8 พรรคการเมือง เปิดนโยบายด้านแรงงาน ชูศักดิ์ศรีมีรัฐสวัสดิการ

8 พรรคการเมือง เปิดนโยบายด้านแรงงาน ชูศักดิ์ศรีมีรัฐสวัสดิการ

                กลุ่มสหภาพแรงงาน เปิดเวทีพบพรรคการเมือง เสนอนโยบายด้านแรงงาน 8 พรรคเข้าร่วม พร้อมชูปรับขึ้นค่าจ้าง ให้สัตยาบันอนุสัญญาILO ยกเลิกการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ไม่มั่นคง ยกระดับพัฒนาศักยภาพ จัดเต็มสวัสดิการเกิด จนชรา แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน แก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบ ยกคุณค่าแรงงาน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ได้จัดงานนำเสนอนโยบายแรงงานกับพรรคการเมือง มีพรรคที่เข้าร่วมเพื่อฟังข้อเสนอ 8 พรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคสามัญชน พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาชาติ โดยกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตฯมี ข้อเสนอดังนี้


1. การทำงาน ประกอบด้วย
– มีโครงสร้างค่าจ้างเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพได้ 3 คน คือคนทำงาน และครอบครัว ตามหลักอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO.)
– ลดชั่วโมงการทำงานปกติลง 2 ชั่วโมงต่อวันทุกประเภทงาน จากเดิมวันละ 8 ชั่วโมง เหลือ 6 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยมีการจ้างงานหลากหลายในประเทศไทย
– เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีอย่างน้อย 15 วันต่อปี และเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการทำงาน
– ความปลอดภัยในการทำงาน ให้กระบวนการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการความปลอดภัย ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยต้องรับผิดชอบทางอาญาในลักษณะเดียวกันกับการทำงานของวิศวกรหากเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความแลอดภัย ตามที่จะทำให้ความปลอดภัยเป็น 0
– ยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง (subcontract) ให้บรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัทมี่ปฏิบัติงานจริง ความมั่นคงในการทำงาน และให้จัดตั้งกองทุนเพื่อจ่ายค่าชดเชย และเงินค้างจ่ายทุกประเภท ในกรณีการเลิกจ้างที่นายจ้างไม่จ่ายเงินตามกฎหมาย โดยการสมทบของนายจ้างและรัฐ ด้วยปัจจุบันมีการเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย นายจ้างหนี ให้กองทุนนี้จ่ายแทน
– ยกเลิกการจ้างงานรายวันในระบบอุตสาหกรรม เปลี่ยนเป็นการจ้างงานรายเดือนทั้งหมด ด้วยมีการจ้างงานที่ไม่มั่นคงมากขึ้นมีการปรับเวลาการทำงานแบบ 4 วัน หยุด 2 วัน ส่งผลต่อค่าจ้างที่น้อยลง

2. สุขภาพ
– ขยายระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปสู่การตรวจสุขภาพฟรีทุกคน

3. ชีวิตหลังเกษียณ
– ให้ลูกจ้างที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีสิทธิขอเกษียณอายุการทำงาน ด้วยมีการขยายการเกษียณอายุเป็น 60 ปี ซึ่งมองว่ามากเกินไปสำหรับคนทำงานโรงงาน
– เงินบำนาญจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของฐานค่าจ้างก่อนออกจากงาน เพราะเงินบำนาญต้องสามารถดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

4. การรวมตัว
                – ให้สัตยาบันอนุสัญญาILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง

5.เศรษฐกิจ
– ยกเลิกการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ยกเว้นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
– การสมาคมสาธารณะฟรีทุกพื้นที่
– ยกเลิกสัมปทานทรัพยากรธรรมชาติให้รัฐมาจัดการทำเอง เช่นกรณีเหมืองต่างๆที่รัฐสัมปทาน รัฐควรทำเอง เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ

