ผู้มีรายได้น้อยทยอยรับเงิน 1,500-3,000 บาท

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

20161214_082134

ธนาคารเร่งจ่ายเงินเข้าบัญชีผู้มีรายได้น้อยตามโครงการช่วยเหลือของรัฐ แต่ละวันมีคนจำนวนมากเปิดบัญชี

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 รัฐบาลได้ทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหลังได้ประกาศจ่ายให้ภายในเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งได้เริ่มโอนเงินให้ในวันที่ 10- 30 ธันวาคมสำหรับประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ออมสิน และกรุงไทย ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้น จะมีการแจกสวัสดิการเป็น 2 อัตรา คือ คนที่มีรายได้ทั้งปี ไม่เกิน 30,000 บาท รัฐจะสนับสนุนเงินสวัสดิการให้ 3,000 บาท คนที่มีรายได้ทั้งปีเกิน 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รัฐจะสนับสนุนเงินสวัสดิการให้ 1,500 บาท

หลังการตรวจสอบผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรการอีกรอบ ปรากฏว่ายอดผู้ผ่านคุณสมบัติเหลือประมาณ 8.04 ล้านราย จากเดิมที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐไว้ 8.275 ล้านราย เนื่องจากมีผู้ตกเกณฑ์ เนื่องจากรายได้เกินไป 2.3-2.4 แสนราย ขณะที่อีก 9,600 ราย เป็นผู้เสียชีวิตไปแล้ว และอีกเกือบ 1,000 ราย มีทั้งผู้ที่เป็นต่างด้าว รวมถึงไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้(ข้อมูลจากเว็ปไซต์ประชาชาติธุรกิจ 9ธ.ค.59)

นายศุภกฤษ์ นราพันธุ์ คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อได้เงินนี้มาจะนำไปใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนักต้องใช้อย่างประหยัด ช่วงนี้มีการจัดระเบียบใหม่คนไม่ได้ทำงานจำนวนมากส่วนมากมาขับมอเตอร์ไซค์กันวินก็เพิ่มขึ้นรายได้ก็ได้ประมาณค่าแรงขั้นต่ำ ที่มารับเงินกันของมี 2 อัตรา คือ 1,500 บาทกับ 3,000 บาทไม่ทราบว่าใช้เกณฑ์อะไรในการประเมิน แต่ส่วนมากก็บอกว่าได้รับ 1,500 บาท

นโยบายดีไหม “คิดว่าในส่วนของเราคิดว่าดี ได้เงินไปใช้แก้ขัดได้ จะนำมาใช้จ่ายในครอบครัวช่วงปีใหม่ ส่วนมากชาวบ้านก็เก็บไว้ใช้ ซื้อข้าวสารตุนไว้เพราะช่วงนี้ข้าวสารราคาถูก ถามว่านโยบายอย่างนี้ดีไหมจริงๆแล้วต้องการให้มีการจัดหารงาน หรืออะไรที่ถาวรกว่านี้ เพราะมีคนอีกมากที่ไม่มีงานประจำทำ” นายศุภกฤษ์กล่าว

ด้านนางพวง ผลเตย อาชีพก่อสร้าง เล่าว่า “นโยบายที่รัฐบาลช่วยเหลือคนจนก็ดี แต่อยากได้ค่าไฟฟ้าที่ลดลงเนื่องจากค่าไฟแพง เพราะได้เงินมา 3,000 บาทใช้แปบเดียวก็หมด ไม่ใช่ว่าจะได้ทั้งปีเมื่อไร ทีแรกเข้าใจว่าจะให้เป็นเงินกู้ด้วย ตอนที่มาลงทะเบียนเลยไม่ได้เปิดสมุดบัญชีไว้ เมื่อได้เงินมาแบบนี้คงเอาไปใช้กินใช้อยู่ซื้อข้าวสาร โครงการแบบนี้ดีสำหรับคนจนเพราะอย่างพวกเรารับจ้างทั่วไปรายได้ไม่แน่นอนบางทีก็ไม่มีงานก็หยุดเป็นเดือนหรือครึ่งเดือน ก็ถือว่าดี คนวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้คนละ 1,500 บาท ทั้งที่เขามีเงินหมุนเวียนทุกวันอย่างน้อยวันละ 300 – 400 บาท อย่างก่อสร้างไม่มีงานก็ไม่มีทำอด เพราะต้องหมุนเวียนทุกวันสำหรับเงิน มีความหวังอะไรกับเงินที่ได้ เพื่อไปใช้หนี้เนื่องจากยืมเงินมาใช้จ่ายเพราะเพิ่งมีงานเมื่อ 5-6 วันนี้เอง เป็นหนี้จำนวนมากก็ยังดีที่ได้เงินมาช่วยได้กินได้อยู่ไป เพราะครอบครัวใหญ่ลูกหลานหลายคน สิ่งที่คิดว่าอยากได้จากรัฐมากที่สุดคือเงินกู้ดอกเบี้ยไม่แพงจะได้ไม่ต้องไปกูเงินร้อยละ 10  นี่ก็หวังว่าเขาจะให้กู้เงินเป็นหมื่นบาท เพื่อจะได้นำเงินที่กู้ไปใช้หนี้แล้วมาผ่อนธนาคารเอาคิดอย่างนั้นตอนที่มาลงทะเบียนไม่คิดว่าจะได้อย่างนี้ ว่ารัฐจะให้กู้ 50,000 หรือ30,000 บาทก็ได้

ส่วนนางจันทร์ฉาย ไชยธงลักษณ์ แม่บ้านกล่าวว่า การได้รับความช่วยเหลือนั้นรัฐดูว่ารายได้ว่าเป็นอย่างไรตอนนี้รับจ้างเลี้ยงหลานได้วันละ 100 บาทจึงอยากได้เงินช่วยเหลือ พ่อแม่หลานทำงานอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท หากได้เงินมาก็ต้องไปใช้จ่ายกับลูกอีก 3 คน ยังเรียนหนังสืออยู่ ซึ่งได้เงินมาจะนำไปจ่ายค่าไฟฟ้า น้ำประปาที่เวลาเงินขาดไม่พอจ่ายจะได้นำเงินนี้ไปเก็บไว้จ่าย ถามว่าเพียงพอไหมคงไม่พอแต่ก็ยังดีสำหรับคนที่ไม่มีรายได้อะไร

ทั้งนี้ มีผู้มารับเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ซึ่งบางคนยังไม่สามารถรับสิทธิได้เนื่องจากยังไม่ได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรองรับการโอนเงิน ซึ่งต้องมีค่าเปิดบัญชีจำนวน 100 บาท และหากต้องการทำบัตรATMต้องจ่ายเพิ่ม ในส่วนของผู้มาใช้สิทธิบางคนเล่าว่า เจ้าหน้าที่แนะนำให้ทำบัตรATM เพื่อความสะดวก และคงต้องมีเงินเหลือไว้ในธนาคารด้วยอย่างน้อย 500 บาท และหากรัฐมีมาตรการในการช่วยเหลืออีกในอนาคต แต่บางคนไม่มีเงินที่จะเปิดบัญชีต้องไปหายืมเงินมาเพื่อเปิดบัญชีอีกด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน