มอบเงินว่างงาน ให้ลูกจ้าง “บริษัทบอดี้แฟชั่นฯ”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานให้กับผู้แทนลูกจ้าง บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครสวรรค์ หลังยังสู้คดีนายจ้างฟ้องเลิกจ้าง อ้างลูกจ้างผิดไม่จ่ายค่าชดเชย และรอศาลตัดสิน 

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานให้กับผู้แทนลูกจ้าง บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครสวรรค์ โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม รวมถึงผู้นำแรงงาน ได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการมอบเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลภายใต้ การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญ ในการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างที่ประสบปัญหาว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่ง ในวันนี้ ตนได้มีโอกาสมามอบเงิน สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานให้กับผู้แทนลูกจ้างบริษัท บอดี้แฟชั่นฯ สาขานครสวรรค์ ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง จำนวน 733 ราย อย่างเร่งด่วน ซึ่งต้องขอชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคมในครั้งนี้ ที่ได้ดำเนินงานช่วยเหลือได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และไม่ใช่แค่ลูกจ้างบริษัท บอดี้ แฟชั่นฯ จะได้รับประโยชน์ แต่ยังมีลูกจ้างของบริษัทอื่นๆ ทั่วประเทศอีกกว่า 16,000 ราย ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมา ในวงเงินประมาณ 850 กว่าล้านบาท อีกด้วย

ในการนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือลูกจ้าง เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างเร่งด่วน กระทรวงแรงงาน ได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานที่มีสาเหตุการลาออก จากงานของผู้ประกันตนกับนายจ้างไม่ตรงกัน และเรื่องอยู่กระบวนการของศาลเพื่อมิให้เกิดความล่าช้า ในการจ่ายประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ประกันตน โดยออกประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ การพิจารณาประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน พ.ศ. 2564 จัดทำระเบียบสำนักงานประกันสังคมว่าด้วยการขอรับประโยชน์ทดแทน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 และจัดทำแนวปฏิบัติการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานกรณีการแจ้งสาเหตุการออกจากงานของผู้ประกันตนกับนายจ้างไม่ตรงกัน จากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม สามารถวินิจฉัยจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานให้กับลูกจ้างบริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครสวรรค์ จำนวน 733 ราย จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 30,785,973.65 บาท (สามสิบล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นห้าพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสามบาทหกสิบห้าสตางค์) โดยลูกจ้างจะได้รับเงินดังกล่าวผ่านบัญชีธนาคารในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 นอกจากนี้ยังส่งผลให้ลูกจ้างของบริษัทอื่นๆ ทั่วประเทศอีกกว่า 16,000 ราย ที่จะได้รับสิทธิดังกล่าวตามมา วงเงินที่จะได้รับประมาณ 850 กว่าล้านบาท ซึ่งในวันนี้มีผู้แทนลูกจ้างบริษัทฯ ดังกล่าวมารับเงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้าง (ในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 200 วัน) จำนวน 5 ราย ดังนี้

  1.         นางระพีพร วันสืบเชื้อ จำนวน 70,000 บาท
  2.         นางสาวน้ำฝน จันทวิ จำนวน 67,520 บาท
  3.         นางวรรณิภา พุ่มโพ จำนวน 66,590 บาท
  4.         นางสาวนฤมล ทาหาวงศ์ จำนวน 67,630 บาท
  5.         นางสาวนิลวรรณ ภูมี จำนวน 44,450 บาท

การดำเนินงานของกระทรวงแรงงานในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้าง เป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ด้านชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า วันนี้การที่รัฐบาลได้มีการมอบสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคมให้กับอดีตลูกจ้างบริษัท บอดี้แฟชั่นฯ สาขานครสวรรค์ ที่นายจ้างอ้างว่าลูกจ้างมีการกระทำผิดแล้วเลิกจ้าง 700 กว่าคนนั้นเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากมีลูกจ้างที่ถูกนายจ้างดำเนินคดีขออำนาจศาลแรงงานในการเลิดจ้างจำนวนมาก ซึ่งในกฎหมายประกันสังคมกรณีว่างงาน หากศาลไม่ตัดสิน หรือคดีไม่ยุติคนงานก็ไม่สามารถได้เงินว่างงานตรงนี้ ซึ่งกฤษฎีกาได้มีการประกาศให้กองทุนประกันสังคมจ่ายกรณีว่างงานตรงนี้ให้กับอดีตลูกจ้างบริษัท บอดี้แฟชั่นฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อน และตอนนี้เท่าที่ดูข้อมูลมี 1 หมื่นกว่าคน ที่มีการถูกเลิกจ้าง และยังรอกระบวนการยุติธรรมอยู่ขณะนี้