6. การเมือง
                – ให้สิทธิเลือกใช้เขตพื้นที่ที่พักอาศัยจริงหรือพื้นที่ทำงาน พื้นที่สถานศึกษาแทนภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านสำหรับการเลือกตั้งทุกระดับ
– อำนาจเผด็จการ ปัญหาการรัฐประหาร ห้ามนิรโทษกรรมให้แก่การทำรัฐประหาร ยกเลิกอายุความกรณีการทำรัฐประหาร ห้ามผู้ทำรัฐประหาร และผู้มีบทบาทในการรัฐประหารลงสมัครรับเลือกตั้ง

นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ นักวิชาการแรงงาน กล่าวว่า การเลือกตั้งปัจจุบันนั้นมีการทำโพลสำรวจความคิดเห็น ข้อเสนอ และความต้องการ จนถึงว่าพรรคไหน หรือใครที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผลสำรวจก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่จะเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผลพลิกได้เมื่อใกล้วันเลือกตั้งเรียกว่าหักปากกาเซียนกันมาแล้ว

เรื่องกระแสโซเซียลมีเดีย ซึ่งถือว่าเป็นสื่อใหม่ในการที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งตอนนี้ และเป็นสื่อที่เข้าถึงทุกคนได้ ข้อเสียคือมีข่าวปล่อย ข่าวปลอม การสื่อสารก็จะยัดมั่นอยู่แต่พรรคตนเอง โดยไม่มีการรับข่าวจากอีกฝ่าย และการเลือกตั้งอาจส่งผลต่อฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ตัวอย่างเช่นประเทศมาเลเซีย ที่มีการร่วมมือกันหาเสียง และทำให้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล

ด้านนโยบายของแรงงานที่มีการนำเสนอนั้นถือว่าเป็นเรื่องสิทธิ และอยู่ในหลักมาตรฐานสากลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าจ้าง สิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรองร่วม ซึ่งมีพรรคการเมืองหลายพรรคที่หาเสียงอยู่ อย่างบางพรรคเสนอให้มีรายได้เฉลี่ย 120,000 บาทต่อปี เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท เป็นต้น  หากเป็นเรื่องค่าครองชีพ รายได้ ค่าล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด  การยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง การจ้างงานรายวัน ซึ่งทั่วโลกมองว่าเป็นสิทธินายจ้างในการจ้างงานขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง เพราะเขาเป็นคนจ่ายค่าจ้าง โลกทุกวันนี้มีเรื่องการจ้างงานไม่มั่นคง มีการจ้างงานแบบยืดหยุ่น มีการจ้างงานแบบเหมาช่วง เหมาค่าแรง เพื่อการลดชั่วโมงการทำงาน เป็นปัญหาร่วมทางสากล ข้อเสนอ เรื่องหลักประกันสุขภาพ การสุขภาพเป็นเพียงช่องทาง เพื่อการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ ซึ่งคนทำงานต้องตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงของงานที่ทำ โดยต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัย ไม่ใช่แพทย์ทุกคน

ต่อมาตัวแทน8 พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายพรรค หลังจากที่ได้รับฟังข้อเสนอของกลุ่มฯ สรุปได้ดังนี้

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าประสบการณ์ที่ทำงานบริหารกระทรวงแรงงาน และเห็นว่าหัวใจคือประชาชน และประกาศเอาชนะความยากจน ผู้มีรายได้น้อยเป็นเป้าหมายหลักที่จะยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น ซึ่งพรรคก็ประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจดีขึ้น พรรคยังได้ประกาศขยายระบบประกันสังคมให้มีการคุ้มครองลูกจ้างตั้งแต่ 1-9 คน เข้าสู่ระบบ เพิ่มสิทธิประโยชน์เงินสงเคราะห์บุตร 400 บาท ซึ่งต่อไปควรต้องเรียกร้องให้เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,200 บาท ต้องมีเงินอุดหนุนเด็กเล็ก เรื่องความปลอดภัยในการทำงานอุบัติเหตุต้องเป็น 0 ให้ได้ และต้องมีการตรวจเรื่องความปลอดภัย ตรวจสุขภาพให้สอดคล้องกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค การจ้างงานการลดชั่วโมงทำงานคิดว่าคงต้องรับฟังทั้งสามฝ่าย ตอนนี้รับฟังฝ่ายลูกจ้างแรงงาน แต่ก็ต้องฟังผู้ลงทุนคือนายจ้าง และรัฐด้วย

การรับรองอนุสัญญาILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิการรวมตัวเจรจาต่อรองร่วม ซึ่งจริงแล้วได้วางแนวทางเตรียมรับรองแล้ว ไม่คิดว่าจะไม่มีการสานต่อ เมื่อเข้าไปจะได้ทำต่อเลย กรณีภาษีอากรจะทำให้จ่ายน้อยลง ให้สามารถจ่ายได้ทุกคน

มีแนวคิดเรื่องกองทุนเพื่อป้องกันการตกงาน  กองทุนเพื่อการเปลี่ยนงาน กองทุนการศึกษาต้องเป็นการเรียนเพื่อสอดคล้องกับการงานตรงสาขา สาขาไหนที่ขาดแคลนให้เรียนฟรี  กองทุนเถ้าแก่น้อย จะสร้างกลุ่มอาชีพใหม่ กระทรวงแรงงานต้องถือว่าเป็นกองทุนเศรษฐกิจ มีการสร้างเม็ดเงิน สร้างกำไร แรงงานเข้าสู่การจ้างงาน ต้องไม่ตกงาน

ด้านกองทุนประกันสังคม ต้องมีการวางระเบียบ เดิมมีการแก้ระเบียบเพื่อนำเงินไปลงทุน ซึ่งการลงทุนเมื่อเกิดผลกำไรต้องนำมาจัดและเพิ่มสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน แรงงานต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ข้อเสนอมีความก้าวหน้า ด้วยผู้นำแรงงานมีความรักประชาธิปไตย สุดท้าย เรื่องของพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย อยากจะยกระดับให้สมศักดิ์ศรีของแรงงาน ปรับขึ้นค่าจ้าง 360 บาท รับรองอนุสัญญาILO ฉบับที 87 และ 98 ชดเชยการเกษียณอายุ ส่งเสริมกองทุนเถ้าแก่ใหม่ ธนาคารที่ดิน กองทุนที่ดินผ่อนน้อยจ่ายนาน กองทุนฯลฯ

ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แรงงานถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เมื่อได้เป็นรัฐบาล พรรคจะเลือกกระทรวงแรงงามาบริหาร จากนโยบายพรรคจะมีการเก็บ และจัดทำข้อมูล เพื่อทำนโยบายด้านสังคม ซึ่งแรงงานในประเทศไทยถือว่ามีจำนวนมากในจังหวัดปทุมธานี ราว 1.2 ล้านคน ที่เป็นแรงงานประชากรแฝงอยู่ และร่วมสร้างเศรษฐกิจทำให้จังหวัดมีรายได้ราว 2หมื่น 2 พันล้านบาท  โดยปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมเป็นอันดับ 2 ของประเทศ การที่กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง เป็นผู้แทนในการนำเสนอนโยบายด้านแรงงานจึงถือว่าเหมาะสม การนำเสนอนโยบายของพรรคเองก็มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสาธารณะแล้วครอบคลุมเป็นคำตอบต่อกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประกันรายได้ สอดคล้องกับค่าครองชีพ และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ส่งเสริมเรื่องความปลอดภัย และมีสมดุลเพิ่มอำนาจการต่อรองคุ้มครองแรงงานไทยที่จะไปทำงานต่างประเทศ โดยนโยบายมี 12 ข้อ ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งนี้ มีทั้งเรื่องการดูแลแรงงานพัฒนาแรงงานนอกระบบ อำนวยความสะดวกและจัดระบบการจ้างงานแรงงานข้ามชาติ อีกด้วย

