2 บริษัทโยนลูกจ้างเหมาเหตุท้อง เสนอให้ลาออกยอมจ่ายชดเชย

2015-10-04 23.23.51

อนาถลูกจ้างเหมาค่าแรง ตั้งครรภ์ถูกส่งคืนต้นสังกัด  สสค.อยุธยาหมดปัญญา หลังนัดเคลียร์สามฝ่าย นายจ้างยันไม่รับกลับ เสนอค่าชดเชย 90 วัน ทั้งที่ผ่านเกณฑ์การเป็นพนักงานประจำ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2558 น.ส.จันทิมา(ขอสงวนนามสกุล) ลูกจ้างเหมาค่าแรงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้โทรศัพท์ร้องเรียนต่อสมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(CILT) เนื่องจากถูกสถานประกอบการที่เธอเข้าทำงานส่งคืนต้นสังกัดบริษัทรับเหมาค่าแรง เนื่องจากเธอตั้งครรภ์

ด้านนายมงคล ยางงาม เจ้าหน้าที่ CILT ผู้รับเรื่องกล่าวว่า “ ได้พาจันทิมาไปร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(สสค.)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ช่วยเจรจากับสถานประกอบการที่เธอทำงาน เพราะเธอต้องการกลับไปทำงานตามเดิม เนื่องจากเธอมีคุณสมบัติที่จะได้ปรับเป็นพนักงานประจำแล้ว  บริษัทฯทราบดีว่าเธอตั้งครรภ์ จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องหางานที่เหมาะสมให้ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์ทำ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 42 แต่บริษัทฯนี้เลือกที่จะส่งตัวคืนต้นสังกัด คงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร เธอไม่ได้ผิดที่ตั้งครรภ์ ถ้าจะผิดก็คงเป็นเพราะดันมาตั้งครรภ์ในบริษัทฯนี้ แต่ยังไงคงต้องให้นิติกรของสสค.พาไปแจ้งความตามความผิดการเลิกจ้างคนท้อง ซึ่งมีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน100,000 บาท คงจิ๊บจ๊อยสำหรับบริษัทฯที่อยู่ในเครือยักษ์ใหญ่”

ด้านพนักงานตรวจแรงงานฯหลังได้รับเรื่องในวันที่ 18 กันยายน 2558 แล้ว ได้นัดบริษัทรับเหมาค่าแรงต้นสังกัด บริษัทที่ถูกส่งตัวไปทำงานและน้องจันทิมา เข้าพูดคุยที่ห้องประชุมสสค.จ.อยุธยา ในวันที่ 29 กันยายน 2558 ซึ่งผลปรากฏว่าใช้เวลาไกล่เกลี่ยเพียงไม่นาน ทั้งสองบริษัทฯก็ปฏิเสธที่จะรับจันทิมาเข้าทำงาน แต่ยินดีร่วมกันจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพียง 90 วัน ซึ่งทางพนักงานตรวจแรงงานฯทำได้เพียงเห็นใจและช่วยต่อรองราคาค่าชดเชย

ด้านน.ส.จันทิมา กล่าวว่า “สมัครงานผ่านบริษัทรับเหมาค่าแรง และเข้าทำงานในบริษัทฯแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ซึ่งบริษัทฯแห่งนี้มีหลักเกณฑ์การประเมินในการปรับให้เป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ โดยต้องทำงาน 1 ปีขึ้นไป และจะปรับในเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ถูกส่งตัวคืนต้นสังกัดก่อนที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ โดยให้ทำงานถึงวันที่ 15 กันยายน 2558 ทั้งที่หนูก็ท้อง ซึ่งงานที่ทำก็ไม่ได้หนักอะไรแต่เขาไม่ให้โอกาสหนูทำ ค่าชดเชยเพียง 90 วัน ใครจะรับคนท้องเข้าทำงาน เวลาอีก 6-9 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดซึ่งคงหางานทำไม่ได้ในช่วงนี้ สิทธิการลาคลอด ค่าคลอดหนูก็ไม่ได้ ใครรับผิดชอบชีวิตหนู แฟนก็ตกงาน  เลิกจ้างคนท้องมันผิดไหมพี่”

ในวันที่ 30 กันยายน 2558 ทางบริษัทรับเหมาค่าแรงต้นสังกัด ได้ติดต่อน.ส.จันทิมา พร้อมยื่นข้อเสนอให้เงินช่วยเหลือ เท่ากับค่าจ้าง 90 วันแต่ต้องไปเขียนใบลาออก ซึ่งน.ส.จันทิมา ได้ปฏิเสธไปซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน กรณีเลิกจ้างเพราะเหตุตั้งครรภ์ ที่ร้องเรียนไว้ในวันที่ 18 กันยายน 2558 และการวินิจฉัยเรื่องค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนตามส่วน และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุกๆ 7 วัน ซึ่งได้ยื่นคำร้องไปในวันที่ 29 กันยายน 2558

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน