
กรรมการสิทธิ เผย สถานการณ์เด็กชายแดนใต้น่าเป็นห่วงทุกด้าน ด้านเครือข่ายประชาสังคม ด้านสิทธิมนุษยชน เสนอ ถอนฐานปฏิบัติการออกจากโรงเรียน ด้านคณะฯขับเคลื่อนสวัสดิการถ้วนหน้า เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ หากมติครม. ยังไม่ให้ถ้วนหน้า
เวทีสาธารณะ ว่าด้วยสิทธิ สวัสดิการ เด็กชายแดนใต้ ยังน่าเป็นห่วง ตั้งแต่ สุขภาพ การศึกษา สุขภาวะทางจิต พบเด็กผู้หญิง 95 % คิดฆ่าตัวตาย ด้านคณะทำงานฯ สวัสดิการเด็กเล็ก ลั่น เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ หากครม. ไม่มีมติ ถ้วนหน้า

เมื่อวันที่ 15 มกราคม คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน จัดเวทีสาธารณะ ในหัวข้อ “สิทธิ สวัสดิการ และอนาคตเด็กชายแดนใต้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้ อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีองค์กรร่วมจัดประกอบด้วย CPN เครือข่ายปกป้องเด็กชายแดนภาคใต้ รวม 43 องค์กร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) กรมกิจการเด็ก เยาวชน (พม.)
เลขาศอบต. ระบุ งานสิทธิเด็กสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญกับเด็กชายแดนใต้

พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า การจัดงานสิทธิ สวัสดิการ และอนาคตเด็กชายแดนใต้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 ที่มีการจัดงานนี้ขึ้นมา ซึ่งการจัดงานนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ ที่จะทำให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับเด็กชายแดนใต้และร่วมกันพัฒนาให้คุณภาพชีวิตเด็กดีขึ้น
ข้อมูลกรรมการสิทธิฯ ระบุ เด็กชายแดนใต้ ยังน่าเป็นห่วงในทุกด้าน ในขณะที่ 95 % เด็กผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตาย

ด้านนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “สิทธิ สวัสดิการและอนาคตเด็กชายแดนใต้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า สิทธิเด็กที่สำคัญ คือเด็กมีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด มีสิทธิในการพัฒนา และมีส่วนร่วมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก นอกจากนี้ในอนุสัญญาต่างๆ เกี่ยวกับเด็กได้ระบุว่า จะต้องไม่มีเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อเด็ก
ส่วนเด็กในสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ใน 3 จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ข้อมูลล่าสุดมีเด็กประมาณ 600,000 กว่าคน และในสถานการณ์ความไม่สงบของเด็กในชายแดนภาคใต้ มีปัญหาหลายอย่าง อาทิ สุขภาพ การศึกษา ยาเสพติด คุณภาพชีวิตโดยรวม มีข้อมูลระบุว่า ค่าเฉลี่ยของเด็กชายแดนใต้มีร่างกายแคระแกน คิดเป็น 1 คนจากเด็ก 5 คน นอกจากนี้เด็กในชายแดนใต้ยังมีปัญหาการเสียชีวิตจากหัดและไข้ไอกรน มากกว่าเด็กทั่วประเทศ รวมถึงภาวะซีดและโลหิตจาง ภาวการณ์รับวัคซีนต่ำ รวมไปถึงสุขภาวะทางจิตของเด็กด้วย ซึ่งอาจจะโยงไปถึงการตัดสินใจที่จะมีชีวิตอยู่
ส่วนด้านการศึกษานั้น ทักษะการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็นยังต่ำกว่าเด็กทั่วประเทศ ซึ่งต้องหาแนวทางพัฒนาเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยพัฒนาด้านคุณภาพการศึกษา สุขภาวะ ซึ่งอาจจะทำให้ปัญหาอื่นคลี่คลายไปได้ เช่นปัญหายาเสพติด ในขณะที่ด้านเศรษฐกิจ ยังถือว่าพัฒนาช้ากว่าในจังหวัดอื่นๆ

“สถานการณ์เด็กในชายแดนใต้ยังน่าเป็นห่วง ตัวเลขเด็กที่มีความพยายามที่จะฆ่าตัวตายยังมีสูง ซึ่ง 95 % เป็นเด็กผู้หญิง เป็นการสะท้อนถึงปัญหาที่เราต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป ปัจจัยในการกระตุ้นเกี่ยวโยงจากปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ความรุนแรงในครอบครัว หรือการถูกล้อเลียนจากเพื่อนที่โรงเรียน”
อย่างไรก็ตาม แนวคิดสวัสดิการเด็กในจังหวัดชายแดนใต้แยกไม่ออกจากสวัสดิการเด็กในภาพรวมของประเทศ เพื่อให้เกิดสวัสดิการถ้วนหน้าที่ไม่ให้เกิดการคัดกรอง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะตกหล่นและไม่เข้าเกณฑ์ การดูแลเด็ก การลงทุนกับเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญสุด
จากนั้นเป็นการนำเสนอสถานการณ์ของเด็กเยาวชนชายแดนใต้รวมข้อเสนอในการแก้ปัญหา

พม. ระบุ เตรียมงบประมาณรองรับสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าแล้ว เผยเตรียมจับมือ อปท.ทั่วประเทศสร้างกลไกคุ้มครองเด็ก
เธียรทอง ประสานพานิช ผู้อำนวยการกองคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า แม้ว่าในภาพรวมของประเทศจำนวนเด็กที่เกิดลดลง แต่ในจังหวัดภาคใต้มีจำนวนเด็กเกิดที่สูงขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กจะเกิดน้อยหรือมาก แต่การเติบโตของเด็กต้องเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ นอกจากนี้ กองเด็กฯ กระทรวง พม. ยังทำงานด้านสิทธิเด็กตามอนุสัญญา CRC ดำเนินการนั้นคือการรับฟังเสียงเด็ก จะทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่ฟังเสียงเด็ก และเด็กฟังเสียงกันเอง และให้เด็กฟังผู้ใหญ่ด้วย
ในขณะที่เรื่องการคุ้มครองเด็กนั้น กรมเด็กฯ พยายามทำเรื่องศูนย์คุ้มครองเด็กมากว่า 10 ปี ซึ่งในปีนี้ พม.ตั้งเป้าหมายว่า จะดำเนินการให้ครบทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีคุณภาพ โดยจะประสานและเชื่อมต่อกับกลไกดำเนินการของอปท. ทุกแห่ง เด็กที่เติบโตในสถานสงเคราะห์เด็กของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องเด็กปฐมวัย กองเด็กฯดำเนินการร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้ตั้งงบประมาณเตรียมไว้สำหรับถ้วนหน้าแล้ว ทั้งกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และที่คลอดแล้ว
เทศบาลฯยะลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างโครงการฯ คืนเด็กสู่ระบบการศึกษา

วิศาล จิรภาพงษ์พันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีจำนวนเด็กเกิดมากที่สุดในประเทศไทย ในวิกฤตมีโอกาส เราจะทำอย่างไรพัฒนาเด็กๆของเราให้มีคุณภาพและเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ จังหวัดยะลามี TK PARK ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็ก เราร่วมมือกับ ILO เพื่อให้เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ได้รับการอบรมให้เกิดอาชีพ นอกจากนี้ เทศบาลร่วมมือกับ UNICEF เปิดมุมพื้นที่ให้เยาวชนได้มีการพัฒนาเรียนรู้ มีโครงการสำนึกรักบ้านเกิดเพื่อให้นักเรียนระดับ ม.ปลาย ที่หลุดจากระบบคืนสู่ระบบ และมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคมและเทศบาล หน้าที่เรื่องของการพัฒนาเยาวชน เป็นการให้โอกาส ให้ความรู้กับเด็ก ด้วยการให้ทุนการศึกษาเด็กตั้งแต่ระดับ อนุบาล – มหาวิทยาลัย ประมาณ 200 ทุน