นายวรวีร์ มะกูดี พรรคประชาชาติไทย กล่าวถึงนโยบายว่า แรงงานจะได้รับหลักประกันความปลอดภัย และหลักประกันระหว่างการทำงาน และออกจากงาน  พัฒนาทักษะอาชีพ จัดระบบประกันสังคม ให้ผู้ใช้แรงงานมีคุณค่าได้รับความเป็นธรรม การจะทำให้เกิดความเป็นธรรม มีเกียรติมีศักดิ์ศรีของคนทำงาน ซึ่งมองว่าต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัตินั้นสำคัญ ซึ่งทุกพรรครับข้อเสนอแต่ก็อยู่ว่าจะมีกำลังเข้าไปทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างค่าจ้างที่เหมาะสมในการยังชีพเลี้ยงคนได้ 3 คน สำคัญแต่ต้องร่วมกัน ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดถือเป็นสากล เราต้องปฏิบัติให้ได้ อย่างการลดชั่วโมงการทำงาน ก็อยู่ที่ว่าทำงานได้บรรลุเป้าหมายแล้วไม่จำเป็นต้องทำงานครบชั้วโมงกำหนดก็ได้ และข้อเสนอทั้งหมดมีความสอดคล้องกับนโยบายพรคอยู่แล้ว แต่ว่า การจะทำได้หรือไม่ต้องมาทำงานร่วมกัน คิดว่าอยากทำงานกับผู้นำแรงงานต่อไปด้วย และขอรับทั้งหมดไปดูในทางปฏิบัติให้บรรลุตามความต้องการ

นางสาวเสน่ห์ หงส์ทอง พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย นำเสนอว่า พรรคส่งผู้สมัครในเขตพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ระยอง เชิงเทรา พิษณุโลก ตาก ศรีสะเกษ นครราชสีมา หนองบัวลำภู นครศรีธรรมราช โดยผู้ลงสมัครเป็นผู้นำแรงงาน เกษตรกร และคนชาติพันธ์ ซึ่งพรรคสังคมประชาธิปไตยไทยนั้นเดิมมาจากพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งตั้งโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อมีการเปลี่ยนเป็นพรรคสังคมฯ และกรรมการบริหารส่วนใหญ่เป็นผู้นำแรงงาน ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้มีมติในการสนับสนุนพรรคในการทำงาน ข้อเรียกร้องต่างๆ ของกลุ่มที่เสนอต่อพรรคก็เป็นข้อเสนอที่ขับเคลื่อนผ่านประสบการณ์ร่วมกันมา เนื่องจากเราสู้เคียงข้างกันมาตลอดต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้แรงงาน ตั้งแต่กฎหมายประกันสังคม ที่สู้กันข้างทำเนียบรัฐบาล ป้าวิไลวรรณ แซ่เตีย ต้องอดข้าวประท้วง รัฐบาลทำอะไรอยู่ รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง จนถึงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ไม่เห็นหัวผู้ใช้แรงงาน แม้มีอำนาจเต็มอย่างรัฐบาลทหารปัจจุบันก็ไม่ทำอะไรให้แรงงาน เรามีพี่น้องที่ไปทำงานในต่างประเทศ เรามีพี่น้องที่มาทำงานในประเทศ และผู้ใช้แรงงานเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่ได้รับการดูแล จึงมีการเรียกร้องทางการเมืองตลอด ทั้งพับนก พับเครื่องบินปาเข้าทำเนียบกันเท่าไร เห็นการทุจริต การคอรัปชั่น การหักหลังแรงงาน หักหลังประชาชน จึงนำมาสู่การต่อสู้เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้ ทางพรรคได้ส่งผู้สมัครที่เป็นผู้นำแรงงานเต็มพื้นที่ 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ในช่วงเวลาที่น้อยในการที่จะเตรียมตัว เพราะเราไม่มีเงินทุนในการสนับสนุน เงินทุกบาทมาจากพี่น้องแรงงานที่ช่วยกันสนับสนุน

