แรงงานหญิงพร้อมเครือข่ายยื่นนายกให้เยียวยาถ้วนหน้า

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี เครือข่ายผู้หญิง เครือข่ายเด็ก เครือข่ายหลากหลายทางเพศ เครือข่ายแรงงานนอกระบบ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอข้อเรียกร้อง เรื่อง มาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้หญิงทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

นางสาวธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า สถานการณืโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจที่ตกต่ำ อันเป็นผลที่ผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาล ที่ไม่สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมในการควบคุมการระบาดของโรค พร้อมกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเอาไว้ได้ จนมีผลกระทบอย่างกว้างขวางตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เด็กต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนมาเป็นการเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองทำงานที่บ้านซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เช่น อุปกรณ์สำหรับการเรียนของลูก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเตอร์เน็ต หนี้ กยศ. ของบุตรหลานและหนี้สินอื่นๆในครอบครัว พ่อค้าแม้ค้าขายของไม่ได้ โรงงานหลายแห่งปิดกิจการชั่วคราว แรงงานถูกปรับลดเงินเดือน หยุดงานชั่วคราว ไม่ได้รับค่าจ้าง หรือรับค่าจ้างไม่เต็มจำนวน หรือให้ออกจากงาน ต้องทำงานที่ไม่มั่นคง ไม่มีสวัสดิการรองรับ จนถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ทำหน้าที่อย่างหนักมาตั้งแต่การระบาดครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว

รัฐบาลกลับมีมาตรการเยียวยาผู้เดือดร้อนเพียงบางส่วน ราวกับประชาชนต้องชิงโชค แย่งชิงกันกดรับสวัสดิการ โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงเลยว่า มีผู้เดือดร้อนอยู่ถ้วนหน้าทั่วทุกคน โดยเฉพาะแพทย์พยาบาลที่ต้องทำงานอย่างหนัก โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงานที่เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ พยาบาลหญิงที่ไม่มีสามี และลูกถูกร้องขอให้ทำงานล่วงเวลาในช่วงโควิด-19 โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงว่า มีภาระทางบ้านให้ดูแลเช่นกัน อย่างพ่อ แม่ ครอบครัวที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีแรงงานหญิงตั้งครรภ์ที่นายจ้างมักเป็นตัวเลือกแรกๆที่จะเลิกจ้าง กดดันให้ต้องออกจากงาน จะเห็นได้จากภาพของแม่เลี้ยงเดี่ยว หญิงที่ต้องทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว ดูแลลูกและสมาชิกครอบครัว เช่นผู้สูงอายุ คนป่วย คนพิการ ไปจนถึงงานบ้านที่ต้องรับผิดชอบ และในขณะที่รัฐบาลละเลยประชาชน รามีเหยื่อที่ต้องอยู่อย่างยากลำบาก หรือจำต้องจบชีวิตตัวเองลงอย่างเมื่อปีที่ผ่านมากรณีของ ปลายฝน ที่ถือว่าสะท้อนความบกพร่องอย่างไม่น่าอภัยของรัฐ จนทำให้คนคนหนึ่งต้องตัดสินใจปลิดชีพเพียงเพราะรัฐบาลเยียวยาเธอไม่ทันเวลา ในปีนี้ก็มีแม่ค้าอาหารตามสั่งที่ผูกคอตายทั้งผ้ากันเปื้อน เพราะค้าขายไม่ได้ในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่

ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มฯและเครือข่ายเห็นว่าในสถานการณ์เร่งด่วนจากผลกระทบโรคโควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาผู้เดือดร้อนอย่างถ้วนหน้าครบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีข้อเรียกร้องดังนี้
1. ข้อเรียกร้องเรื่องการเยียวยาประชาชนอย่างถ้วนหน้า
– รัฐต้องเยียวยาประชาชนทุกคนเป็นเงินสด เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึงสำหรับประชาชนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หรืออินเตอร์เน็ต
– รัฐต้องจัดหางบประมาณแผ่นดินส่วนอื่นมาเยียวยาประชาชน โดยไม่นำเงินจากกองทุนประกันสังคมมาใช้โดยเด็ดขาด เพราะเงินประกันสังคมเป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการใช้อยู่แล้ว
– รัฐต้องจัดให้มีศูนย์เลี้ยงเด็กลูกของคนงานในย่านอุตสาหกรรม และชุมชนอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องคำนึงถึงการมีทะเบียนบ้านในพื้นที่ กล่าวคือทุกคนที่มีลูกก่อนปฐมวัยสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่มีเงื่อนไข อีกทั้งต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณการศึกษา อุปกรณ์ และอาหาร จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในช่วงที่รัฐบาลประกาศปิดศูนย์เลี้ยงเด็กระหว่างมีโรคระบาดโควิด-19
– รัฐต้องจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าน้า 0-6 ปี เดือนละ 600 บาทตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564

2. ข้อเรียกร้องรัฐต้องมีมาตรการเรื่องการแก้ไขการละเมิดสิทธิแรงงาน สถานการณืการละเมิดสิทธิแรงงานที่นายจ้างกระทำโดยอ้างเหตุโควิด-19
– ที่ผ่านมามีการเลิกจ้างผู้นำแรงงานหญิง โดยอ้างเหตุโรคระบาดเพื่อปิดบังเจตนาที่แท้จริงของนายจ้างที่ต้องการขัดขวางกระบวนการจัดตั้งสหภาพแรงงาน ดังนั้น รัฐต้องมีมาตรการในการตรวจสอบการเลิกจ้างที่เข้มงวด ไม่ผลักภาระให้ลูกจ้างเป็นผู้พิสูจน์ความผิด-ถูกเอง
– รัฐต้องมีมาตรการแก้ไขปราบปราม ป้องกันการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างเร่งด่วน สร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้ให้แรงงานทุกกลุ่มอาชีพให้ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
– รัฐบาลต้องจัดหาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานสากลในการป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่ทำงานเกี่ยวข้อง และต้องจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น หน้ากากอนามัยให้กับประชาชนทุกคนอย่างเพียงพอ โดยรัฐบาลต้องจัดส่งให้ประชาชนถ้วนหน้า
– รัฐต้องส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้หญิงในการเข้าถึงกองทุนช่วยเหลือในทุกโครงการฯ ที่รัฐบาลจัดทำเพื่อช่วยเหมือแรงงานในสถานการณ์โควิด-19
3. ข้อเรียกร้องเรื่องการส่งเสริมสิทธิในสุขภาวะและอนามัยเจริญพันธุ์ผู้หญิง
– รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมสุขภาวะ อนามัยเจริญพันธุ์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐานสากล โดยต้องจัดให้ผู้หญิง หรือผู้ที่มีสภาพร่างกายเป็นหญิงสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช่จ่าย
– รัฐบาลต้องให้ผู้ที่มีสภาพร่างกายเป็นหญิงสามารถเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัยเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้ทำแท้ง โดยไม่มีการดำเนินคดีอาญาหรือตีตราผู้ทำแท้ง

ทั้งนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางสาววรรณวิภา ไม้สน พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมารับข้อเสนอดังกล่าวอีกด้้วย โดย สส.กล่าวว่า ในฐานะสส.ปีกแรงงาน จะนำข้อเสนอดังกล่าวเพื่อไปสอบถามต่อรัฐบาลในการประชุมสภาฯ เพื่อให้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดตามที่ผู้ใช้แรงงานหญิงเสนอ