเป็น 19 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 12,000 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จากการสำรวจของโครงการขับเคลื่อนสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าเมื่อปี 2566 ในตำบลมีเด็กเล็กอายุ 0-6 ขวบ ทั้งหมด 1,236 คน มี ศพด. ในสังกัด อบต. 15 แห่ง และศพด. ในสังกัดหน่วยงานอื่นอีก 2 แห่ง เด็กทีทเข้ารับบริการในศพด. ของ อบต. มีจำนวน 384 คน ที่เหลือบางส่วนเข้ารับบริการใน ศพด. ของหน่วยงานอื่น และบางส่วนไม่ได้เข้า ศพด. ด้วยเหตุผลเรื่องอายุน้อยกว่าเกณฑ์หรือไม่สะดวกเข้ารับบริการ
นายก อบต. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับโครงการขับเคลื่อนฯ ว่า
”ตอนนี้ ประชาชนยังมีความต้องการให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกในการเดินทางของเด็ก แต่ อบต. ไม่มีงบประมาณสนับสนุน ชุมชน 2 แห่ง จึงจัดตั้งศูนย์ฯ กันเอง โดยใช้เงินจากการบริจาค และมีมูลนิธิเอกชนช่วยจัดจ้างครู ซึ่งครูที่ทำงานดูแลเด็กก็ได้ค่าตอบแทนน้อยมาก ประมาณ 4,000- 5,000 บาทต่อเดือน”

ส่วนการจัดบริการใน ศพด. 15 แห่ง ของ อบต. ก็ยังมีอุปสรรค ส่วนใหญ่เกี่ยวกับงบประมาณและระเบียบข้อบังคับที่มาจากส่วนกลาง
“ เด็กจำนวนมากยังต้องเดินทางไกล ทาง อบต. อยากจัดรถรับส่งให้ แต่ติดขัดที่ระเบียบข้อบังคับไม่อนุญาตให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นค่าเดินทาง ถ้าจัดรถ เราต้องหาเงินอุดหนุนจากแหล่งอื่นมาใช้ จึงอยากให้มีการแก้ไขระเบียบเรื่องนี้”
”การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้องสร้างในพื้นที่ที่มีโฉนด แต่ที่ดินในตำบลแทบทั้งหมดอยู่ในเขตป่าไม้ ไม่มีโฉนด มีเพียงใบอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ การจะก่อสร้างอาคารใดๆต้องขออนุญาตเป็นการพิเศษจากสำนักงานป่าไม้จังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลานาน“
“คุณสมบัติของครูผู้ดูแลเด็กใน ศพด. กำหนดว่าต้องเป็นคนที่จบการศึกษาสาขาครูผู้สอนเด็กปฐมวัย ซึ่งหาคนสมัครมาทำงานที่นี่ยาก เพราะตำบลเราอยู่ห่างไกลจากเมือง สภาพพื้นที่เป็นภูเขา เดินทางลำบาก จึงอยากให้ปรับคุณสมบัติครูให้ยืดหยุ่นเหมาะสมกับสภาพพื้นที่”

“ในพื้นที่มีเด็กออทิสติกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีศูนย์ดูแลเป็นการเฉพาะ ทาง อบต. อยากให้มีการจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กออทิสติกในตำบลสักแห่ง จะได้ช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็ก ก่อนจะส่งต่อไปเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก”
ส่วนด้านงบประมาณที่ไม่เพียงพอ นายก อบต. เห็นด้วยกับการสำรวจความเป็นไปได้ในการหารายได้จากแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่
“ถ้า อบต. สามารถหารายได้เองได้เพิ่มขึ้น ก็จะมีเงินมาใช้พัฒนาตำบลมากขึ้น นอกจากนี้ ก็ยังอยากส่งเสริมให้ประชาชนในตำบลมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้นด้วย”

การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาจัดทำแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่
“ ไม่เห็นด้วยกับการยกระดับ อบต. ทั้งหมดเป็นเทศบาล เพราะสมาชิกสภาเทศบาลมีจำนวนน้อย ไม่สามารถดูแลและสะท้อนปัญหาความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีหมู่บ้านจำนวนมากและอยู่กันกระจัดกระจายเหมือนตำบลแม่วิน”

คุณสุนี ไชยรส หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ได้เสนอข้อคิดเห็นว่า ทาง อบต. น่าจะสำรวจจำนวนเด็กออทิสติกในพื้นที่ โดยประสานงานให้บุคลากรทางการแพทย์มาให้คำแนะนำแก่ครูใน ศพด. เมื่อทราบจำนวนเด็กแล้ว ก็จัดหาสถานที่ และประสานงานเชิญหน่วยราชการผู้รับผิดชอบมาจัดตั้งศูนย์ฯ ต่อไป ส่วนประเด็นการขาดแคลนงบประมาณสำหรับ ศพด.ที่ชุมชนจัดตั้งกันเอง ในระยะสั้น อาจประสานของบประมาณจาก สปสช.

คณะทำงานภาคเหนือ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ซึ่งทาง อบต. แม่วินเป็นองค์กรสมาชิกอยู่ด้วย ได้ประชุมเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ อบต.แม่วิน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น เรื่อง สถานการณ์สวัสดิการเด็กเล็กในภาคเหนือ พบว่า มีปัญหาหลายประการคล้ายคลึงกับที่ อบต. แม่วิน โดยเฉพาะข้อจำกัดเรื่องอำนาจหน้าที่และงบประมาณของงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดสวัสดิการเด็ก จึงเห็นพ้องต้องกันว่า “การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่และงบประมาณมากขึ้น จะช่วยให้มีการพัฒนาสวัสดิการเด็กเล็กได้ทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่”