เด็กชายแดนใต้ เสนอ 3 ข้อ พัฒนาเด็กชายแดนใต้
นภัทร วงค์ทอง ตัวแทนยุวฑูตสิทธิเด็กเยาวชนชายแดนใต้ เครือข่ายปกป้องสิทธิเด็ก นำเสนอสถานการณ์สิทธิเด็กชายแดนใต้ใน 3 ด้าน ด้านแรกคือการศึกษา จากการศึกษาข้อมูลพบว่า เด็ก 30 % หลุดจากระบบการศึกษา ส่วนหนึ่งมาจากเดินทางมาเรียนลำบาก อย่างไรก็ตามเด็กเหล่านี้จะสามารถหาเลี้ยงตนเองได้ ซึ่งหากมีการศึกษามากขึ้นจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เข้าถึงการศึกษามากขึ้น สุขภาพและโภชนาการ ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น และ สุขภาวะทางจิตใจ ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ ทำให้สุขภาวะทางจิตใจของเด็กไม่ดีเท่าที่ควร รวมไปถึงการถูกมองเหมารวมว่าเป็นผู้ที่มาจากพื้นที่ที่ก่อความไม่สงบ
ข้อเสนอ เร่งพัฒนาระบบดูแลในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะด้านสุขภาพและโภชนาการ ข้อสองสนับสนุนชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็กมากขึ้น และสุดท้ายพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์พื้นที่ เช่นการทำให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมีคุณภาพ และหารายได้จากเทคโนโลยีได้ด้วย

เครือข่ายสมาคมด้วยใจระบุ ชัด สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ส่งผลกระทบถึงเด็ก
เสนอยกเลิกฐานปฏิบัติการทหารในพื้นที่โรงเรียน
อัญชนา หิมินะ นายกสมาคมด้วยใจ กล่าว่า สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบกับเด็กและผู้หญิงจำนวนมาก จากสถานการณ์ในพื้นที่พบว่า มีการโจมตีในพื้นที่ใกล้โรงเรียนเกิดขึ้นมากกว่า 10 กรณี เหตุการณ์ที่สำคัญคือ การกราดยิงในโรงเรียน ที่ส่งผลกระทบด้านการศึกษาและพัฒนาการของเด็กด้วย นอกจากนี้ใน 2 จังหวัดคือ ยะลาและนราธิวาส ยังพบว่ามีค่ายทหารอยู่ในโรงเรียนซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมไปถึงการใช้เด็กเป็นทหารมีการให้เด็กถือระเบิดไปวาง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ปรากฏเป็นภาพข่าว เนื่องจากเด็กเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม หรือไม่มีการดำเนินคดีกับเด็กเพราะถือว่าเป็นเยาวชน แต่สิ่งนี้ถือว่าผู้ก่อความไม่สงบใช้เด็กเป็นทหาร
แนวทางการแก้ไข คือ จะมีการสอนด้านมนุษยธรรม สันติภาพให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างไร และเสียงของเด็กที่จะถูกพูดถึงในโต๊ะเจรจา ซึ่งเด็กควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาเรื่องสันติภาพบน ดังนั้นข้อเรียกร้อง คือ ต้องไม่ใช้เด็กเป็นทหาร และต้องไม่มีการปฏิบัติการทางทหารในโรงเรียน ทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายกองกำลังติดอาวุธ พร้อมกันนี้ให้เร่งฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กที่โตมาในสถานการณ์ความรุนแรง เพราะเด็กจะนำความรุนแรงนั้นมาใช้ในสังคม ซึ่งจะลุกลามขยายวงมาถึงประเทศชาติด้วย

นักวิชาการ มอ.ย้ำอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ยังสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
รศ.ดร.จุฑารัตน์ สถิรปัญญา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้อัตราการเพิ่มของประชากรภาคใต้สูงขึ้นมากกว่าพื้นที่อื่นในประเทศ และการพัฒนาการเติบโตของเด็กก็ไม่ได้มีคุณภาพที่ดีด้วย ดังนั้นเมื่อพูดถึงชีวิตเด็กต้องดูตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดาด้วย ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตของมารดาสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระบบสาธารณสุขพยายามลดการเสียชีวิตของมารดา ด้วยการให้แม่เข้าถึงระบบสาธารณสุข และการสร้างความเข้าใจระบบทางสังคม ศาสนา ในขณะที่พื้นที่ห่างไกล เกาะต่าง ๆ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มารดาเสียชีวิต รวมไปถึงการฝากครรภ์ของแม่ด้วย ซึ่งเมื่อคุณภาพการฝากครรภ์ของแม่น้อย ส่งผลมาถึงการรอดชีวิตของเด็กด้วย การติดตามการฝากครรภ์ก็ยังมีอัตราต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญคือ อาหารของแม่และทารก ที่ทำให้เด็กเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสถานการณ์ความไม่สงบด้วย
“สวัสดิการเด็กถ้วนหน้า จะเป็นตัวเกื้อหนุนทำให้เด็กโตมาได้อย่างดี”
ประธานฯขับเคลื่อนเด็กถ้วนหน้าฯ ย้ำ สถานการณ์เด็กทั่วประเทศ ยังหน้าเป็นห่วง
เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ หลังมติ ครม. 31 มกรา 68

