เปิดอนุสาวรีย์” โศกนาฏกรรมของคนงานเคเดอร์ ” หวังเป็นอนุสรณ์เตือนใจผู้คน ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน จัดตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ริมถนนมักกะสัน ราชเทวี ศิลปินผู้ออกแบบและปั้น ย้ำเป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ ให้เกิดการป้องกันดูแลคนทำงานมากกว่านี้
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2558 ที่มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มักกะสัน กรุงเทพฯ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากผู้ทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยและองค์กรกลุมสหภาพแรงงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ พร้อมทำพิธีเปิดประติมากรรม “อนุสาวรีย์ เตือนใจความปลอดภัยของคนทำงาน” ซึ่งปั้นและออกแบบโดยนายสุรพล ปัญญาวชิระ เจ้าของ รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ‘แดง’ ครั้งที่ 3 ศิลปินเกียรติยศทัศนศิลป์ดีเด่น ทางด้านสันติภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม ประจำปี 2554 รวมทั้งวงดนตรีภราดรได้เล่นเพลงคิดถึงตุ๊กตา ที่แต่งโดยนายวิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เป็นบทกวีที่บอกเล่าเรื่องราวความหวังของคนงานที่เข้าสู่รั่วโรงงานเพื่อหารายได้ไปจุนเจือครอบครัวและชีวิตที่ดีขึ้น แต่ต้องสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย
นายสุรพล กล่าวถึงความรู้สึกในการรับงานปั้น และออกแบบชิ้นนี้ด้วยน้ำตาว่า แรงบันดาลใจว่าได้มาดูโมเดลเหตุการณ์ โรงงานเคเดอร์ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และได้เข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต รู้สึกสะท้อนใจ สะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหา จึงออกแบบเป็นซากตึก ที่ด้านหนึ่งแตกหัก และใช้สัญลักษ์ของมือแทนคนงานที่ร้องขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางเปลวไฟ ด้านหน้าเป็นตุ๊กตาที่คนงานผลิต ออกแบบและปั้นทำขึ้นมา เพื่อไกด์ให้คนที่มาพบเห็น และต้องค้นหาความจริง รวมถึงเพื่อรำลึกโศกนาฏกรรมเคเดอร์ครบรอบ22 ปี เป็นการเตือนใจไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียเช่นนี้อีก
นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงการจัดงานบทเรียนโศกนาฏกรรมคนงานเคเดอร์สู่อนุสาวรีย์ เตือนใจความปลอดภัยของคนงานว่า เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตาเคเดอร์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันที่10 พ.ค. 2536 มีแรงงานเสียชีวิต188 คน บาดเจ็บอีกกว่า 400 คน ซึ่งทางเครือข่ายแรงงานได้ตั้งอนุสาวรีย์โศกนาฏกรรมของคนงานเคเดอร์ขึ้น เพื่อเตือนใจด้านความปลอดภัยในการทำงาน เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ และเตือนใจทุกฝ่ายร่วมกันดูแลด้านความปลอดภัยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก โดยได้รับเงินสนับสนุนจากนายสุวัจน์ ลิปพัตลภ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน( รมว.)จำนวน 1 แสนบาท และเครือข่ายแรงงานด้วย อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับกระทรวงแรงงานที่จะจัดตั้งกรมส่งเสริมความปลอดภัยขึ้น แต่ขอเรียกร้องให้มีตัวแทนลูกจ้าง สหภาพแรงงานต่าง ๆ นายจ้าง และนักวิชาการ เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อาจในรูปแบบกรรมการที่ปรึกษาฯ เพราะลำพังหน่วยงานรัฐหรือเฉพาะไตรภาคีการแก้ปัญหาจะไม่ประสบผลสำเร็จ
