สภาฯผ่านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านด้วยคะแนน 344 เสียง

แรงงานนอกระบบเฮ! กว่า 1ปี 4เดือน ในสภาฯ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรลงมติรอบสุดท้ายเห็นชอบร่าง พรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ด้วยคะแนนเสียง 344 เสียง ต่อ 9เสียง รอทูลเกล้าประกาศใช้เป็นกฎหมายทางการต่อไป

วันนี้ 29กันยายน 2553เวลา 16.00-17.00น. ณ ตึกรัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ…. ทั้งนี้ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนน 344 ต่อ9 เสียงขั้นตอนกระบวนการนิติบัญญัติหลังจากนี้ คือ ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน นับแต่วันรับร่างนี้ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป

            ย้อนความเดิมไปตั้งแต่วันเริ่มต้นเส้นทางในรัฐสภา

  • 23 มิถุนายน 2552   คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบในหลักการร่างพรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ….ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และรัฐบาลได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณารับหลักการต่อไป
  • 2 กรกฎาคม 2552   ภาคีเครือข่ายแรงงานในแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ ประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เครือข่ายแรงงานนอกระบบระดับชาติ เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ เครือข่ายภาคประชาชนกรุงเทพฯ สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ มูลนิธิเพื่อนหญิง ได้จัดเวทีเสวนาสร้างความเข้าใจในร่างพรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ร่างรัฐบาล) และร่างพรบ. คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ร่างผู้ใช้แรงงาน) ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะ สส. ที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และกลุ่มผู้นำแรงงาน ที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ
  • 17 กรกฎาคม 2552  ภาคีเครือข่ายแรงงานฯ ยื่นจดหมายให้ สส.สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย เพื่อให้เสนอร่างพรบ. คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ร่างผู้ใช้แรงงาน) ต่อสภาผู้แทนราษฎร
  • 5 สิงหาคม 2552       นายไพฑูรย์ แก้วทอง ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิก สส. 20 ชื่อ และนำเสนอร่างพรบ. คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ร่างผู้ใช้แรงงาน) ต่อสภาผู้แทนราษฎร
  • 20 สิงหาคม 2552    สส.สถาพร มณีรัตน์ ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิก สส. 20 ชื่อเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน
  • 2 กันยายน 2552     ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ปีที่ 2 (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ครั้งที่ 7 มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ…. ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ พร้อมกับรับร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองฉบับ คือ ร่างของนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กับคณะ กับที่เสนอโดยนายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน กับคณะ (คือ ร่าง พรบ. คุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ…. ซึ่งเป็นฉบับที่เสนอโดยผู้ใช้แรงงาน) พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 36 คน พิจารณาร่างกฎหมายทั้งสามฉบับ โดยใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ทั้งนี้มีตัวแทนของภาคประชาชน คือ นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ นายชฤทธิ์ มีสิทธิ์ และนางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยเช่นกัน
  • 9 กันยายน 2552 – 9กุมภาพันธ์ 2553            คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการประชุมทุกวันอังคารภาคเช้าที่รัฐสภา โดยได้ใช้เวลาพิจารณาร่าง พรบ. รวมทั้งสิ้น 20 ครั้ง คือ วันที่ 9, 15, 22, 29 กันยายน วันที่ 6, 13, 20, 27 ตุลาคม วันที่ 3, 10, 17, 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 วันที่ 8, 15, 22 ธันวาคม 2552 วันที่ 5, 12, 26 มกราคม และวันที่ 2, 9 กุมภาพันธ์ 2553
  • 15 กันยายน 2552    ภาคีเครือข่ายแรงงานฯ จัดเวทีร่วมกับคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรเรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านกับบทบาทของรัฐสภา”
  • 29 กันยายน 2552   ภาคีเครือข่ายแรงงานฯ ได้เข้าพบ สส.นริศ ขำนุรักษ์ ประธานคณะกรรมา
    ธิการวิสามัญฯ เพื่อสร้างความเข้าใจ และผลักดันประเด็นในร่างกฎหมายฉบับแรงงานนอกระบบต่อนักการเมืองและหน่วยงานภาครัฐ
  • 10 ธันวาคม 2552    สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ประมวลสถานการณ์สิทธิมนุษยชนและนำเสนอรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในรอบปี 2552 ต่อสื่อมวลชนและภาคประชาสังคม ทั้งนี้ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2552 ถือได้ว่าเป็นความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนใน 10 อันดับของปี 2552
  • 3 มีนาคม 2553       ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ…. ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว  โดยเป็นการพิจารณาเรียงตามมาตรา รวม 49 มาตรา หลังจากที่ประชุมอภิปรายกว่า 7 ชั่วโมง ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านฯวาระที่ 2- 3 ด้วยมติเอกฉันท์ 349 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงมติ 20 เสียง
  • 5เมษายน 2553       ที่ประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 21ได้พิจารณาร่างพรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ทั้งนี้ที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 1รับร่างพรบ.นี้ไว้พิจารณา และมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ. รวม 27คน
  • 4พฤษภาคม 2553   ที่ประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 26 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ… วุฒิสภา โดยในวันนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่ 2-3คือ การพิจารณารายมาตรา และลงมติเพื่อเห็นชอบวาระที่ 3ทั้งนี้ให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพรบ.ดังกล่าว พร้อมทั้งมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเพื่อส่งไปยังครม.พิจารณาดำเนินการต่อไป
  • 15 มิถุนายน 2553   มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ในวาระการประชุมเรื่องกฎหมาย อันดับที่ 7 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. …. โดยคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. …. และผลการพิจารณาของกระทรวงแรงงาน และให้แจ้งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบต่อไป
  • 2 สิงหาคม 2553      วุฒิสภารับทราบเรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ….และส่งต่อผลการพิจารณาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารอบสุดท้ายก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
  • 29 กันยายน 2553   สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรอบสุดท้ายเห็นชอบร่าง พรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ด้วยคะแนนเสียง 344 เสียง ต่อ 9 เสียง หลังจากนี้รอทูลเกล้าเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายทางการต่อไป

