แรงงานนอกระบบร้อง!!! รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องความมั่นคงในการทำงาน ลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 4  ตุลาคม  2555   แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ได้จัดสัมมนาสมัชชาแรงงานนอกระบบ เรื่อง “  สิทธิแรงงานนอกระบบ : สุขภาพ  สวัสดิการ  และงานที่มั่นคง  ”    ณ   ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์   กรุงเทพมหานคร   มีผู้เข้าร่วมราว  900  คน       ซึ่งได้รับการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) และ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคม  ”    

โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นการจัดเวทีสมัชชาเชิงประเด็น “ จากปฏิบัติการจริงสู่การพัฒนาข้อเสนอนโยบายและการนำสู่การปฏิบัติจริง  ”   ซึ่งมีการแบ่งแยกกลุ่มย่อยเป็น  3  ห้องเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาดังนี้

1.  นโยบายเพื่อการคุ้มครองและการสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับแรงงานนอกระบบ

2.  คิดใหม่…..ทำใหม่ : เจ้าสัวชุมชน & ความมั่นคงในอาชีพและรายได้

3.  รุกเพื่อลด : ภาระและความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สามารถหลีกเลี่ยงและจัดการได้

นางสุจิน   รุ่งสว่าง       ประธานกรรมการศูนย์ประสานแรงงานนอกระบบระดับชาติ  “  อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานนอกระบบโดยการแบ่งงานมาให้โดยคิดเป็นร้อยละ  30 %   ของงานท้องถิ่น หรือชุมชนเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบได้มีงานทำและมีความมั่นคงในชีวิต   ความปลอดภัยในการทำงาน   และยังมีเรื่องของสวัสดิการต่างๆ    แม้ตอนนี้จะมีประกันสังคมมาตรา  40  แต่ผู้ประกันตนยังไม่ได้ความสะดวกในการจ่ายเงินสมทบจึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือ   ส่วนเรื่องของหลักการเข้าร่วมกองทุนการออมแห่งชาติอยากให้รัฐบาลปลดล็อกไม่กีดกันผู้ประกันตนมาตรา  40  อยากให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าไปสมัครสมาชิกกองทุนการออมได้ด้วยเช่นกัน   สิ่งที่คาดหวังในการเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้อยากให้รัฐบาลลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมให้กับแรงงานนอกระบบ   แรงงานนอกระบบต้องมีสวัสดิการที่เหมาะสมและเอื้อกับแรงงานนอกระบบ  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ให้ไว้ช่วงหาเสียง ”

 

ด้านนายสำเร็จ  มูระคา     รองประธานกลุ่มแท็กซี่อาสาพัฒนาแรงงานนอกระบบ  กล่าวว่า  อยากให้ประกันสังคมกับกองทุนเงินออมแห่งชาติทำงานแบบบูรณาการทำงานร่วมกันเพราะประชาชนยังสับสนเรื่องการส่งเงินสมทบไม่ว่าจะเป็นกองทุนเงินออมแห่งชาติหรือผู้ประกันตนมาตรา  40  มีหลายเรื่องที่เหมือนกันทำให้ประชาชนไม่รู้จะเลือกทางไหน    จึงอยากให้รัฐบาลไปบูรณาการให้มันชัดเจนมากขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน  และประชาชนกว่า  70  ล้านคนควรได้รับความสิทธิเท่าเทียมกัน   และคาดหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ประชาชนและแรงงานนอกระบบกำลังผลักดันโดยเฉพาะเรื่องของกรณีชราภาพซึ่งผู้ประกันตนจะได้นำมาช่วยเหลือตนเองยามแก่ชราไม่ต้องไปรบกวนลูกหลาน

และอยากให้รัฐบาลให้โอกาสภาคประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมคิดร่วมทำกับแนวนโยบายที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

นักสื่อสารแรงงานศูนย์พื้นที่สระบุรี       รายงาน