นางแสงดาว ลุนสอน อดีตคนงานโรงงานผลิตตุ๊กตาเคเดอร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สูญเสียเพื่อนร่วมงานที่สนิทไปทั้งหมด เพื่อนที่กินข้าวด้วยกันทุกวัน หลายคนต้องสูญเสียผู้นำครอบครัว เสียลูก เสียเมีย มีความทุกข์ยาก ทั้งลำบากขาดรายได้ ไม่มีงานทำ ตกงานสูญเสียโอกาส ถือเป็นบทเรียนให้โรงงานได้ทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย
นางสมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน และสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงพบแรงงานเจ็บป่วยจากการทำงานเพิ่มขึ้น โดยในปี 2553-2554 พบแรงงานเจ็บป่วยจากการทำงานประมาณ 100-200 คน โดยล่าสุดเฉลี่ยปีละ 600-700 คน ส่วนใหญ่ป่วยจากสารเคมี เช่น โรคปอด มะเร็งปอด กระดูกสันหลังอักเสบ โดยเฉพาะแรงงานที่ทำงานในโรงงานสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ ก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้พบว่า บางโรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา จ้างแรงงานที่ป่วยจากโรคกระดูกสันหลังอักเสบ ลาออกจากงานถึง 40 คน และจ่ายเงินชดเชยให้ 10 เดือน โดยทุกวันนี้แรงงาน ยังมีปัญหาข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลของกองทุนเงินทดแทน ดังนั้นขอเรียกร้องกระทรวงแรงงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า เพื่อรำลึกและไว้อาลัยให้แก่แรงงานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว และเพื่อสร้างความตระหนักและรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน พร้อมกล่าวถึงสารจากพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานมากที่สุด
เนื่องจากโรงงานเคเดอร์มีระบบในโรงงานไม่ดี อาทิ ทางหนีไฟแคบและเล็ก ประตูทางออกมีน้อย ไม่มีห้องให้คนงานสูบบุหรี่ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยภายในอาคารให้เข้มงวด รวมถึงส่งเสริมให้แรงงานมีความรู้ในการเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลต่างๆ
นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานเปิดอนุสาวรีย์เตือนใจความปลอดภัยของคนงาน ในโอกาสที่รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความปลอดภัยแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 2540 จากนั้นได้ให้ผู้เข้าร่วมยืนไว้อาลัยต่อความสูญเสียของคนงานเคเดอร์
ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยตัวเลขการบาดเจ็บ พิการและเสัยชีวิตเนื่องจากการทำงานเมื่อวันที่ 9 พ.ค.58 ช่วง 7 ปว่าลูกจ้างบาดเจ็บเฉลี่ยปละกว่า 1.3 แสนราย กองทุนเงินทดแทนควัก เงินจ่ายชดเชยปละกว่า 1.7 พันล้านบาท ชี้งาน ก่อสร้าง ผลิตเครื่องดื่ม ถนอมอาหาร ค้าเครื่อง ไฟฟ้า-ยานพาหนะมีลูกจ้างประสบอันตรายสูงสุด
จากข้อมูลของกองทุนเงินทดแทนของสำนักงาน ประกันสังคมในช่วงป 2551 – 2557 พบว่า มี ลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานเฉลี่ยปละ 135,183 ราย เสียชีวิตจากการทำงานเฉลี่ยปละ 628 ราย ทุพพลภาพเฉลี่ยปละ 15 ราย สูญเสียอวัยวะบาง ส่วนเฉลี่ยปละ 2,365 ราย
ในปี2558 ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม มีลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน 23,339 ราย แยกเปน เสียชีวิต 138 ราย สูญเสียอวัยวะบางส่วน 46 ราย หยุดงานเกิน 3 วัน 6,670 ราย และหยุดงานไม่เกิน 3 วัน 16,385 ราย นอกจากนี้ โดยเฉลี่ยแต่ละปกองทุนเงินทดแทน จ่ายเงินดูแล เยียวยาลูกจ้างและครอบครัวกว่า 1,700 ล้านบาท
นักสื่อสารแรงงาน รายงาน









