คสรท.เลือกประธานใหม่ ถกยุทธศาสตร์แรงงาน กำหนดเป้าหมาย

20150118_172119

คสรท.จัดเลือกตั้งกรรมการใหม่ หลังชาลี ลอยสูงหมดวาระ ผลได้วิไลวรรณ แซ่เตียกลับมาเป็นประธาน / 2 นักวิชาการแรงงานย้ำ ขบวนการแรงงานต้องเป็นประชาธิปไตย คสรท.ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมระยะเวลา เพื่อเดินไปสู่ความสำเร็จ 

วันนี้(18มค.58) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)ได้มีการประชุมใหญ่สรุปงานประจำปี และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

20150118_17020120150118_113957

นายชาลี ลอยสูง ประธานคสรท.กล่าวว่า ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่ง 2 วาระ 4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่วิกฤติตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา คือคนงานจากภาคตะวันออกเดินเท้าเข้ามากรุงเทพ เพื่อให้กระทรวงแรงงานแก้ไขปัญหา และตามมาด้วยน้ำท่วมใหญ่ วิกฤตการทางการเมืองการรัฐประหาร การทำงานทุกวันเพื่อพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ขณะนี้ปัญหาของแรงงานยังค้างอยู่ และรอการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาอยู่จำนวนมาก วันนี้การทำงานของคสรท.ต้องมีการเดินหน้ายุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทั้งยุทธศาสตร์ทางการเมือง การจัดการศึกษา การขับเคลื่อนผลักดันนโยบาย กฏหมายต่างๆด้านแรงงาน และการคุ้มครอง เช่น ร่างกฏหมายประกันสังคม การให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ( ILO) ฉบับที่ 87 แบะ 98 และร่างกฏหมายแรงงานสัมพันธ์ใหม่ เพื่อให้การคุ้มครองการจัดตั้งและเจรจาต่อรอง ความปลอดภัยในการทำงาน ฯลฯ การจัดตั้งสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงานกับการทำงานร่วมกับสังคม การจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้นำแรงงาน เพื่อการอบรมและพัฒนา การจัดเก็บค่าบำรุ่งอัตราก้าวหน้า การควบรวมสหภาพแรงงาน และสหภาพแรงงานอุตสาหกรรม การสื่อสาร ผลิตสื่อของตัวเอง ด้วยเชื่อว่านี้คือเป้าหมายความเข้มแข็ง

20150118_152106

นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการอิสระด้านแรงงาน กล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นในขบวนการแรงงาน โดยมองว่ามีพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงหากว่ามีความเป็นประชาธิปไตย ด้วยในประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย จะมีขบวนการแรงงานที่เข้มแข็ง และปัจจุบันในสถานการณ์โลกระบบทุนรุกหนักเนื่องจากความอ่อนแอลงของขบวนการแรงงาน จึงมีขบวนการรวมตัวกันในรูปแบบเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ขบวน ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม

ประเทศไทยการรวมตัวของแรงงานมีจำนวนน้อยมากหากเทียบจากกำลังแรงงานมีการรวมตัวกันเพียงร้อยละ 1.5 เท่านั้น หากต้องการที่จะมีพลังการต่อรองต้องมีการจัดตั้งรวมตัวกันอย่างน้อยร้อยละ 10 ซึ่งคสรท.มีการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง สร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องมีความมุ่งมั่น และต้องไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมายที่กำหนดไว้ ด้วยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ที่กำหนดไว้ 10 ปี ให้เป็นจริง

20150118_13245520150118_123728

ดร.โชคชัย สุทธาเวช มูลนิธินิคม จันทรวิทรุ กล่าวว่า คสรท.ต้องมีการหนดยุทธศาสตร์ ปี 2558 เป็นเป้าหมายย่อย และกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ระยะยาวอย่างน้ย 3-4 ปีว่าจะทำอะไรบ้างให้สำเร็จ เพราะสภาแรงงานในต่างประเทศที่มีความเข้มแข็งในต่างประเทศจะมีการวางงานระยาวเป็นเป้าหมายที่นำไปสู่ความสำเร็จ

คสรท.ถือว่าเป็นองค์แรงงานที่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งมีถึง 4ยุทธศาสตร์ ที่กล่าวถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการแรงงาน มีการกำหนดการทำงานสหภาพแรงงานเพื่อสังคม มีการกำหนดว่าจะพึ่งตนเองด้วยการจัดเก็บค่าบำรุงอัตราก้าวหน้า ด้วยการทำงานกิจกรรมและการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งจริง ก็ต้องใช้เงิน ต้องมีคน มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถ มีทีมนักวิชาการ มีนักกฏหมาย ฯลฯที่เข้ามาทำงานให้องค์กร การจัดเก็บค่าบำรุงอัตราก้าวหน้าจะทำให้คสรท.มีเงินบริหารจัดการที่เพียงพอ

ในอดีตขบวนการแรงงานไม่มีการแบ่งแยกในการรวมตัว ซึ่งคสรท.มีการกำหนดยุทธศาสตร์การจัดตั้งรวมตัวทุกกลุ่มทั้งในระบบ นอกระบบ ข้ามชาติ เหมือนในอดีต และยังมีแนวคิดทำงานร่วมกับสังคม เพื่อสร้างแนวร่วม ซึ่งเคยมีนักวิชาการทำงายวิจัยการทำงานของสหภาพแรงงานกับสังคมไว้ ซึ่งประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสหภาพแรงงานจะทำงานให้สังคมด้วย

ทั้งนี้ต่อมาได้มีการสรุปการดำเนินกิจกรรมประจำปีและกำหนดการดำเนินกิจกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ และต่มามีการเลือกตั้งคณะกรรมบริหารคสรท.ชุดใหม่ โดยมีการเลือกตั้ง ประธาน รองประธาน เลขาธิการ

ผลจากการเลือกตั้ง มีดังนี้

1. นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคสรท.

2. นายชาลี ลอยสูง รองประธาน

3. นายยงยุทธ์ เม่นตะเภา รองประธาน

4. นางสาวธนพร วิจันทร์ เลขาธิการ

5. นายสมพร ขวัญเนตร รองเลขาธิการ

รวมทั้งตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ เข้ามาเป็นกรรมการบริหารด้วย ทั้งนี้ยังมีสหภาพแรงงานวายเอสภัณฑ์ประเทศำทย และกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อม-อ้อมใหญ่นำเงินที่รับบริจาคจากสมาชิกมามอบให้กับคสรท.เพื่อการดำเนินกิจกรรมด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน