NTN นิเด็คระยองเปิดโครงการสมัครใจลาออก

คนงานประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ 600 คนไหลเข้าโครงการ“สมัครใจลาออก” บริษัทอ้างว่าประสบปัญหาขาดทุน
 
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2553 บริษัท นิเด็ค แบริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์น ซีบอร์ด 300 หมู่ที่ 4 ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองนายจ้างประเทศญี่ปุ่น ประกอบตลับลูกปืนหัวอ่านข้อมูล คอมพิวเตอร์มีพนักงานประมาณ 900 กว่าคน ได้ประกาศ ถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ได้ใช้มาตรการเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจของบริษัทฯ  หลายอย่างเช่น ปรับปรุงสายการผลิตและเครื่องจักร หาตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต ลดค่าล่วงเวลา และมีการเปิดโครงการสมัครใจลาออกไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน กรกฎาคม  2553 ที่ผ่านมาจำนวน 328 คน ในครั้งนี้บริษัทฯเปิดเข้าโครงการแบบไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดวันตั้งแต่วันที่ 15 – 21 ธันวาคม 2553 มีสิทธิประโยชน์พิเศษ เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการสมัครเข้าโครงการดังต่อไปนี้  
 
1.  ค่าชดเชย ตามกฎหมายกำหนด + เงินช่วยเหลือพิเศษ 60 วัน
2. วันหยุดพักผ่อนประจำปี  บริษัทฯ จ่ายให้สำหรับวันหยุดที่ยังไม่ได้ใช้
3. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพร้อมดอกเบี้ย  100%
4. หนังสือรับรองการผ่านงาน  บริษัทฯ ดำเนินการออกให้แก่พนักงาน
5. เงินรางวัลพิเศษประจำปี
 
ต่อมาวันที่ 20 ธันวาคม 2553 เวลา 11.15 น. นางสาวพัชนีย์  ศรีวิชัย ตำแหน่ง Sr.Supervisor ได้ประกาศเสียงตามสายย้ำอีก ว่า บริษัทฯจะหยุดการผลิตภายในสัปดาห์นี้ และบริษัทฯไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายสำหรับในปีถัดไป ดังนั้นเป็นโอกาสสุดท้ายที่บริษัทฯจะจัดเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้กับพนักงานทุกคน ทำให้พนักงานได้ตัดสินใจ สมัครใจลาออกประมาณ 600 กว่าคนเพราะไม่มั่นใจในอนาคตของตัวเอง
 
จากการประกาศสมัครใจลาออกครั้งนี้ นางสาวสุนารี  กิ่งคำ ประธานสหภาพแรงงานฯ กล่าวว่า “การที่บริษัทฯอ้างว่าปรับปรุงการผลิตและเครื่องจักรนั้น ความจริงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรทำให้ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะลดจำนวนคนงานลง และในช่วงเดือน กรกฎาคม  2553 ที่ผ่านมามีการสั่งซื้อเครื่องจักร CNC เข้ามา จำนวน 10 เครื่องเพื่อผลิตและประกอบเอง นี่หรือที่บริษัทฯอ้างว่าขาดทุนต้องลดพนักงานลง และบริษัทฯได้มีการลงทุนเพิ่มเติมโดยการเข้า เทคโอเวอร์บริษัท เอสซีวาโด้ นิคมฯบ่อวิน และนิคมฯปิ่นทอง “ และกล่าวอีกว่า “บริษัททั้งสองแห่งนี้มีการจ้างแรงงาน ข้ามชาติเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ทำให้ดิฉันเข้าใจแล้วว่าการกระทำเช่นนี้ บริษัทเองต้องการที่จะรักษาสถานะของบริษัทไว้ โดย การเปิดโครงการ  “ ลาออกด้วยความสมัครใจ ” แล้วจะนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานแทนเพื่อเป็นการลดต้นทุน โดยการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำ แต่ได้ปริมาณงานมากกว่าเดิม” 
 
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีจำนวนคนงานที่ตั้งครรภ์จำนวน 100 กว่าคน หนึ่งในพนักงานที่ตั้งครรภ์กล่าวว่า การสมัครใจให้ลาออก ก็เหมือนกับการบังคับให้ลาออกโดยสมัครใจ พนักงานหลายคนต่างหวั่นวิตกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองทั้งปัจจุบันและในอนาคต ความไม่มั่นคงในอาชีพ ตื่นขึ้นมาทำงานตอนเช้าก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้ว่าจะถูกเลิกจ้างอีกหรืไม่ ถ้าเธอลาออกด้วยความสมัครใจเธอจะได้เงินเพียงเล็กน้อยใช้ไม่กี่เดือนก็หมดค่าคลอดบุตรก็จะได้เฉพาะในส่วนที่เธอจ่ายเข้าประกันสังคมเท่านั้น 
 
ที่ปรึกษาด้านแรงงานกลุ่มภาคตะวันออกได้นำเสนอว่า ทัศนคติของผู้นำด้านแรงงานต่างมองตรงกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้กำลังบอกอะไรกับกระบวนแรงงานหรือเปล่า นายทุนผู้ถืออำนาจในหลายรูปแบบ พวกเขาจะเปลี่ยนชะตากรรมของคนงาน ชาวนา ชุมชน ผู้ด้อยทั้งทุน ทั้งอำนาจพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่าน สิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ไปไม่รู้ว่าพวกเราจะได้รับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใดจะมีใครที่กินภาษีของเรา จะยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราหรือเปล่าอยากให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานชาวไทยทุกคนช่วยกันติดตาม
 
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนทำให้นักลงทุนแสวงหาแต่กำไรจึงไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของคนงานและนำไปสู่การเกิดปัญหาความไม่มั่นคงของประเทศ ความเหลื่อมล่ำ อาชญากรรม อาญชกร ขโมย ฉกชิงวิ่งราว แรงงานข้ามชาติตีคนงานไทยเพราะแย่งงานกันทำแล้วอนาคตของลูกหลานไทยจะเป็นเช่นไร? ที่ปรึกษาด้านแรงงาน กล่าว
นักสื่อสารแรงงาน ศูนย์ชลบุรี – ระยอง รายงาน