พรรคมีนโยบาย ครบทุกด้านซึ่งนโยบายด้านแรงงานนำมาจากข้อเรียกร้องของขบวนการแรงงาน  อย่างความเสมอภาคในการจ้างงาน ป้องกันนายจ้างเอาเปรียบโดยไม่เป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิตามมาตรฐานองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ สนับสนุนให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ และโครงสร้างอัตราค่าจ้างที่เป็นธรรม ตามที่พรรคไม่ได้ใส่ตัวเลข หากย้อนไปช่วงที่ คสรท.มีการทำงาน เพื่อหาข้อมูลค่าใช้จ่ายของผู้ใช้แรงงานแต่ละกลุ่มมาสรุปพบว่าค่าจ้างที่อยู่ตกที่วันละ 710 บาท ซึ่งนี้เป็นข้อมูล 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว การส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็ก เรื่องประกันสังคมที่เป็นข้อเสนอ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขจัดความไม่เป็นธรรม การจ้างงานที่ไม่มั่นคง ความไม่เป็นธรรมด้านค่าตอบแทน  ความไม่ธรรมอันมีเหตุมาจากความแตกต่างทางกายภาพเพส เชื้อชาติ ศาสนา สิทธิเด็ก ผู้หญิง ความเท่าเทียม คนพิการ เนื่องจากมีเวลาน้อย และนโยบายได้เสนอไว้เป็นลายลักอักษรแล้ว

นายสุนทร บุญยอด พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หมดเวลาแล้วที่จะยื่นข้อเรียกร้องต่อพรรคการเมือง แรงงานจึงต้องมีพรรคการเมือง เพราะข้อเสนอต่างๆต้องแก้ด้วยการเมือง ซึ่งได้ร่วมกันตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น โดยทางพรรคมีตัวแทนแรงงานลงสมัครในบัญชีรายชื่อ อันดับต้นๆอย่าง นางสาววรรณวิภา ไม้สน (มด) อยู่ลำดับที่ 3 และยังมีนายสุเทพ อู่อ้น อันดับที่ 21 ที่ถือว่าเป็นแกนนำและอยู่กับพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย  ล้วนมาจากตัวแทนแรงงาน

อย่างข้อเสนอ เรื่องค่าจ้างคนทำงาน 1 คนต้องเลี้ยงคนในครอบครัว 3 คน ตามหลักสากล อันนี้ตรงกับนโยบายพรรค และยังมีเรื่องค่าจ้างตอมอายุงาน ค่าจ้างขั้นต่ำต้องปรับขึ้นโดยอัตโนมัติไม่ต้องเรียกร้องหรือมีคณะกรรมการมานั่งพิจารณาจะให้ขึ้นหรือไม่ ปรับเรื่องการทำงานล่วงเวลา (OT) โดยนโยบายพรรค มีเรื่องการลดชั่วโมงการทำงาน เช่นทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง วันหยุดพักผ่อนประจำปีจากเดิม 6 วันเพิ่มเป็น 10 วัน ยกเลิกพนักงานรายวันเป็นรายเดือน แต่ว่าการจ้างงานไม่ถึง 10 วันต่อเดือน ยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง มีค่าจ้างสัญญาจ้างเหมือนกัน ยังมีเรื่องรัฐสวัสดิการนั้นคือเรียนฟรี ระบบสุขภาพฟรี เรื่องการเกษียณอายุที่ทางกลุ่มฯเสนอ ยังไม่ตรงกัน กฎหมายกำหนด 60 ปี 55 ปี อาจต้องดูเชิงรายละเอียด อย่างการขอเกษียณอายุก่อนกำหนด เรื่องการให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 97 ทางพรรคจะทำภายใน 100 วัน หากได้เป็นรัฐบาล

