รองประธานคสรท.ย้ำประกันสังคมต้องเป็นอิสระ

สปส.โปร่งใส

นักวิชาการด้านแรงงาน แนะปฎิรูปประกันสังคมทั้งระบบ เน้น ขยายอายุเกษียณผู้ประกันตน พร้อมปรับเพดานเงินสมทบเพิ่มป้องกันกองทุนล่ม/รองประะานคสรท.ย้ำสปส.ต้องเป็นองค์กรอิสระ

วันนี้ (19 พ.ย. 57) ที่กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น จากผู้แทนผู้ประกันตนในส่วนของผู้นำแรงงานทั้งในระบบนอกระบบ องค์กรนายจ้าง เพื่อรวบรวมข้อเสนอในการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ได้อยู่ในวาระการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. ….

นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ควรปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.)ทั้งระบบ เพื่อรองรับความมั่นคง เพราะอีก 30 ปีข้างหน้า เงินกองทุนจะหมดลง จากการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ โดยมองว่า ควรมีการขยายอายุเกษียณของผู้ประกันตน จาก 55 ปี เป็น 60 ปี, เพิ่มฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายเงินสมทบให้มากกว่า 1,650 บาท และขยับเพดานเงินเดือนที่เรียกเก็บออกไป ให้สูงกว่า 1 5,000 บาท, เพิ่มอัตราเงินสมทบที่เรียกเก็บ มากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ และต้องลงทุนต่อปี ให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 10 นอกจากนี้ สปส.ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ซึ่งพบว่า มีวงเงินใช้จ่ายมากถึง 4 ,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 2 ของเงินกองทุน.

ด้านนางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวย้ำว่า สปส. ต้องเป็นองค์กรอิสระ ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน และต้องเปิดกว้างให้นายจ้างและลูกจ้างจากกลุ่มต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร และตรวจสอบ นอกจากนี้ สปส.ต้องนำข้อมูลการประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆ รวมทั้งการลงทุน และผลตอบแทน เปิดเผยให้ผู้ประกันตนทราบต่อเนื่อง

“การประกันสังคมต้องมีความครอบคลุม เน้นสร้างความโปร่งใส มีระบบที่ตรวจสอบได้จริง ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มีการมอบหมายว่า กองทุนประกันสังคมต้องปฏิรูปให้เกิดความโปร่งใส สร้างความเข้มแข็งและต้องมีระบบรับฟังความคิดเห็นผู้ประกันตนได้จริง ผู้ประกันตนปัจจุบันมีราว 12 ล้านคนแล้ว กองทุนประกันสังคมกล่า 1.9 ล้านล้านบาทแล้ว ต้องบริหารให้ดี”นางสาววิไลวรรณกล่าว

ส่วนตัวแทนแรงงานนอกระบบ เสนอว่า ต้องการให้มีการประชาสัทมพันธ์เพื่อให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงการเป็นสมาชิก และมีการเพิ่มสิทธิสวัสดิการที่มากกว่านี้เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสมัคร ประเด็นต่อมาการจัดส่งเงินสมทบควรมีทางเลือกมากกว่าเดิม เพราะที่มีอยู่ในส่วนของแรงงานนอกระบบในจังหวักห่างไกลยังไม่สะดวกพอกับการส่งเงินสมทบ

นักข่าวกระทรวงแรงงาน รายงาน