เด็กเล็กกับออทิสติก:  ทำไมจึงมีความสำคัญ? (ตอนที่ 1)

ความเป็นมา

สวัสดิการสำหรับเด็กออทิสติก เป็นประเด็นที่เครือข่ายคนพิการ ซึ่งเป็นภาคีหนึ่งของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า  ให้ความห่วงใยเป็นพิเศษ เนื่องจากเด็กออทิสติกมีอุปสรรคมากในการเข้าถึงสวัสดิการด้านการบำบัดรักษาและการศึกษา ทำให้เด็กขาดโอกาสในการฝึกทักษะที่ส่งเสริมพัฒนาการ เมื่อเติบโตมาจึงช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตตนเอง ครอบครัวและสังคม

ภาวะออทิสติกเกิดกับเด็กตั้งแต่แรกเกิด จึงมีความเชื่อมโยงกับเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด การสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  ทั้งเอกสารและกรณีศึกษาจากพื้นที่  จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสำหรับการทำงานขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไป

บทความนี้เป็นการกล่าวถึงความสำคัญของภาวะออทิสติกว่าเกิดขึ้นมากแค่ไหน และส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

เด็กออทิสติกมีความพิเศษอย่างไร

เด็กออทิสติกมีความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองที่ส่งผลต่อการสื่อสาร  มีลักษณะอาการที่เด่นชัด คือ เด็กจะพูดได้ช้า  พูดซ้ำๆ แสดงออกด้วยท่าทางซ้ำๆ หรือมีความสนใจจำกัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมาก เด็กแต่ละคนจะมีความรุนแรงของปัญหาและอาการที่แตกต่างกันออกไป โดยอาการผิดปกติจะเริ่มสังเกตได้ชัดตอนขวบปีที่สอง และนับจากขวบปีที่สามเป็นต้นไป อาการจะชัดเจน และรุนแรงมากขึ้นถ้าไม่ได้เข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสมจากทีมสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยลดความรุนแรงและทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ จากการวิจัยที่ผ่านมาพบว่าการส่งเสริมพัฒนาการร่วมกับการปรับพฤติกรรมเป็นการรักษาที่ได้ผลดีในกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มก่อนวัยเรียน

เด็กออทิสติกมีมากแค่ไหน

การสำรวจจำนวนบุคคลออทิสติกทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเกณฑ์ในการวินิจฉัยออทิสติกมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย เดิมเชื่อว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลจากเกณฑ์การวินิจฉัยที่กว้างขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น และประชาชนทั่วไปมีความตระหนักในโรคออทิสติกและเข้าถึงบริการมากขึ้น  แต่งานวิจัยระยะหลังซึ่งทำในช่วงเวลาที่ใช้เกณฑ์การวินิจฉัยเดียวกัน และติดตามในพื้นที่เดิม พบว่า มีอุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นจริงและเพิ่มขึ้นมากด้วย นอกจากนี้ เดิมเชื่อว่าพบออทิสติกได้มากในกลุ่มคนที่มีฐานะดี แต่ในปัจจุบันพบว่ามีในทุกฐานะพอ ๆ กัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเดิมกลุ่มคนที่มีฐานะดี จะเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ดีกว่า จึงทำให้พบได้มากกว่า

จากสถิติเดือนมิถุนายน  2568 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่า

  • คนพิการที่มาขึ้นทะเบียนทั้งหมดมีจำนวน 2,267,343 คน 
  • มีคนพิการออทิสติก 28,312  คน หรือร้อยละ 1.25

อย่างไรก็ตาม มีคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน รวมทั้งเด็กออทิสติก

รายงานการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพจิต ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข   รายงานจำนวนเด็กเล็กที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นออทิสติก โดยเด็กเล็กที่ได้รับการตรวจคือเด็กอายุ 2- 6 ปี (ในรายงานระบุว่า 2- 5 ปี  11 เดือน 29 วัน)  พบว่า มีเด็กออทิสติกที่เข้าถึงบริการดังนี้

ที่มา: รายงานการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพจิต ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

