เครือข่ายแรงงานผนึกพลังนักการเมืองและนักวิชาการ เปิดวงสัมมนาชำแหละประกันสังคมล้าหลังขาดความโปร่งใส ประกาศร่วมล่ารายชื่อเพื่อเสนอกฎหมาย หวังปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ โปร่งใสตรวจสอบได้ โดยผู้ประกันตนต้องมีส่วนร่วม รวมทั้งขยายสิทธิประโยชน์ให้ดีขึ้นและต้องครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม
(ดาวน์โหลดแบบFormลงชื่อสนัลบสนุนร่างพรบ.ประกันสังคม)
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรมบางกอกพาเลส เครือข่ายแรงงานนำโดย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน จัดงานสัมมนาเรื่อง “สร้างการเรียนรู้เพื่อมีส่วนร่วมในการผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. ….”โดยมีนักวิชาการแรงงานนักการเมือง และผู้นำแรงงานจากย่านอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งเครือข่ายแรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงานรวม 160 คนเข้าร่วม
โดยนางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยกล่าวว่า “การบริหารงานของประกันสังคมผ่านมาแล้ว 20 ปีพบว่ามีปัญหามากทั้งในเรื่องของความโปร่งใสในการใช้เงิน การบริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สิทธิประโยชน์ที่ยังไม่ครบถ้วนและไม่ครอบคลุมแรงงานทุกส่วน ร่วมทั้งผู้ประกันตนก็ขาดการมีส่วนร่วม เครือข่ายด้านแรงงานนำโดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับนักวิชาการนักกฎหมายด้านแรงงาน รวมทั้งข้าราชการประกันสังคม จึงได้ช่วยกันยกร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. ….(ฉบับบูรณาการแรงงาน) ขึ้นมาเพื่อปฏิรูประบบประกันสังคม”
สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ที่ยกร่างแล้วเสร็จและนำมาเสนอในการสัมมนาวันนี้ก็มี อาทิเช่น ขยายการคุ้มครองให้ครอบคลุมลูกจ้างทุกทุกประเภท ปรับปรุงองค์ประกอบ คุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ ที่มา และวาระของคณะกรรมการ โดยผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนเป็นกรรมการ ให้สำนักงานประกันสังคมเป็นนิติบุคคลไม่ใช่หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ มีผู้บริหารมืออาชีพ มีคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการการลงทุน และปรับปรุงอัตราเงินสมทบและประโยชน์ทดแทนของผู้ประกันตนทุกปะเภทให้ดีขึ้น
ด้านนักการเมืองที่มาร่วมงานสัมมนาซึ่งมีทั้งจากซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างยาหอมว่า ยินดีออกกฎหมายให้เป็นไปตามความต้องการของแรงงาน เพราะปัญหาของแรงงานคืองานของ ส.ส. แต่ฝ่ายแรงงานเองก็ต้องช่วยกันผลักดันอย่างเต็มที่ด้วย
แรงงานที่เข้าร่วมสัมมนาได้มีการระดมเพื่อหาแนวทางในการผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับบนี้ โดยมีข้อสรุปร่วมกันออกมาว่า แต่ละองค์กรจะไปรณรงค์ล่ารายชื่อให้ได้ตามจำนวนที่แต่ละกลุ่มได้เสนอไว้รวมกันประมาณ 4 หมื่นรายชื่อ โดยจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 นี้และจะตรวจสอบรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายโดยองค์กรแรงงานเองซึ่งจะทำให้ได้โควต้ากรรมธิการของฝ่ายแรงงานมากขึ้น
นักสื่อสารแรงงาน รายงาน