ผศ.สุนี ไชยรส ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน กล่าวว่า ปัญหาสวัสดิการของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นที่ภาคใต้เท่านั้น คณะทำงานฯ มีทั่วประเทศ 450 องค์กร ในแต่ละภาคมีปัญหาแตกต่างกันออกไป ในขณะที่ภาคใต้อาจจะยังมีสถานการณ์ที่อ่อนไหว ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับเงินสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ที่คณะทำงานฯ สู้มาตลอด 10 ปี ยังมีเด็กที่ตกหล่นและเข้าไม่ถึง ซึ่งขณะนี้ผลักดันไปถึงเข้าสู่การพิจารณาของ มติครม. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ทั้งนี้ คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ทั่วประเทศ จะติดตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ หากครม.ยังไม่มีมติดังกล่าวถ้วนหน้า คณะทำงานฯ คงจะต้องเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อผลักดันมตินี้
สุนี ยังกล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่ต้องผลักดัน คือ คณะทำงานฯ จะประสานงานกับ ศอบต. และอปท. ทั่วประเทศ เข้าสู่ระบบการดูแลของศูนย์เด็กเล็กด้วย
เยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยื่นข้อเสนอ เรียกร้องความปลอดภัยในรัศมี 1 กิโลเมตร จากโรงเรียน
ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และผู้บริหารระดับสูงจาก ศอบต.ได้มารับข้อเสนอจากเยาวชนในพื้นที่ ใน 3 ประเด็น โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

ข้อเสนอด้านสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1.ขอให้สนับสนุนและผลักดันนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าและการกระจายอำนาจ 2. การสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่าย การขับเคลื่อนงานของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมทั้งการทำ MOU 3. การพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ให้ครู 4.การจัดสรรสนับสนุนงบประมาณ สวัสดิการที่เพียงพอ และครอบคลุม 5.ส่งเสริมให้มีการศึกษาดูงาน 6.ลดภาระงานด้านเอกสาร เพื่อให้ครูมีเวลาดูแลเด็กมากขึ้น 7.ให้มีเวลาปิดเทอม เพื่อให้ครูมีเวลาเตรียมสื่อการเรียน การสอน ให้เด็กในปีการศึกษาถัดไป 8.สร้างความมั่นคงในอาชีพครู เช่น เปิดสอบกรณีพิเศษ

ส่วนด้าน นโยบายส่งเสริมสวัสดิภาพความปลอดภัยของเด็ก มีดังนี้ 1.ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการด้านความปลอดภัยของเด็ก ในรัศมี 1 กิโลเมตร จากสถานศึกษา โดยเฉพาะการป้องกันการมีอาวุธในสถานศึกษาทุกรูปแบบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.ขอให้เพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เด็กและเยาวชน 3.สนับสนุนให้เด็กได้รับการอบรมเรื่องการจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ 4.ขอให้มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ชุมชน 5. สนับสนุนการสร้างความเห็นอกเห็นใจผ่านกิจกรรมในสถานศึกษา และกำหนดให้มีการให้คำปรึกษาด้านจิตใจสำหรับเด็กในสถานศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ 6. ให้มีการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้การใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย และ7. ส่งเสริมการให้การเรียนรู้ด้านสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

สำหรับประเด็นสุดท้าย ด้านการจัดการภัยพิบัติสำหรับเด็กและเยาวชน มีดังนี้ 1.ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งศูนย์การจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติผ่านการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเด็กและเยาวชน องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานของรัฐในระดับพื้นที่ 2.ขอให้มีการสร้างความตระหนักรู้ และการรับมือกับภัยพิบัติ
“เราอยากให้ทุกคนร่วมสร้างสังคม ที่เด็กโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย มีศักยภาพและโอกาสเท่าเทียมกัน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศชาติ” ข้อความฝากจากเยาวชนไปยังผู้บริหารประเทศ
ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวหลังจากที่ได้รับข้อเสนอจากเยาวชน ว่า จะนำเรียนผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะผ่านนโนยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า
///////////
