เครือข่ายแรงานเพื่อสิทธิประชาชน ทวงรัฐเยียวยาถ้วนหน้า 5 พันบาท 3 เดือน

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

เครือข่ายแรงานเพื่อสิทธิประชาชน ได้มีการแถลงหน้าทำเนียบเพื่อทวงถามการเยียวยาถ้วนหน้า 5 พันบาท 3 เดือน

เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนและองค์กรภาคี ยื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 และได้มีการทวงถามเมื่อวันที่ 26 มกราคม อีกครั้ง เพื่อเรียกร้องมาตรการเยียวยาในกลุ่มแรงงานจากผลกระทบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีความชัดเจน เพียงพอ และครอบคลุม พร้อมทำกิจกรรมบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ชูป้ายที่มีข้อความว่า “เงินเยียวยาแรงงานต้องได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม เงินภาษีจากประชาชนทำไมต้องลงทะเบียน” โดยขอเรียกร้องที่ได้มีการยื่น ประกอบด้วย

1.ขยายมาตรการการชดเชยรายได้พื้นฐานให้แก่ประชาชนทุกคน ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาศัยในประเทศไทย ยกเว้นภาคราชการ โดยจ่ายเดือนละ 5,000 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 3 เดือนจนถึงช่วงรับวัคซีน

2.ปรับปรุงชั้นตอนการเข้าถึงสิทธิการได้รับเงินชดเชยดังกล่าวข้างต้น โดยใช้ฐานข้อมูลบุคคลสัญชาติไทยและคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติขอทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ฐานข้อมูลแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายเงินชดเชยดังกล่าว

กระจายรายได้ให้แก่ผู้ค้าปลีกรายย่อยมากกว่าร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่

3.จากที่ผ่านมาแต่ละสถาบันการเงินจะใช้ดุลพินิจพักหนี้คราวละ 3 เดือน แต่การพักหนี้ระยะสั้นไม่ส่งผลดีต่อการวางแผนชีวิต สร้างงานใหม่ จึงควรให้ออกมาตรการพักหนี้ครัวเรือนเป็นการทั่วไปอย่างน้อย 1 ปี ได้แก่ หนี้สินส่วนบุคคล บ้าน รถ และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคและอินเตอร์เน็ท เป็นเวลา 3 เดือน (มกราคมถึงมีนาคม 2564)

4. ยกเลิกหนี้กองทุนเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยให้ดำเนิการจัดสรรเงินทุนให้เปล่าแก่นักเรียนนักศึกษาทุกคนขึ้นมาแทน เพราะการศึกษาควรเป็นสวัสดิการที่รัฐต้องจัดให้ประชาชนฟรี ซึ่งสามารถทำได้โดยการปรับลด โยกย้ายงบประมาณจากส่วนอื่นๆลง อาทิ งบกองทัพและงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาชดเชยเพื่อสร้างการศึกษาที่ดีสำหรับประชาชน

5.ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนไทยหรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทย ต้องเข้าถึงการตรวจโรคฟรี รวมถึงได้รับวัคซีนฟรีเมื่อแสดงเจตจำนงที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามผู้ที่แสดงเจตจำนงไม่ฉีดวัคซีนจะต้องไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่นดียวกับการมีสิทธิเลือกที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตระกูลชนะ ของรัฐหรือไม่ก็ได้

6.จากบทเรียนกรออกมาตรการเยียวยาครั้งที่ผ่านมา ที่ประสบปัญหาสับสน คลุมเครือ มีการแบ่งแยกกีดกันกัน ระหว่างแรงงานบางกลุ่ม และให้สิทธิไม่ถ้วนหน้า ครั้งนี้รัฐไม่ควรทำผิดพลาดซ้ำเดิม โดยต้องให้แรงงานทุกกลุ่มอาชีพเข้าถึงมาตรการเยียวยาของรัฐโดยไม่แบ่งแยก และจะต้องไม่นำงินประกันสังคมของลูกจ้างไปใช้เยี่ยวยาอีก

7.รัฐต้องดูแลแรงงานภาคส่วนศิลปวัฒนธรรม ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งราชการ

8.มีมาตรการช่วยเหลือแรงงานจากประเทศเพื่อบ้าน

9.มีมาตรการลดและป้องกันช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สร้างความมั่นคงเพิ่มอำนาจให้ประชาชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะต้องนำมาตรการเก็บภาษีรายได้ในอัตราก้าวหน้าและภาษีความมั่งคั่ง จากคนที่ร่ำรวยที่สุด 1% ในสังคมไทยมาบังคับใช้

10.การแพร่ระบาดรอบสองถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นตัวการสร้างความเสียหายแก่ประเทศมาเป็นเวลามากกว่า 6 ปี รวมถึงเป็นผู้ไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง ในการบริหารประเทศในสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ทางกลุ่มยังขอเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพื่อเปิดโอกาสชุมนุม เพราะที่ผ่านมาไม่เกิดการแพร่เชื้อจากการชุมนุม แต่มาจากการลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย