1พ.ค. ขบวนแรงงานคึกคัก เดินรณรงค์ ยื่นข้อเสนอ และทวงถามนายกกรณีแก้ปัญหา ด้านนายกรับปัญหาเดิมรับมา 2 ปี มีแก้บ้าง เป็นบางข้อเท่านั้น เสนอแรงงานต้องพัฒนาตัวเองด้วย เพื่อรายได้ และอุตสาหกรรมใหม่
วันกรรมกรสากล หรือวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งได้รวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จัดพิธีกรรมทางศาสนา และได้เดินรณรงค์ไปยังบริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ภายใต้คำขวัญ “แรงงานพัฒนาพาเศรษฐกิจมั่นคงดำรงชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมาเป็นประธานเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2559 ด้วย
อีกกลุ่มประกอบด้วยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งได้รวมตัวกันที่บริเวณรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร ภายใต้คำขวัญ “สามัคคีกรรมกร ต้านทุนนิยมครอบโลก สร้างสังคมใหม่ แระชาธิปไตยประชาชน” เพื่อเดินรณรงค์ไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทวงถามข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นล่วงหน้าแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 ต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว จำนวน 6 ข้อ โดยทางกลุ่มนี้ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ วางพวงมาลัยอนุสาวรีย์ฯจำลองเนื่องจากไม่สามารถเข้าไปจัดกิจกรรมในบริเวณพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำแผงมาปิดกั่นพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งมาล้อมไว้เพื่อไม่ให้เข้าไปพื้นที่ด้านใน ทางกลุ่มจึงต้องจัดกิจกรรมบนถนนด้านนอกแทน หลังจากวางพวงมาลัยแล้วทางกลุ่มได้ร่วมกันร้อง รำวงเฉลิมฉลองร่วมกันในบทเพลงรำวงวันเมย์เดย์ ที่แต่งโดยจิตร ภูมิศักดิ์
นายบรรชา ประสิทธิ์สันต์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ได้กล่าวนำเสนอข้อเรียกร้อง และยื่นข้อเรียกร้องให้ ทั้งหมด 15 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98
2. ให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ พร้อมทั้งควบคุมราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค
3. ให้รัฐบาลปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน ดังนี้
3.1. ให้แก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับบัตรรับรองสิทธิให้ได้ทุกโรงพยาบาล
3.2. ให้ประกาศให้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่ขาดจากการเป็นผู้ประกันตน เข้ามาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 ได้ใหม่ ตามระยะเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
3.3. ให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 40
3.4. ให้ยกระดับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลทางการแพทย์กรณีเจ็บป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินตามความเป็นจริง
3.5. ให้เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้จากอุบัติเหตุจากการทำงานเดิม 60 % เพิ่มเป็น 100 % ของค่าจ้าง
4. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของผู้ใช้แรงงานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
5. ให้รัฐบาลตรากฎหมายตั้งกองทุนประกันสังคมความเสี่ยงให้กับลูกจ้างในกรณีที่สถานประกอบกิจการปิดกิจการเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน
6. ให้รัฐบาลยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้กรณีค่าชดเชยของลูกจ้างภาคเอกชน และเงินตอบแทนความชอบของพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงเงินได้อื่น ๆ ซึ่งเป็นเงินงวดสุดท้ายของลูกจ้าง
7. ให้รัฐบาลตราพระราชกฤษฎีกา การจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบ เพื่อเป็นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามบทบัญญัติว่าด้วยเงินกองทุนสงเคราะห์ในหมวด 13 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 163)
