แถลงการณ์คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เรื่อง จุดยืน และ ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาวิกฤตชาติ
ประเทศไทยยึดแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาอย่างยาวนาน จน อาจกล่าวได้ว่า นี่คือ ระบอบการปกครองที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่คนไทยเรา ซึ่งมีที่มาจากความหลากหลายเผ่าพันธุ์ ศาสนาและ วัฒนธรรมที่แตกต่าง สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ด้านเศรษฐกิจในอดีตประเทศไทย ได้เจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 วิกฤตฟองสบู่แตกเมื่อปี2543 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2551แต่ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติได้ช่วยกัน แก้ไขปัญหาจึงทำให้ประเทศไทยเราผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้ ด้านการเมือง ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาแม้จะมีหลายกลุ่มหลายฝ่าย ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าพิจารณาจากข้อเรียกร้องและการแสดงออกของผู้ชุมนุมก็ถือว่ายังอยู่ภายใต้ กรอบรัฐธรรมนูญและสถาบันหลักตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ณ ปัจจุบัน ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่กับสถานการณ์วิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มระบาดอย่างรุนแรงไปทั่ว โลกในช่วงต้นปี 2563 ส่งผลให้ประชากรทั้งโลกติดเชื้อมากกว่า 51 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.2 ล้านคน สถานการณ์ในต่างประเทศยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยแม้จะสามารถควบคุมการระบาดเอาไว้ได้แต่ก็ยังต้องมี มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้น
สถานการณ์ทางด้านการเมืองได้มีกลุ่มคณะราษฎรออกมายื่นข้อเรียกเรียกร้อง 3 ข้อดังนี้
- นายกฯต้องลาออก
- ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)ใหม่ทั้งฉบับ และ
3.ให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
การ เรียกร้องในข้อที่ 1 และ 2 ยังถือว่า เป็นเรื่องปกติและประชาชนพอที่จะยอมรับกันได้ ส่วนประเด็นข้อที่ 3 ไม่เคยมีปรากฏว่า มีการเรียกร้องเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดย ตลอด ที่ผ่านมาการแสดงออกของผู้ชุมนุมผ่านหน้าสื่อทุกช่องทางของการสื่อสารทั้งทางตรงและทางอ้อม มีข้อมูลหลักฐานและ ข้อเท็จจริง ที่เป็นการจาบจ้วงเกินเลยเจตนาที่จะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตามข้อเรียกร้อง จนยากที่ประชาชนที่มีความจงรักภักดีจะ ยอมรับกันได้ จึงเป็นที่มาของสมาชิกเรียกร้องให้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่อง ดังกล่าว
เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) จึงขอแถลงการณ์ดังนี้
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) จะยึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อเสนอการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล
1.หมวดการปฏิรูปด้านการเมือง-การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
1.1. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ต้องมาจากการเลือกตั้งผ่านกลุ่มอาชีพอย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
1.2. สมาชิกวุฒิสภาต้องมาจากการเลือกตั้งผ่านกลุ่มอาชีพอย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
1.3. ผู้ใช้แรงงานทำงานในเขตเลือกตั้งไหนให้มีสิทธิ์ลงรับสมัครเลือกตั้งและใช้สิทธิ์เลือกตั้งในเขตนั้น
1.4. วิธีการออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ต้องใช้บัตรสองใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต อีกใบ เลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ
1.5. รัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนจะประกาศใช้ต้องผ่านการลงประชามติของประชาชนผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่ง
2.หมวดการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ
2.1.ลดการพึ่งพารายได้จากนโยบายภาคอุตสาหกรรม นโยบายการส่งออก และส่งเสริมสนับสนุนนโยบายด้าน การเกษตร โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง
2.2.ส่งเสริมสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจการรัฐวิสาหกิจ และยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ
- หมวดการปฏิรูปการจ้างงาน
3.1.รัฐต้องจัดหางานให้ประชาชนวัยทำงานมีงานทำอย่างทั่วถึง มีมาตรการให้ผู้ใช้แรงงานทำงานอย่างปลอดภัยฯ จัดหาอาชีพให้กับประชาชนที่ออกจากงาน และ มีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ไม่มีงานทำอย่างเพียงพอ และยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มีความมั่นคงทุกรูปแบบ
3.2. รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน นิยามค่าจ้างขั้นต่ำแรกเข้าต้อง เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองและคนครอบครัว อีก 2 คน ตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และ ต้องเท่ากันทั้งประเทศ กำหนดโครงสร้างค่าจ้าง และปรับค่าจ้างทุกปีไม่น้อยกว่าอัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมทั้งเร่ง ดำเนินการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 425 บาท ตามที่ได้ให้สัญญากับประชาชนเอาไว้
3.3 รัฐต้องควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพไม่ให้แพงเกินจริง
- หมวดการปฏิรูประบบประกันสังคม
4.1 รัฐต้องปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร สำนักงานประกันสังคม ให้เป็นองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการบริหารอย่างแท้จริง รวมทั้งปรับสิทธิประโยชน์ ให้เพียงพอตามความจำเป็น
4.2 รัฐต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทนุ ประกันสังคม สัดส่วน 5 % เท่ากันกับลูกจ้าง นายจ้าง และให้รัฐบาลนำเงิน สมทบค้างจ่าย จำนวน 87,737 ล้านบาท มาคืนให้กับประกันสังคมทั้งหมดเป็นกรณีเร่งด่วน
4.3 ให้รัฐบาลจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อให้บริการผู้ประกันตน
4.4 ให้รัฐบาลสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้บริการผู้ประกันตน
- หมวดรัฐสวัสดิการ
5.1 รัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพให้ประชาชนทุกคน ได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
5.2 ด้านสาธารณสุขประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและไม่มีค่าใช้จ่าย
5.3 ด้านการศึกษา ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงการศึกษาตามความต้องการในทุกระดับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- หมวดสิทธิแรงงานตามหลักสากล และ สิทธิการชุมนุม
6.1 รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบบั ที่ 87 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัว ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการ เจรจาต่อรอง ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา
6.2 แก้ไขปรับปรุงกฎหมายแรงงานทกุฉบับให้สอดคล้องกับหลักอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO)
6.3 สิทธิการชุมนุม โดยสงบสุขและปราศจากอาวุธ ต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามรัฐธรรมนญู และรัฐต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญทุกรูปแบบ
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วิกฤตชาติในครั้งนี้จะต้องมีทางออกที่ เหมาะสมผ่านพ้นไปด้วยดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา จึงแถลงการณ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
12 พฤศจิกายน 2563



