5 มีนา สนช.ผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ….

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

สปส.โปร่งใส

บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์

5 มีนาคม 2558

ณ วันที่ 5 มีนาคม 2558 เวลา 20.38 น. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 179 คน ได้ลงมติเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯดังกล่าว ซึ่งได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558

โดยมีผู้เห็นชอบ 173 คน ไม่เห็นชอบ 0 คน งดออกเสียง 5 คน ไม่ลงคะแนน 1 คน

นี้คือ 16 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลงกฎหมายฉบับนี้ นับจากครั้งสุดท้าย คือ ปี 2542

นับต่อไปอีก 4 เดือน ภายหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ประเทศไทยจะมี พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 บังคับใช้กับผู้ประกันตนทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ

1สิทธิ1เสียง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557 สนช. ได้รับหลักการวาระ 1 ของร่างกฎหมายประกันสังคมที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างจาก พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 รวม 29 เรื่อง ซึ่งต่อมาภายหลังการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พบว่า มีการแก้ไขร่างกฎหมายประกันสังคม ซึ่งแตกต่างจากฉบับที่รับหลักการในวาระ 1 รวม 14 เรื่อง อีกทั้งยังมีผู้ขอแปรญัตติในบางมาตรารวม 7 เรื่อง

PA300328

อย่างไรก็ตามจากผลการพิจารณาในช่วงลงมติรายมาตราที่คณะกรรมาธิการฯได้มีการแก้ไขและมีผู้ขอแปรญัตติ พบประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ

(1) ในมาตรา 40 ที่คณะกรรมาธิการฯได้แก้ไขว่า “การจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลเข้ากองทุนสำหรับผู้ ประกันตนมาตรา 40 ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน” ซึ่งจากเดิมในร่างรัฐบาลเขียนไว้ว่า “การจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลเข้ากองทุนสำหรับผู้ ประกันตนมาตรา 40 แต่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน”

ในมาตรานี้ภายหลังการอภิปรายแล้ว ทางคณะกรรมาธิการฯได้ขอแก้ไขในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือ ให้คงไว้เหมือนเดิมตามร่างรัฐบาล คือ รัฐสมทบไม่เกินกึ่งหนึ่งที่ผู้ประกันตนสมทบ

(2) ในมาตรา 77 ทวิ คณะกรรมาธิการฯไม่มีการแก้ไข โดยคงไว้ตามร่างรัฐบาล คือ “กำหนดให้ผู้ประกันตนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย สามารถเลือกใช้สิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนหรือไม่ก็ตาม และไม่ประสงค์จะพำนักอยู่ในประเทศไทย” อย่างไรก็ตามในมาตรานี้มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ขอแปรญัตติโดย “ขอตัดทิ้งทั้งมาตรา” โดยเห็นว่ามีความแตกต่างและไม่เป็นธรรมกับผู้ประกันตนซึ่งมีสัญชาติไทยที่ไม่สามารถขอรับได้ ซึ่งจะขอรับได้เมื่ออายุ 55 ปี

ในมาตรานี้ภายหลังการอภิปรายแล้ว ทางผู้ขอแปรญัตติได้ขอถอนประเด็นที่นำเสนอต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สรุปว่าให้คงไว้เหมือนเดิมตามร่างรัฐบาล คือ ได้รับบำเหน็จชราภาพเมื่อผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทยได้สิ้นสุดจากความเป็นผู้ประกันตนและเดินทางกลับประเทศต้นทาง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ pragunsangkhom_sornorchor_05-03-2015_paanwrite-1