บทความ

สถานการณ์แรงงานข้ามชาติ การจ้างงานกลุ่มคนงานที่ทำงานบ้าน สภาพปัญหาการเข้าไม่ถึงการคุ้มครอง

ภายใต้สถานการณ์ความต้องการแรงงานในการเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไทยจำนวนมาก และภายใต้ประเทศไทยที่กำลังเข้าสูงสังคมสูงวัยแน่นอนว่า แรงงานที่ประเทศไทยใช้และต้องการมากที่สุดคือ แรงงานข้ามชาติ ที่เข้ามาทดแทนโดยเฉพาะในส่วนที่แรงงานทำงานในบ้านที่ถือว่ามารองรับความต้องการของครอบครัวคนทำงานสมัยใหม่ หรือสังคมคนทำงานนอกบ้าน เขามาทำงานดูแลครอบครัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ ดูแลเด็ก ผู้แลผู้สูงวัย แต่คำถามที่น่าสนใจคือเราดูแลเขาด้วยกฎหมายใดที่คุ้มครองแรงงานที่ทำงานในบ้านบ้าง และความต้องการของเขาคือสิ่งใด

ส่องการสร้างความสุขผู้สูงอายุโลก กับ การพัฒนาความสุขผู้สูงอายุไทย

การจะพัฒนาสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ให้ขึ้นไปอยู่ในขั้นบันไดของ ประเทศที่ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นอันดับต้นๆ ของโลกนั้น เราทุกคนคือพลังสำคัญ โดยต้องเริ่มจากตัวเรา ที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของผู้สูงอายุ จากรายงานของ “สำนักงานสถิติแห่งชาติ” มีการคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ.2583 ประชากรผู้สูงอายุ จะเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 32.1 จากประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรวัยทำงาน เหลือเพียงร้อยละ 55.1 งานวิจัยจาก “สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล” แสดงให้เห็นชัดเจนว่า จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องดูแลตนเอง มีถึงร้อยละ 89 รองลงมา คือ ลูกสาวคนโตที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลผู้สูงอายุเป็นหลัก ผู้หญิงแกร่งทั้งหลายจึงต้องรับผิดชอบทั้งงานและผู้สูงอายุวัยพึ่งพิง

“จริงซำได๋ที่บอกกัน หรือเพียงหลอกฝันแล้วจากลา” : แรงงานสัมพันธ์ (พัง) ฉบับ ครม. 5 กุมภา 62

โดยสรุป ที่กล่าวมาทั้งหมดจึงเห็นได้ว่า ร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ….ฉบับที่ผ่าน ครม. เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ยังคงมีวิธีคิดหรือ mindset แบบเดิมที่ไม่แตกต่างจากแนวคิดใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 แม้ว่าสุดท้ายแล้วคำว่า “แรงงานสัมพันธ์” นั้นหมายถึง ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอันก่อให้เกิดความสงบสุข

แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ยังไม่ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม ไม่มุ่งส่งเสริม พัฒนาและคุ้มครองกระบวนการแรงงานสัมพันธ์ที่เป็นธรรม ยังไม่เปลี่ยนกรอบคิดแรงงานสัมพันธ์จากเดิมที่ยังให้อำนาจแก่ฝ่าย “นายจ้าง” ให้มีเหนือ “ลูกจ้าง” และท้ายที่สุดย่อมไม่สามารถนำไปสู่ “การสร้างให้เกิดหุ้นส่วนทางสังคมและเศรษฐกิจ” (Social partnership) ที่มองว่า “ผู้จ้างงาน” กับ “คนทำงาน” เป็น “หุ้นส่วน” กัน มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน (Fully equal partners) การตัดสินใจที่จะมีผลกระทบกับทั้งสองฝ่ายในการทำงานร่วมกัน จึงต้องใช้หลักการตัดสินใจร่วมกันบนพื้นฐานของความเสมอภาค เท่าเทียม และเป็นธรรม

สร้าง Productivity ภาคอุตสาหกรรม ด้วย Happy Relation & Happy Occupation

ข้อเสนอต่อการเปลี่ยนผ่านการจ้างงานในประเทศไทยยุค Disruption โจทย์ที่ท้าทาย คือ ทำอย่างไรสถานประกอบการจะมีระบบและนโยบายการจัดการเพื่อ”สร้างสุข ลดทุกข์ให้คนงาน” เพื่อเปลี่ยนผ่านการจ้างงานที่เป็นธรรมนี้ได้จริง

การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม: บทเรียนของการลดโลกร้อนจากประเทศเยอรมนี และข้อคิดสำหรับประเทศไทย

บทความนี้จึงจะพยายามอธิบายถึงกรอบแนวคิด “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” โดยในส่วนแรกจะได้กล่าวถึงความหมายของแนวคิดดังกล่าว และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในส่วนที่สองจะได้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมนีในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการไปดูงานที่ประเทศเยอรมนีในระหว่างวันที่ 7-13 ตุลาคม พ.ศ. 2561[1] และในส่วนสุดท้ายจะได้นำเสนอข้อคิดในประเด็นดังกล่าวสำหรับประเทศไทย

การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมต่อแรงงาน ประสบการณ์จากเยอรมัน ตอนที่ 3 “กรรมกรชนชั้นกรรมาชีพ กับการจ้างงานที่เปลี่ยนไป”

 การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมหรือJust Transition มีหลากหลายมุมที่มีการถกเถียงทั้งมุมสหภาพแรงงาน มุมมองของภาคประชาสังคม หรือNGOsที่เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้มีการจ้างงานในตำแหน่งงานใหม่ แต่ว่า ระบบการจ้างงานที่เห็นเป็นบริษัทขนาดเล็ก และไม่มีการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงาน ตัวเลขของสมาชิกสหภาพแรงงานที่ลดลง กลายเป็นข้อกังวลด้านอำนาจต่อรอง แตก็มีแนวคิดการรวมตัวแบบใหม่ๆ เช่นกัน งานที่ไม่มั่นคงภายใต้สภาพการจ้างงานใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นของแรงงานรุ่นใหม่ มันคือความท้าทายขบวนการแรงงานในอนาคต เช่นกัน 

1 2 3 53