จะเห็นว่าจำนวนประชากรเด็กเล็กทั้งหมดในแต่ละปีมีจำนวนลดลง แต่จำนวนเด็กออทิสติกกลับเพิ่มขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อคนเข้าถึงบริการตรวจวินิจฉัยมากขึ้น จึงตรวจพบได้มากขึ้น นอกจากนี้ ในปี 2567 มีการเพิ่มประมาณการอัตราการเป็นออทิสติกจากร้อยละ 0.60  เป็นร้อยละ1.00  แสดงว่าอัตราประมาณการเดิมต่ำเกินไป

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครอบครัว

ในประเทศไทย มีการศึกษาของ กฤษฎาดนุเดช วงศ์เวชวิวัฒน์ และคณะ โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างเพื่อสัมภาษณ์ผู้ดูแล และเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนของผู้ป่วยกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม อายุ 3 – 18 ปี จำนวน 147 คน เก็บข้อมูลแบบไปข้างหน้าเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 – 2562 วิเคราะห์ต้นทุน 3 ด้าน ได้แก่ ต้นทุนทางตรงทางการแพทย์ ต้นทุนทางตรงที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ และต้นทุนทางอ้อมจากการไม่สามารถทำงานได้หรือการขาดงานของผู้ดูแล ผลการศึกษามีดังนี้

  • ต้นทุนรวมในการดูแลผู้ป่วยเฉลี่ย 313,624.1 บาทต่อคนต่อปี
  • ต้นทุนที่มีสัดส่วนสูงสุด ได้แก่ ต้นทุนทางตรงที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ คือมีจำนวน 245,374.8 บาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 78.2 ของต้นทุนทั้งหมด
  • ต้นทุนทางตรงที่ไม่ใช่ทางการแพทย์นี้หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วย(ผู้ปกครอง)จ่ายเองโดยตรง เช่น การเดินทาง อาหาร ค่าจ้างผู้ดูแล สิ่งอำนวยความสะดวก และการดูแลอย่างไม่เป็นทางการ
  • ต้นทุนทางตรงทางการแพทย์ เฉลี่ย 28,031.2 บาท ต่อคนต่อปี
  • ต้นทุนทางอ้อมคือค่าเสียโอกาสของผู้ดูแล เฉลี่ย 40,218.1 บาทต่อคนต่อปี

ความท้าทาย

ภาวะออทิสติกจึงเป็นปัญหาสำคัญของเด็กเล็ก ด้วยเหตุผลสำคัญคือ เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตั้งแต่แรกเกิด แล้วส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งตัวเด็ก ครอบครัวและ สังคม

การมีระบบการตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก แล้วเด็กได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยได้มากขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้มากเกือบปกติ ลดผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม

ปัจจุบัน โรงเรียนบางแห่งมีการคัดกรองค้นหาเด็กออทิสติกแล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกแห่ง

เด็กออทิสติกที่ได้รับการตรวจคัดกรองและตรวจวินิจฉัยแล้วมีสิทธิได้รับการรักษาและการศึกษาฟรี แต่สถาบันการแพทย์ที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรงและศูนย์การศึกษาพิเศษยังมีจำนวนจำกัด ผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกลและมีฐานะยากจนไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเวลาได้

ความท้าทายเหล่านี้ต้องการความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายในการหาแนวทางปรับปรุงต่อไป

อ้างอิง

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

https://dep.go.th/images/uploads/files/Dashboard042568.pdf

ชดาพิมพ์ เผ่าสวัสดิ์ “โรคออทิสติก (Autism Spectrum Disorder)” เวบไซต์ สถาบันราชานุกูล  อัพเดตเมื่อ 27 มีนาคม 2568 https://th.rajanukul.go.th/academic/academics-data/mdg/1/381

กฤษฎาดนุเดช วงศ์เวชวิวัฒน์ และคณะ “การศึกษาต้นทุนของกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัมโดยการเก็บข้อมูลแบบไปข้างหน้า ณ โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์“   2565

ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข “ร้อยละของผู้ป่วยโรคออทิสติกเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน กรมสุขภาพจิต”   2568

++++++++++++++

เรียบเรียงโดย ปรีดา ศิริสวัสดิ์

คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า