8. ให้รัฐบาลสนับสนุนและผลักดันกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ และยุตินโยบายการแปรรูปหรือแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชน หรือยุบเลิกรัฐวิสาหกิจ
9. ให้รัฐบาลยกระดับสำนักงานความปลอดภัยแรงงานเป็นกรมความปลอดภัยแรงงาน
10. ให้รัฐบาลจัดงบประมาณสนับสนุนมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
11. ให้รัฐบาลบังคับให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 มาตรา 11/1 โดยเคร่งครัด
12. ให้กระทรวงแรงงานเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของแรงงานนอกระบบ หน่วยงานและภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจัดตั้ง “กรมคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ” ขึ้นมาดูแลเฉพาะ
13. ให้กระทรวงแรงงาน จัดงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปฐมวัยลูกของแรงงานที่จัดตั้งขึ้นมาแล้วอย่างต่อเนื่อง
14. รัฐบาลต้องจัดให้มีระบบบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่ครอบคลุมประชากรทุกคนและเพียงพอต่อการดำรงชีวิตไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจนหรือสัดส่วนรายได้เฉลี่ยของประเทศไทย
15. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2559
ด้านนางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ทางคสรท.และสรส. ได้ร่วมการจัดกิจกรรมเพื่อตอกย้ำถึงเจตนารมณ์วันกรรมกรสากลให้แจ่มชัดยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ในภาวะการกดขี่ ขูดรีดที่รุนแรง หนักหน่วง และมีความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมภายใต้กระบวนการผลิต การทำงานของระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมหรือทุนนิยม โดยกิจกรรมปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้คำขวัญ “สามัคคีกรรมกร ต้านทุนนิยมครอบโลก สร้างสังคมใหม่ แระชาธิปไตยประชาชน” ซึ่งยื่นข้อเรียกร้องล่วงหน้าแล้ว การวันนี้เพื่อการติดตามทวงถามคำตอบ ข้อเรียกร้องดังนี้ 1. รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง
2. รัฐต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ และผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการพัฒนารัฐวิสาหกิจ ตามข้อเสนอของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่ได้ยื่นต่อรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยสาระสำคัญให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ
3. รัฐต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการวางมาตรการอย่างเข้มข้นต่อการละเมิดสิทธิแรงงาน การคุกคาม และการเลิกจ้างผู้นำสหภาพแรงงานในรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
4. รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม ให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน โดยกำหนดนิยามค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นค่าจ้างแรกเข้าที่พอเพียงเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวอีก 2 คน และจากผลสำรวจค่าใช้จ่ายของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ แรงงานจะอยู่ได้ต้องมีค่าจ้างวันละ 360 บาท ต้องเท่ากันทั่วประเทศ และรัฐต้องยกเลิกคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด
5. รัฐต้องปฏิรูประบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถ้วนหน้าคุ้มครอง ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม มีสิทธิประโยชน์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และการปรับปรุงเพิ่มสิทธิประโยชน์ รวมถึงการยกเลิกการใช้เงินที่ไม่เกิดประโยชน์ ไม่ครอบคลุมผู้ประกันตนทุกคน
6. รัฐบาลต้องดำเนินการจัดตั้งธนาคารแรงงาน ให้เป็นของผู้ใช้แรงงาน เพื่อผู้ใช้แรงงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ใช้แรงงาน ในการสร้างฐานเศรษฐกิจและเพื่อเป็นแหล่งทุน และส่งเสริมการออมให้กับผู้ใช้แรงงาน
และยังมีข้อเรียกร้องที่ติดตามมีดังนี้ 1. รัฐต้องแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในเขตพื้นที่สถานประกอบการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปมีสิทธิเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่นั้นๆ 2. รัฐต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการเข้าถึงสิทธิ การบังคับใช้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 อย่างจริงจังภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้ใช้แรงงาน 3. รัฐต้องตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน โดยให้นายจ้างและรัฐบาลสมทบเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิมธิแรงงาน เมื่อมีการเลิกจ้าง หรือเลิกกิจการไม่ว่ากรณีใดก็ตาม 4. รัฐต้องสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กหรือศูนย์พัฒนาเด็กให้แก่ผู้ใข้แรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรม หรือสถานที่ทำงาน 5. รัฐต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการคุ้มครองสิทธิแรงงาน และสวัสดิการสังคมของแรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ และ6. รัฐต้องยกเว้นภาษีกรณีเงินก้อนสุดท้ายของคยงานผู้เกษียณอายุ
ด้านพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวรายงานว่า จากนโยบายของรัฐบาล ให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานหรือคนทำงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา กระทรวงได้บริหารจัดการและพัฒนาภารกิจ ด้านแรงงาน คือด้านการสร้างงาน สร้างอาชีพ ได้พัฒนาศูนย์บริการจัดหางาน ให้การบริการจัดหางาน ที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและศักยภาพร่างกาย ตลอดจนดำเนินการให้ปลอดภัยจากการจ้างงานผิดกฎหมาย และการหลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศ
ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ให้มีศักยภาพและมีฝีมือที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนาทักษะทางด้านภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม รวมทั้งจัดมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้คนทำงานได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามศักยภาพ
ด้านการคุ้มครองแรงงาน ได้ขับเคลื่อนป้องกันการแก้ไขและปัญหาการค้ามนุษย์ การคุ้มครองสิทธิแรงงาน ส่งเสริมให้มีระบบสวัสดิการ และระบบแรงงานสัมพันธ์ ในรูปแบบการเป็นหุ้นส่วน ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และการขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ด้านการสร้างหลักประกันทางสังคม ได้ขยายความคุ้มครองแรงงานไปยังนอกระบบ และลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีคลอดบุตร กรณีว่างงาน กรณีเสียชีวิต และกรณีเงินสมทบบุตร รวมถึงปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลและสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายล่วงหน้ากรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามข้อเรียกร้องข้อพี่น้องแรงงานในปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องการรับรองอนุสัญญาโครงการแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98 ซึ่งปัจจุบันได้รับฟังความคิดเห็น ผลกระทบ ข้อดีและข้อเสีย พร้อมจะนำเข้าที่ประชุมพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรี
เรื่องการปฏิรูประบบประกันสังคม ได้จัดทำปฏิรูป แผนปฏิรูปและพัฒนาสิทธิภาพงานประกันสังคม โดยมีการกำหนด Road Map ขั้นตอนการดำเนินการระยะเวลา เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์แต่ละขั้นตอน
เรื่องการคุ้มครองสิทธิ์และสวัสดิการ ได้ดำเนินการศึกษาการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้กับลูกจ้าง เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ได้ปรับปรุงโครงสร้างการทำงาน การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวะอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ๆ ได้แจ้งให้คณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ทราบถึงความคืบหน้าแล้ว
โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ กล่าวว่า จากการจัดงานครั้งนี้ต้องให้สอดคล้องว่า รับข้อเรียกร้องทั้งหมด 15 ข้อ ของคณะกรรมการจัดงานเสนอมานั้นจำได้ว่า ปีที่แล้วขอมา บางอย่างทำไปแล้ว แต่จะให้เกิดความชัดเจนขึ้นต่อไปสำหรับทุกคน
ทราบดีอยู่แล้วว่า รัฐบาลเป็นกลไกลความสำคัญ ประเทศ รัฐมีเครื่องจักรอยู่หลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านกฎหมายและด้านคุณธรรม เพื่อเดินหน้าประเทศ
ในส่วนรัฐบาลมีวัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์ อย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า จะต้องเป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนทั้งหมดจะย้ายไปสู่แผนของ สภาพัฒน์ฯ แผนที่ 12-15 ทุก 5 ปี จะต้องมีการพัฒนา ซึ่งแรงงานด้วย ฉะนั้นแผนฉบับที่ 12 ปี 60 – 64 ต้องชัดเจนในเรื่องของแรงงาน ในเรื่องการพัฒนาไปสู่ 20 ปี อย่ามองแค่วันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น ประเทศไทยต้องพัฒนาไปเป็นประเทศ 4.0
ในส่วนของภาคแรงงานรัฐบาลย้ำว่าจะดูแลทุกภาคส่วนทั้งแรงงานในระบบและแรงงานอิสระ ทุกคนจะได้รับประโยชน์จากกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ จะดูแลคุ้มครองคุณภาพของแรงงาน สิ่งสำคัญนอกจากแรงงานในประเทศแล้วก็ต้องมองไปถึงแรงงานนอกประเทศด้วยเพื่อที่จะได้ส่งเสริมแรงงานต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการเพราะอีกไม่กี่ปีเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกยุคใหม่ มีการใช้คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์มากขึ้น การใช้แรงงานไม่มีฝีมือจะลดลง ต้องเตรียมความพร้อม
ขณะเดียวกันแม้ จะมีแรงงานเป็นล้านคนแต่ความต้องการก็ยังไม่เพียงพอกับบางกิจการ ทุกคนจะต้องเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง วันข้างหน้าจะได้สามารถเลือกงานหรือโรงงานได้ ต้องเข้าใจระบบ อย่าลืมว่าต้องมีต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องแก้ไขอย่างไรไม่ให้พันกัน วันนี้ทำทั้งระบบ ไม่ใช่ทำตรงปลายเหตุมาตลอด แล้วปัญหาเก่าไม่แก้เลย
ส่วนข้อเรียกร้อง 15 ข้อที่ขอมานั้น หลายข้อพูดกันมา 2 ปีแล้ว ต้องพัฒนาไปตามลำดับ แต่จะให้กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียวแล้วให้เกิดคงไม่ได้ เพราะพันกันหลายอย่าง ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาคนทั้งประเทศเดือดร้อน ก็ต้องมาดูว่าจะส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่หรือไม่ขอให้เข้าใจด้วย ตนก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประเทศมีความเข้มแข็ง ประชาชนมีรายได้ ขอให้แรงงานทุกคนพัฒนาตัวเองให้มีความพร้อมกับโรงงานที่เรียกว่าอุตสาหกรรมใหม่
ทั้งนี้ตนเองไม่ต้องการให้มีการลดคนงาน หรือเงินเดือนเหมือนที่ต่างประเทศทำกัน และไม่ต้องห่วงรัฐบาลเองได้สนับสนุนและเอื้ออำนวยให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาลงทุน ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มงาน อย่างปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)ที่ผ่านมามีปัญหามาก เราจำเป็นต้องแก้ทั้งระบบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย กฎหมายที่เกี่ยวกับ IUU กว่า 90 ฉบับต้องออกใหม่ทั้งหมด ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาทำอะไรกันอยู่ จนต้องมาเดือดร้อนทุกวันนี้ ถ้าทำให้ทุกอย่างดี มีมาตรฐานรวมทั้งกฎหมายที่สร้างความชอบธรรมก็จะไม่เกิดปัญหาหรือผลกระทบต่าง ๆ
อีกว่า 30 ข้อที่รัฐบาลทำอยู่ คือ การสนับสนุนให้ทุกคนมีงานและมีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกระบบ รวมถึงอาชีพอิสระ ทุกคนต้องมีค่าตอบแทนที่ดีและสามารถดำรงชีวิตได้
วันนี้แรงงานต้องมีหลักประกันความมั่นคง มีการจัดรัฐสวัสดิการเหมาะสม สร้างความเข้มแข็งในด้านทักษะแรงงาน วันหน้าค่าแรงจะต้องมากกว่า 400 – 500 บาท แต่ต้องปรับปรุงตัวเองด้วย โดยในปี 2560 จะเกิดโรงงานใหม่ ๆ 5 – 6 พันแห่ง เนื่องจากโรงงานเก่า ๆ ต้องปิดตัว โรงงานใหม่เป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ขณะนี้ปนะเทศกำลังมีการพัฒนาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ จะมีการสร้างรถไฟมากมาย ซึ่งต้องมีการจ้างแรงงาน หลังจากหยุดพัฒนาไประยะหนึ่ง วันนี้ต้องมาเร่งให้เร็วขึ้น สิ่งที่รัฐบาลและ คสช.ทำวันนี้เหมือนหัวขบวนที่คอยขับเคลื่อนประเทศ เพราะหยุดนิ่งมานาน แต่เวลานี้แรงแทบไม่พอ ต้องช่วยกันเข็น เพราะคนเหมือนคนขับหัวรถจักรที่แรงน้อยเต็มทีมาเดินหน้า ถ้าแรงส่งไม่พอทุกคนต้องช่วยกันเข็น อย่าเป็นรถที่สวนขบวนมาก็แล้วกัน แล้วไม่ใช่ปล่อยให้หัวรถจักรไปแค่หัวเดียวแล้วขบวนไม่ตามมา ปล่อยให้พุ่งชน ควรไปกันทั้งขบวนอย่างมั่นคง ซึ่งต้องแก้ปัญหาเป็นชั้น ๆ จากอดีตที่ไม่ได้มองดูเลยว่าจะเอาเงินมาจากไหน ท่ามกลางการส่งออกที่ลดลงจากปัญหาเรื่องของคุณภาพ นวัตกรรมที่ไม่เพียงพอ อย่ามองว่าประเทศเราเป็นประเทศเล็ก แต่เป็นประเทศใหญ่ และแรงงานต้องมีความขยัน ดังนั้น ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอ
ในส่วนของเรื่องของการศึกษา รัฐบาลพยายามปฏิรูปในเรื่องของ 5 แท่ง ใช้มาตรา 44 เข้าไปแก้ปัญหา แรงงานต้องเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของแรงงาน ผู้ประกอบการเองต้องมีส่วนช่วยให้แรงงานของตัวเองได้ศึกษาต่อ เพราะวันนี้โลกแข่งขันกันสูง และอยากให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อยอยู่แบบนี้เพื่อเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ไม่ใช่มาทะเลาะกัน ขอแค่ 5 ปี ให้มั่นใจว่าสิ่งที่ได้ทำมาไม่ได้ล้มเหลว และที่ทำไม่ได้หวังแม้แต่คะแนนเสียงเดียว เพียงแต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน ยืนยันรัฐบาลดูแลทุกภาคส่วนเท่าเทียมกัน ส่วน 15 ข้อเรียกร้องของแรงงานนั้นรัฐบาลจะรับไปดู แต่ไม่รับปากว่าจะทำได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือกับมิตรประเทศในเรื่องของการจ้างแรงงานที่ขณะนี้พบว่าต่างประเทศ มีความต้องการแม่บ้านที่มีทักษะในการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงแม่ครัวร้านอาหารไทยจำนวนมาก ซึ่งแรงงานเหล่านี้ได้เงินมหาศาล เดี๋ยวรัฐบาลจะเปิดช่องทางหาคนที่มีอาชีพเหล่านี้ไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งตนเองต้องการให้ประชาชนดูการสาธิตฝีมือแรงงานในโทรทัศน์ที่มีทุกช่อง นอกจากดูละคร ผมไม่ได้รังเกียจละคร สมัยก่อนก็ดู แต่เดียวนี้ไม่ดูเพราะมาเจอละครชีวิตจริง ตนเปิดดูทีวีหาแต่ละช่องเจออะไรก็จำมา อยากให้คิดแบบนี้ แรงงานคนไหนยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ให้เข้ามา วันหน้าต้องสนับสนุนภาคการรวมกลุ่มการผลิตให้ได้ สหพันธ์แรงงานก็ต้องไปดูผู้ที่ประกอบการอยู่ที่บ้านด้วย ประเทศไทยมีคนว่างงานไม่ถึงร้อยละ 1 ส่วนที่ไม่ว่างงานเพราะขยันต่อสู้ รัฐบาลต้องเสริมตรงนี้ ป้องกันเรื่องการหลอกลวงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ หรือที่ยังไม่จดทะเบียนมักจะถูกรังแก รวมถึงต้องมีการปรับปรุงการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจ
เรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ รัฐบาลนี้ไม่มีการปล่อยปะละเลยเหมือนเมื่อก่อน ใครเห็นสิ่งที่เป็นปัญหาหรือเดือดร้อนให้แจ้งมา ใครต้องการจะเรียกรับผลประโยชน์ หรือพบในการทุจริตจะตรวจสอบทันที สถานประกอบการที่ไม่ผ่านการตรวจแรงงานใน 5 ปี ต้องตรวจทั้งหมด ถ้าพบไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการ แต่ถ้าดีอยู่แล้วอย่าไปประท้วง ผู้ลงทุนที่มาประเทศไทย เขาขออย่างเดียวให้ประเทศไทยสงบสุขแบบที่ผมเข้ามา โดยสิ่งที่เรากำลังดำเนินการในการปฏิรูปทุกระยะ เขาเห็นด้วยทุกประการ
วันนี้ต้องบริหารทั้งระบบทั้งรัฐ ผู้ประกอบการ และแรงงานทุกประเภท เพิ่มความร่วมมือกับต่างประเทศในยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ อันไหนขาดก็เอามาช่วย ส่วนอันไหนที่ดีอยู่แล้วให้ยกเป็นหัวหน้างาน แค่นี้เราก็รวยกันแล้ว ประเทศแข็งแรง ที่ผ่านมามีการทำรายจ่ายแบบเกินดุล วันนี้สิทธิในการรักษาฟรีทั้งคนรวย คนจนเท่ากันหมด เป็นสิทธิที่ไม่ว่ากัน ส่วนการศึกษาเรียนฟรี บางคนขอให้ถึงระดับอุดมศึกษา จริงแล้วตนเองอยากส่งให้ถึงระดับต่างประเทศเลยถ้ามีเงิน ซึ่งต้องปรับแก้ในห้วงระยะเวลานี้ไปก่อน แล้วจะต้องดีขึ้น
นักส่อสารแรงงาน รายงาน






