
ผลประชุมคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. … นัดสุดท้ายมีมติปรับแก้กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเดิม ที่ให้ลาคลอดได้ 98 วัน เป็น 120 วัน

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เครือข่ายขับเคลื่อนแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการลาคลอด 180 และการจ้างงานภาครัฐ ได้ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. ….และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. … เรื่อง ขอขอบพระคุณ และให้กำลังใจ ในการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการลาคลอดฯ ลูกจ้างได้ค่าจ้างเต็ม โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และนายเซีย จำปาทอง กรรมาธิการแรงงาน พรรคประชาชน ร่วมรับจดหมายเปิดผนึกจากเครือข่ายขับเคลื่อนแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการลาคลอด 180 วันและการจ้างงานภาครัฐ เพื่อเป็นการขอบคุณและให้กำลังใจในการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว และผลักดันให้มีการขยายวันลาคลอดในอนาคต

นางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบกทม. ผู้แทนเครือข่ายฯ ในการยื่นหนังสือต่อประธานกมธ.แรงงาน พร้อมกล่าวว่า ด้วยการพิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่…)พ.ศ. … ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาฯของสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมใช้เหตุและผลข้อมูลประกอบการพิจารณาที่คำนึงถึงประโยชน์ของทุกภาคส่วนในสังคม ประเทศชาติ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่อง การขยายวันลาคลอดให้กับลูกจ้างหญิง และชาย เพื่อการให้นมบุตรและการเลี้ยงดู จนกระทั้งมีมติของคณะกรรมาธิการฯออกมาจาก เดิม 90 วัน เป็น 120 วัน และถ้าบุตรเจ็บป่วย พิการฯ แม่ก็สามารถลาคลอดได้เพิ่มอีก 15 วันโดยได้รับค่าจ้างเต็มจากนายจ้างและประกันสังคม อีกทั้งในการปรับแก้กฎหมายฯครั้งนี้ยังคำนึงถึง การให้คู้สมรสสามารถลางานเพื่อช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ อีก 15 วัน

ที่ผ่านมาเครือข่ายขับเคลื่อนลาคลอดฯได้พยายามขับเคลื่อนเรียกร้องให้ประธานฯและคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้พิจารณาบนฐานข้อมูลทางวิชาการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ว่าทำไมต้องให้ลูกจ้างหญิงลาคลอดเพื่อให้นมบุตรได้ไม่ต่ำกว่า 180 วัน ( 6 เดือน ) แต่เครือข่ายฯก็มีความเข้าใจ และติดตามในความพยายามทำงานและพิจารณาในเรื่องนี้ให้สามารถมีความเป็นไปได้ในการขยับวันลาคลอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะนี้
ทั้งนี้เครือข่ายฯขอขอบพระคุณ และขอให้กำลังใจกับท่านประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายฯฉบับนี้ ทุกท่าน ที่ช่วยพิจารณาฯจนกระทั่งสามารถนำการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความก้าวหน้าไปได้ดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น และจะมีการนำเข้าสู่การบรรจุกฎหมายเข้าลำดับการเสนอต่อการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาในลำดับต่อไป

เครือข่ายขับเคลื่อนลาคลอด 180 วัน จึงขอฝากข้อเสนอเชิงข้อมูลและความจำเป็น ที่ประเทศไทยต้องมีการขยายวันลาคลอด และสิทธิความเป็นมารดาทั้งก่อนคลอด และหลังคลอด ดังเหตุผลต่อไปนี้
1.ขอให้ประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาได้ผ่านร่างแก้ไข พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานการให้ลูกจ้างหญิงและชาย ได้สิทธิการลาคลอดเพิ่มขึ้น จาก 98 วัน เป็น 180 วัน ได้ค่าจ้างเต็ม โดยยึดหลักองค์การอนามัยโลก (WHO) หรืออนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อนุสัญญา 183 ว่าด้วยการให้สิทธิลาคลอดได้เกิน 98 วัน
2.ขอให้ประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาแก้ไขหลักการ และเหตุผล คำนิยาม เรื่องสิทธิการลาคลอด โดยการนำเอาเนื้อหาในกฎหมานรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 48 ว่าด้วยสิทธิของมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการคลอดบุตร ย่อมได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายบัญญัติ ความมุ่งหมาย เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของมารดา และผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอ และบุคคลผู้ยากไร้ ที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ (ซึ่งบทบัญัตินี้ เป็นบทบัญญัติเทียบเคียงจากกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (International Covenant on economic, Social and cultural Rights : ICESCR) ข้อที่ 10(2) ว่าด้วยมารดาควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษระหว่างช่วงระยะเวลาตามควรก่อนและหลังการให้กำเนิดบุตรฯ และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดีและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนทุกช่วงวัย อีกทั้งมีข้อย่อยที่ 3.8 (SDG) ว่าด้วยเรื่องสุขภาพมารดาและเด็ก

3.ขอให้ประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ และกฤษฎีกา ได้พิจารณา เพิ่มถ้อยคำในบทเฉพาะกาล ในกฎหมายกำหนดการนำออกมาใช้ได้จริงภายในกี่เดือน
4.ขอให้การใช้สิทธิลาคลอดที่ขยายเพิ่มตามกฎหมายกำหนด ต้องไม่ให้นายจ้าง นำการเพิ่มวันลาคลอดมากกว่า 98 วัน ที่กฎหมายกำหนด มาเป็น เงื่อนไขในการประเมินการทำงาน การให้รางวัล การให้โบนัส หรือการทำให้การทำงานของลูกจ้างไม่ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ลูกจ้างทำงานอยู่
5.ขอให้ประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้เร่งแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ โดยขอสนับสนุนการแก้ไขให้การจ้างงานของลูกจ้างภาครัฐ ทุกกลุ่มประเภทการจ้างงานของรัฐ ได้เข้าสู่การคุ้มครองของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากลูกจ้างกลุ่มนี้เป็นประชาชนที่อยู่กับการจ้างงานกลุ่มใหญ่ที่สุด ที่ควรจะได้รับความมั่นคงจาการทำงาน และสวัสดิการในการคุ้มครองสิทธิแรงงานและระบบสุขภาพที่เท่าเทียมกับแรงงานในระบบของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
6.ขอให้ประธาน และคณะกรรมาธิการวิฯได้เร่งนำการพิจารณาชั้นกรรมาธิการวิสามัญเข้าสู่การเสนอลำดับกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในลำดับต้นๆ พร้องขอท่านประสานแจ้งการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ต่อเครือข่ายขับเคลื่อนลาคลอดฯเพื่อการติดตามการออกกฎหมายนี้ต่อไป
ในการนี้ เครือข่ายขับเคลื่อนผลักดันแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการลาคลอด 180 วัน และการจ้างงานลูกจ้างภาครัฐ ขอขอบคุณและให้กำลังใจท่านประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ที่ได้รับข้อเสนอ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านฯและคณะฯจะนำเรียนที่ประชุมในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ฯเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคตต่อไป

ด้านด้านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดสุดท้าย ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีมติปรับแก้กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเดิม ที่ให้ลาคลอดได้ 98 วัน เป็น 120 วัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการจะได้นำร่างกฎหมายเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุในระเบียบวาระ โดยมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ในวาระ 2 และ 3 เพราะกรรมาธิการทุกคนมีความต้องการเช่นเดียวกัน คือ อยากให้แรงงานมีสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนสาเหตุที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไม่สามารถปรับแก้วันลาคลอดให้เป็น 180 วัน ตามที่พรรคการเมืองและประชาชนเสนอมานั้น เนื่องจากความเห็นของผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ SME พบว่า ด้วยสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากปรับวันลาคลอดไปถึง 180 วัน จะส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจอย่างมาก

นายบัณฑิต แป้นวิเศษ มูลนิธิเพื่อนหญิง และเครือข่ายขับเคลื่อนฯ ลาคลอด 180 วัน กล่าวว่า การประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว โดยล่าสุดมติที่ประชุมของร่างกฎหมายนี้ขยายเป็น 120 วันจากวันลาคลอด 98 วันในปัจจุบัน ซึ่งมีข้อเสนอจากทั้งของพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกลให้ขยายวันลาคลอด อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการวิสามัญมีมติเป็น 120 วัน โดยให้แม่หลังจากลูกคลอดออกมาแล้ว ถ้าลูกเจ็บป่วย พิการเพิ่มวันลาได้อีก 15 วัน และกรณีคู่สมรสสามารถลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรอีก 15 วัน สรุปเป็นลาคลอด 120 วัน เพิ่มเติมอีก 15+15 วัน
/////////