เรื่องการจัดเก็บภาษี ทางพรรคเห็นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากไม่จัดเก็บภาษีจะนำเงินที่ไหนมาดำเนินการเรื่องรัฐสวัสดิการ อย่างรถไฟที่เชื่อมระหว่างจังหวัดต้องฟรี และพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนการจัดตั้งสภาสวัสดิการและแรงงานในระดับท้องถิ่นเพื่อทำงานพัฒนาสวัสดิการของประชาชนอย่างเป็นอิสระ ตลอดจนสะท้อนภาพรวมเกี่ยวกับสวัสดิการของประชาชน เช่นเดียวกันกับที่กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่มีองค์กรในลักษณะหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ทางพรรคยังเสนอให้ยกเลิกพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 2560  และให้แรงงานทำงานที่ไหนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีสิทธิเลือกตั้งการเมืองทุกระดับ รวมทั้งระดับท้องถิ่นนั้นด้วย

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน กล่าวว่า ถือว่า การทำงานพรรคการเมืองของพรรคสามัญชนนั้น อยู่ระหว่างกลาง  ประสานงานแรงงาน กับสิ่งแวดล้อม ด้วยสภาพการจ้างงาน การทำงานอยู่กับสถานประกอบการ ซึ่งมีความขัดแย้งกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน ด้วยการพัฒนาที่เป็นปัญหา อย่างเช่นกรณีชาวบานปากมูลที่มีการเคลื่อนไหว และทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มีการยกพวกมาตีกับชาวบ้านที่ชุมนุมอยู่ ซึ่งในส่วนของพรรคคิดว่า ทำอย่างไร ให้งานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พรรคฯมีนโยบายด้านการยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ให้คนงานเหล่านี้เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานให้ได้  และค่าจ้างต้องเป็นค่าจ้างเพื่อชีวิตซึ่งควรจะไม่ต่ำกว่า 500 บาทต่อวัน จะไปได้ต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ว่า ไม่ควรเป็นแรงงานราคาถูก และคณะกรรมการค่าจ้าง ต้องมีสัดส่วนที่เท่ากัน ต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงค่าจ้างแรกเข้าเท่านั้น ค่าจ้างขั้นต่ำ 500 บาทต้องมีการปรับขึ้นแต่ละปีด้วยซึ่งผูกโยงกับการลดชั่วโมงทำงาน เมื่อค่าจ้างสูงก็ไม่ต้องทำงานล่วงเวลา มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

การจ้างงานเหมาค่าแรง ต้องทำให้เป็นแรงงานของบริษัทที่จ้างต้นทางให้ได้  และการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรต้องให้เลือกตั้งในพื้นที่ทำงานจริงๆเพื่อทำให้แรงงานไม่ใช่ประชากรแฝงในพื้นที่อีกต่อไป ต้องสร้างอำนาจต่อรองให้แรงงานได้จริง เรื่องภาษีต้องยกเลิก BOI ที่มีการส่งเสริมการลงทุนแบบลดปลอดภาษี ซึ่งควรต้องเก็บภาษีผู้ลงทุน นำเงินตรงนั้นมาจัดการจำนำข้าว  แก้ปัญหาทางด้านการเกษตรที่ตกต่ำเพื่อยกระดับ รวมถึงจัดสวัสดิการ พรรคส่งเสริมเรื่องการลาคลอด 360 วัน ทั้งพ่อและแม่ หรือกลุ่มเพศภาพที่ต้องการมีบุตร เพื่อให้ช่วยกันดูแลบุตร และอยากเห็นพรรคการเมืองของแรงงานจริงๆ

