3 องค์กรแรงงาน แถลง รำลึกการเสียชีวิตของคนงานไทยจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

3 องค์กรแรงงาน แถลง รำลึกการเสียชีวิตของคนงานไทยจากวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องในวันสากล และใช้โอกาสนี้เพื่อรำลึกถึงการจากไปของคนงานทั้ง 4 คนในประเทศไทย พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวคนงาน

วันที่ 28  เมษายน พ.ศ.2563 สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (ITF) ได้ร่วมกัน  แถลงการณ์ รำลึกการเสียชีวิตของคนงานไทยจากวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องในวันสากลเพื่อรำลึกการจากไปของคนงาน (International Worker’s Memorial Day) ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)

นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสรส. แถลงว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือโควิด-19(Covid-19) ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2562 และระบาดมากขึ้นไปทั่วโลก จนกระทั่งองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 ปัจจุบัน ข้อมูลการแพร่ระบาด ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563 พบว่า ทั่วโลกมียอดสะสมของผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 3,008,196 คน และมียอดสะสมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 207,361 ราย และในประเทศไทยนั้น มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสม จำนวน 2.931 ราย และ มียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 52 ราย วิกฤตการแพร่ระบาดในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและคนงานทุกภาคส่วน ได้แก่ คนงานในภาครัฐวิสาหกิจ คนงานภาคเอกชน กลุ่มแรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น คนขับรถแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก หรือวินมอเตอร์ไซด์ ผู้ประกอบอาชีพค้าขายตามท้องถนน (street vendors) แม่ค้าหาบเร่แผงลอย เป็นต้น ล้วนได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรง ที่เสี่ยงต่อการการติดเชื้อไวรัสจากการทำงานในหน้าที่ หรือทางอ้อม อันเกิดจากการการประกาศปิดโรงงาน บริษัทห้างร้านต่างๆ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลให้อยู่บ้าน ทำงานบ้าน เพื่อลดการแพร่เชื้อ ส่งผลให้แรงงานถูกเลิกจ้าง รายได้หดหาย ทำให้ยากต่อการดำรงชีวิต

คนงานในภาครัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ต้องให้บริการสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้บริการ เช่น น้ำ ไฟฟ้า ประปา ยา สื่อสาร ขนส่งมวลชน เป็นต้น ต้องเสียสละและอุทิศตนเพื่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศเกิดวิกฤตการแพร่ระบาด การให้บริการสาธารณะเหล่านี้จะหยุดให้บริการไม่ได้ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศ การทำงานบนความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แม้ว่าจะดูแลตนเองเป็นอย่างดีตามคำแนะนำ ส่งผลให้ พนักงานขับรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย 1 คน และพนักงานขับรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพอีก 1 คน ต้องเสียชีวิตจากการให้บริการแก่ประชาชน จนกระทั่งตนเองได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้

วิกฤติการระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ ภาคธุรกิจ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือนของคนงาน บริษัทต่างๆ ประกาศปิดโรงงานหรือหยุดงานชั่วคราว การประกาศเลิกจ้างคนงานจากวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ ทำให้คนงานทั้งในและนอกระบบต้องใช้ชีวิตอยู่บนความยากลำบาก แม้ว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานจะกำหนดให้จ่ายเงินค่าแรงแก่คนงานในระบบไม่น้อยกว่าร้อยละ75 ของค่าจ้าง ในการหยุดงานชั่วคราวจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 หรือจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างหากบริษัทตัดสินในเลิกกิจการแต่ในทางปฏิบัติ มีนายจ้างหลายแห่งเลือกที่จะบังคับให้ลูกจ้างลาออกจากงานเอง หรือไม่ยอมจ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง สำหรับความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ แม้ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อใช้ในการเยียวยาต่อแรงงานนอกระบบภายใต้โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ในอัตรา 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน จากจำนวนแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน แต่ผู้ที่ได้รับสิทธิในการรับเงินเยี่ยวยาจากการประกาศของรัฐบาลจะมีเพียง 9 ล้านคนเท่านั้น นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ ยังประสบกับปัญหาการคัดกรองแรงงานที่มีสิทธิ และปัญหาการช่วยเหลือไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มของแรงงานนอกระบบ ผลของการให้ความช่วยเหลือที่ไม่ครอบคลุม และการไม่บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้เคร่งครัด ทำให้ คนขับรถแท๊กซี่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย และแรงงานในระบบที่มีการจ้างงานแบบแรงงานเหมาช่วงหรือเหมาค่าแรง ทำงานในหน้าที่ให้บริการภาคพื้นของสายการบินแห่งชาติ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย โดยแรงงานทั้งสองกรณีนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหยื่อของผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น

เนื่องในวันสากลเพื่อรำลึกการจากไปของคนทำงานของพี่น้องแรงงานทั่วโลกเวียนมาถึงในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563 นี้ เป็นวันที่กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคนงานที่เสียชีวิต บาดเจ็บ ทำให้พิการ หรือทำให้เจ็บป่วยจากการทำงาน (International Worker’s Memorial Day)  สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (ITF) ขอใช้โอกาสนี้เพื่อรำลึกถึงการจากไปของคนงานทั้ง 4 คนในประเทศไทย อันเนื่องจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งที่เกิดจากการอุทิศตัวในการทำงานในหน้าที่ให้บริการเพื่อประชาชน จนตัวเองต้องได้รับเชื้อไวรัส เป็นเหตุให้ต้องเสียชีวิตจากการทำงาน รวมทั้งคนงานที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการแพร่ระบาด จนเกิดภาวะเครียดและตัดสินใจจบชีวิตลง เพราะไม่สามารถหาทางออกของปัญหาจากการไม่มีรายได้ ภาระหนี้สิน และแรงกดดันอื่นๆ ซึ่งเป็นผลจากวิกฤตในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ที่สูญเสียทุกครอบครัว

สรส. คสรท. และ ITF ขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องแรงงานในประเทศไทยทุกคน วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถควบคุมและทำให้หมดไปได้ หากพวกเราช่วยกัน ดูแลตนเองตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัส ขอให้พี่น้องแรงงานมีจิตใจที่เข้มแข็ง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการของสหภาพแรงงาน และร่วมจับมือกันต่อสู้กับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปพร้อมกัน เพื่ออนาคตที่ดีของการทำงานต่อไปในอนาคต และเพื่อให้พวกเราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้รวมกันไปให้ได้

ด้วยความสมานฉันท์และจิตคารวะ