ความน่าสนใจของร่างพรบ.ฉบับนี้ อยู่ที่ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ….. กล่าวคือ

(1) เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับกระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติควรต้องออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทของงานที่รับไปทำที่บ้านให้มีความชัดเจนและควรมีการพิจารณาปรับปรุงให้ทันกับสภาวะการจ้างงานอยู่เสมอ

(2) เพื่อให้การคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงแรงงานควรจัดให้มีการจดทะเบียนการเป็นผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้าน ตลอดจนจัดตั้งองค์กรเพื่อพัฒนาความรู้และสมรรถนะให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ตามความเหมาะสมของงบประมาณแผ่นดินและความพร้อมของหน่วยงานสนับสนุนในอนาคต

(3) ในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนในงานที่รับไปทำที่บ้านตามมาตรา 28 ให้คณะกรรมการ คำนึงถึงการเพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นที่ผู้รับงานไปทำที่บ้านอาจต้องรับภาระเพิ่มจากการรับงานไปทำที่บ้าน อาทิ  ค่าวัสดุ  ค่าสาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ที่อาจเป็นภาระของผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้านด้วย

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้พิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญและชี้แจงต่อครม.แล้วคือ

(1) เมื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. …. มีผลบังคับใช้แล้ว ในเบื้องต้นกระทรวงแรงงานจักได้ดำเนินการจัดทำคำชี้แจงพระราชบัญญัติฯ โดยจะมีการอธิบายถึงประเภทของงานที่รับไปทำที่บ้านเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมา และหากสภาวะการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไปกระทรวงแรงงานจักได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทงานที่รับไปทำที่บ้านให้ทันต่อสภาวะการจ้างงานต่อไป

(2) ปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติบังคับให้มีการจดทะเบียนผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้าน แต่มีการรวมกลุ่มของผู้รับงานไปทำที่บ้าน โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2546 ส่วนข้อสังเกตในประเด็นการจัดตั้งองค์กรเพื่อพัฒนาความรู้และสมรรถนะให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านนั้น กระทรวงแรงงานจักได้ทำการศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดตั้งต่อไป

(3) ในประเด็นตามข้อ 3 นั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่สามารถกระทำได้ ซึ่งนอกจากจะต้องคำนึงถึงในประเด็นดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการจำต้องคำนึงถึงค่าตอบแทนของแรงงานในระบบที่ทำงานประเภท ลักษณะงานและปริมาณงาน เหมือนกับงานของผู้รับงานไปทำที่บ้าน ตลอดจนภาวการณ์จ้างงานและกลไกตลาดในงานนั้นๆ

ทั้งนี้ท่านสามารถดูร่าง พรบ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ… (ที่จะขึ้นทูลเกล้า)ได้ที่ http://gotoknow.org/file/ngaochan/68_1.pdf และดูสรุปประชุมความเคลื่อนไหวและสถานการณ์การขับเคลื่อนนโยบาย โดยภาคีเครือข่ายด้านแรงงาน ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551– 2553 ได้ที่

http://gotoknow.org/file/ngaochan/july-dec.52_homeworker.pdf

สรุปโดยบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์