นายประเทืองวุฒิ ลิ้มรสสุคนธ์ พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ในฐานะว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 3 ปทุมธานี ทำงานในพื้นที่โดยตลอด และเคยร่วมกับพี่น้องแรงงานเมื่อมีการชุมนุมในรังสิต ปทุมธานี พรรคสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างงานในอนาคตยุค 4.0 เป็นยุคอนาคตที่จะเข้ายุค 5.0 แล้วจะมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนคน คนงานที่อยู่ในระบบแรงงานได้มีโอกาสได้ค่าจ้าง 500 บาท 700 บาท เราจะมีนโยบายการรองรับการตกงานกลับบ้านหรือไม่กลับบ้าน นโยบายทางด้านเกษตร และจะต่อสู้กับเรื่องเมล็ดพันธ์ ที่การนำเข้ามา เป็นร่างกฎหมาย ซึ่งเราก็ไม่ยอม นโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมาจากรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ พรรคคิดว่าทางแก้คือต้องขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงต้องสร้างถึงถนนตะวันตกเพื่อไม่ให้รถเข้ากรุงเทพฯ จะผลักดันโครงการเพื่อจัดการปัญหาจราจร ต้องมีตู้รถไฟในการรองรับแม่ค้า คนรักสัตว์ ข้อเสนอนี้แม้เป็นเรื่องเล็กๆบ้านๆแต่ขอสนับสนุนนโยบายของทุกพรรคที่เสนอเพื่อแรงงานด้วย

นายชัยพร จันทนา พรรคพลเมืองไทย นะเสนอว่า นโยบายด้านแรงงานที่เสนอมาเข้าไปแก้ได้หากมีเสียงเพียงพอก็จะขอดูแลกระทรวงแรงงาน ซึ้งประสบการณ์ที่ทำงานไตรภาคีเห็นปัญหาอยู่ไม่ว่าจะโหวตอย่างไรในที่ประชุมผู้แทนผู้ใช้แรงงานก็ไม่ชนะ การปรับขึ้นค่าจ้างยังคงเป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ว่าจะปรับขึ้น 300 บาท หรือว่าปัจจุบันมติปรับขึ้นค่าจ้าง 2-10 บาท ไม่เท่ากันทั้งประเทศ  หากได้เข้าไปเป็นผู้แทนจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และระบบการทำงาน

ข้อเสนอการลาพักร้อนหากมีสหภาพแรงงาน วันลาพักร้อนนั้นมีการเรียกร้องให้เกินกฎหมายกำหนดอยู่แล้ว  ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ตอนนี้มีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใช้แรงงานเกิดขึ้นมากมาย ที่จังหวัดปทุมธานีก็เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ จึงคิดว่าหัวใจคือเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งต้องนำเงินทดแทน ที่นายจ้างจ่ายเข้ามาเป็นกองทุน มีเงินจำนวนหลายแสนล้านอยู่มาจัดการให้ความรู้กับผู้ใช้แรงงานเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เป็นการป้องกันมากกว่าการสร้างศูนย์เพื่อดูแลฟื้นฟูปลายเหตุ

เรื่องการเลิกจ้าง Subcontract หรือการจ้างงานเหมาค่าแรง คิดว่าคงไม่ยากตอนนี้ ประเด็นประกันสังคม เนื่องจากเป็นกรรมการประกันสังคมชุดที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ใช้มาตรา 44 ปลดตอนนั้นเนื่องจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ทำหนังสือทวงถามรัฐบาลเรื่องการส่งเงินสมทบตามที่รัฐบาลเป็นหนี้กองทุนอยู่ ซึ่งเงินประกันสังคมต้องนำมาดูแลผู้ประกันตน กรณีชราภาพตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เมื่ออายุครบ 55 ปี เกษียณอายุแล้วได้รับเงินบำนาญน้อยมาก และควรมีการสร้างโรงพยาบาลของประกันสังคม เพื่อรองรับผู้ประกันตนด้วย จริงแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้หลายพรรคมีนโยบายด้านแรงงานเหมือนกัน แต่รวมกันไม่ได้ แต่ก็ยังเชื่อว่ามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน