20 ปีสปส.ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปเป็นองค์กรอิสระ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
20  ปีสปส.ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปเป็นองค์กรอิสระ

     ดิฉันอยากจะย้ำบ่อยครั้งว่า การเกิดกองทุนของประกันสังคมนั้นเกิดจากความทุกข์ยากของคนงานที่เวลาเจ็บป่วยไม่มีเงินรักษา เวลาตายไม่มีเงินทำศพ เวลาทุพพลภาพไม่มีใครดูแล ตกงานก็ไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน นี้คือปัญหาที่เกิด ทำให้คนงานในเขตย่านอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งภาครัฐวิสาหกิจ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนนักศึกษา ข้าราชการตัวอย่างเช่น อาจารย์นิคม  จันทรวิทุร และผู้นำแรงงานให้ความสำคัญเคลื่อนไหวใหญ่ในเดือนกันยายน  2533 จนประสบความสำเร็จ

     นับเป็นเวลา  20  ปีบริบูรณ์ เงินที่สมทบประกันสังคมนั้น  มันคือหยาดเหงื่อหยดเลือดคราบน้ำตาของคนขายแรงงาน เพื่อมีสะสมไว้ดูแลยามเจ็บป่วย  ทุพพลภาพ  ตาย  คลอดบุตร  สงเคราะห์บุตร  ชราภาพ และว่างงาน กว่าจะได้มาตามสิทธิประโยชน์ทั้ง  7  กรณีนั้นคนงานต้องออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อรัฐบาล หลายปีโดยการใช้เงินลงขันเพื่อเป็นค่ารถในการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งไม่ได้มาเพราะความเมตตาของฝ่ายรัฐและการเมือง

     สิ่งที่ได้มาด้วยการต่อสู้ของคนจนทั้งนั้น ถึงจะได้สิทธิของเราเองจนมีกองทุน  5 แสนล้าน มีผู้ประกันตนเกือบ 10 ล้านคน แต่การบริหารงานกองทุนประกันสังคม ที่ผ่านมาอำนาจในการตัดสินใจทุกเรื่องของกรรมการบอร์ดประกันสังคมและที่ปรึกษามาจากการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทำให้อำนาจในการตัดสินใจในโครงการต่างๆ ถูกครอบงำและแทรกแซงจากนักการเมืองอยู่เสมอ และมีคนบางกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากเงินกองทุนประกันสังคม

     ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะมีข่าวฉาวการใช้เงินประกันสังคมที่ไม่โปร่งใส เช่นโครงการซื้อตึกวัฏจักร 500 ล้านบาท เมื่อมีเสียงคัดค้านจึงล้มเลิก กรณีการนำเงินประกันสังคมไปทำโครงการประชาสัมพันธ์ในปี 2552 จำนวน 1,000 กว่าล้านบาท และโครงการขนาดใหญ่ซึ่งน่าเป็นห่วงการนำเงิน 2,800  ล้าน ในโครงการจัดหาและดำเนินการเทคโนโลยีสารสนเทศแรงงานของกระทรวงแรงงาน ในโครงการดังกล่าวที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ความไม่โปร่งใส และการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ทำให้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)ได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงได้ข้อมูลความผิดในวันที่ 16 มิถุนายน  2552  และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญากับอดีตเลขาสำนักงานประกันสังคมจนถึงขณะนี้แล้วเรื่องราวต่างๆจะเงียบหายไป

     คำถามคือคดีจะจบอย่างไร? ใครจะรับผิดชอบกับจำนวนเงินมหาศาล? มีใครได้ผลประโยชน์คงต้องติดตามต่อไป? และอีกโครงการลงทุนในกิจการต่างๆของสำนักงานประกันสังคมก็ได้พบว่ามีการขาดทุน เช่นการลงทุนในหุ้นธนาคารไทย ธนาคารที่เกิดขาดทุน ในบริษัทเลห์แมนบราเธอร์โฮลดิ้งส์ ที่บริษัทดังกล่าวประสบวิกฤติทางการเงินจนล้มละลายในที่สุด หรือการลงทุน ที ยู โดม เรสชิเดนเชียลคอมเพล็กซ์ TUPF ที่มีผลดำเนินการขาดทุน และอีกหลายกรณีที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยในการนำเงินกองทุนสปส.ไปใช้เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นความไม่เหมาะสมของผู้มีอำนาจในการบริหาร ทั้งนี้กระทรวงแรงงานจะหาทางออกอย่างไร?

     คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยได้ส่งเรื่องไปยังเลขาที่การคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่  13  กรกฎาคม   2553  และต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะปรากฏ  บทบาทของกรรมการประกันสังคมได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของผู้ประกันตนอย่างแท้จริงหรือไม่เพราะการใช้เงินไม่ได้คำนึงถึงคนส่วนใหญ่การใช้เงินประกันสังคมของบอร์ดประกันสังคม

     กรณีไปดูงานต่างประเทศในแต่ละปีผลาญเงินจำนวน 10 กว่าล้านบาทขึ้นไปของทุกปีที่ไปดูงานต่างประเทศ แล้วผู้ประกันตนได้อะไร  รวมทั้งการนำเงินประกันสังคมมาจัดทำเสื้อวันแรงงานปีละเกือบ  2  ล้านบาท ให้เฉพาะคนบางกลุ่ม แล้วผู้ประกันตน  9 ล้านคนที่เป็นเจ้าของเงินได้อะไร  เหมาะสมหรือไม่กับการใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่าย รวมทั้งคิดจะนำเงินประกันสังคม 210  ล้านบาท ไปจัดทำหนังสือรวบรวมผลงานของคณะกรรมการประกันสังคมอีก เหมาะสมหรือไม่ มีผลงานอะไรที่จะบอกกับสังคมถึงผลงานที่ผ่านมา  การนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หลายเรื่อง สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้เงินกองทุนประกันสังคมเริ่มจ่ายออกจำนวนมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ  2  ปี ที่ผ่านมา กรณีว่างงาน และในปี 2553 เกิดวิกฤติทางการเมืองที่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบกรณีว่างงานที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน  รวมทั้งอีกปี 2557 ที่จะต้องจ่ายชราภาพให้กับผู้ประกันตนจำนวนมากถ้าการบริหารเงินไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกันตนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้และในอนาคตผู้ประกันตนจะมีความมั่นคงได้อย่างไรกับการบริหารงานที่ขาดการมีส่วนร่วมของสำนักงานประกันสังคม  กับการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ไม่มีความโปร่งใสกับการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม

     20 ปีของการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกันตนต้องร่วมกันปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ การบริหารงานกองทุนแบบมีส่วนร่วมมีระบบการตรวจสอบที่โปร่งใส กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง และต้องมาจากการเลือกตั้งของผู้ประกันตน  เพื่อจะดูแลสิทธิและผลประโยชน ของผู้ประกันตนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับกองทุนประกันสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตของผู้ประกันตน

โดย : วิไลวรรณ   แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย