แรงงานภาคเหนือ 13 องค์กร ยื่นข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลต่อรัฐไทยและรัฐเมียนมาร์ ให้ดูแลสิทธิและสวัสดิการ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

เพจเครือข่ายแรงงานภาคเหนือได้รายงานกิจกรรมวันกรรมกรสากล ปี 2562 เมื่อวันที่1 พฤษภาคม 2562  ว่า วันแรงงานสากล เครือข่ายแรงงานภาคเหนือร่วมจัดงานวันแรงงานสากล “การเมืองยุคใหม่ กับ นโยบายด้านแรงงาน” โดยมีผู้เข้าร่วมจากแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ ภาคประชาสังคม มากกว่า 90 คน เวทีภาคเช้าเวทีมีการพูดคุยเรื่อง ข้อเสนอด้านแรงงานต่อรัฐบาลประชาธิปไตย โดยมีตัวแทนแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ ผู้ติดตามเด็ก และนักวิชาการด้านแรงงาน เวทีภาคบ่ายพูดคุยกันในประเด็น การเมืองยุคใหม่กับนโยบายด้านแรงงาน จากตัวแทนนักวิชาการ และตัวแทนจากพรรคการเมือง พรรคสามัญชน พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทย โดยมีข้อเรียกร้องหลักๆ ดังนี้

1. รัฐบาลไทยต้องรับรองอนุสัญญา 87 เสรีภาพในการรวมตัว และการสมาคม 98 ว่าด้วยการเจรจาต่อรอง

2. รัฐบาลไทยต้องนำประเด็นปัญหาด้านแรงงานข้ามชาติเป็นว่าแห่งชาติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขด้านแรงงานอย่างแท้จริง

3. คณะกรรมการค่าจ้างต้องนำหลักการคำนวณค่าจ้างที่เป็นธรรมตามมาตราฐานแรงงานสากล เพื่อนำมาใช้ในการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจค่าครองชีพที่มากขึ้น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 450 บาท

4. รัฐบาลไทยควรมีแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติในปี 2563 โดยให้มีการกำหนดวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการที่สั้น ง่าย ใช้เอกสารน้อย ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง และประกาศกำหนดระยะเวลาล่วงหน้าอย่างน้อยสามเดือน

เครือข่ายแรงงานภาคเหนือทำงานในประเด็นแรงงาน ติดตาม ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของแรงงาน และส่งเสริมให้มีนโยบายคุ้มครองแรงงานให้เข้าถึงสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยจัดให้มีแนวทางเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เครือข่ายฯทำงานกับองค์กรร่วมกว่า 13 องค์กรและประสานงานทำงานร่วมมือกับภาครัฐ แลกเปลี่ยนถึงปัญหาของแรงงานและได้วางแผนติดตามเพื่อประชุมแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ในวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันแรงงานสากล ทางเครือข่ายแรงงานภาคเหนือเห็นว่าเป็นวันสำคัญของแรงงานเป็นโอกาสในการนำเสนอสถานการณ์ ปัญหาต่างๆของแรงงาน ทางเครือข่าย จัดเวทีมีเสวนาวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ณ โรงแรมธารินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีการแสดงของการศึกษา (BEAM) และการแสดงของสหพันธ์คนงานข้ามชาติ MWF

ข้อเรียกร้องเนื่องในวันกรรมกรสากล 2019

ด้วยวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันกรรมกรสากล” ซึ่งเป็นวันที่คนทำงานทั่วโลกได้รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมของคนทำงาน เป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ สิทธิอันชอบธรรมที่คนทำงานสมควรได้รับในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประชาชนกลุ่มอื่น ๆในฐานะที่คนทำงานเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าและทัดเทียมกับนานาประเทศ แต่กลับพบว่าแรงงาน ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังประสบปัญหาอยู่ ลักษณะการจ้างงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เปลี่ยนลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างลูกจ้าง กฏหมายเดิมที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานในปัจจุบัน และรูปแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น ตลอดจนประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ในโอกาสนี้ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนทำงานงานทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานภายในพื้นที่ภาคเหนือ และพบว่า

– แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของภาคเหนือยังคงมีปัญหาในเรื่องรายได้เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ที่ค่าจ้างไม่มากนักส่วนใหญ่อยู่ในฐานค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งก็แทบไม่พอในการดูแลตัวเองนายจ้างตัดลดสวัสดิการต่าง ๆ และอุปสรรคในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และไม่มีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคีชุดต่างๆ

– คนงานทำงานบ้านยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน คนงานทำงานบ้านและคนทำงานในภาคเกษตรกรรมไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม รวมถึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นต้น

– แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสิทธิเฉกเช่นแรงงานทั่วไปตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น ไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดและวันลาตามที่กฎหมายกำหนด ต้องทำงานล่วงเวลาโดยไม่สมัครใจ และเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องอาชีพ และเอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน นายจ้างบางรายไม่ได้นำลูกจ้างไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม และคนงานส่วนที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมก็ยังมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น การใช้สิทธิในกองทุนว่างงาน ทุพลภาพ และกรณีการรับเงินบำเหน็จชราภาพ

– มีการเลือกปฏิบัติในการจ่ายค่าจ้างระหว่างแรงงานหญิงและแรงงานชาย

– แรงงานในภาคบริการยังคงถูกเลือกปฏิบัติและตีตราจากสังคม ด้วยเหตุผลของความแตกต่างทางเพศ ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพเฉกเช่นแรงงานทั่วไป

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของคนทำงาน เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ร่วมกับคนทำงานทุกสาขาอาชีพจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย

1. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน เพื่อส่งเสริมสิทธิของคนงานทำงานบ้าน

2. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้พนักงานบริการ คนงานทำงานบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ โดยไม่เลือกปฏิบัติ

3. ขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้การแก้ไขปัญหาด้านแรงงานข้ามชาติเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านแรงงานอย่างแท้จริงไม่ใช่มองปัญหาของแรงงานข้ามชาติเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ และต้องส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติมีความมั่นคงในการทำงาน

4. เพื่อเป็นการลดอคติและสร้างทัศนคติที่ดีต่อแรงงานข้ามชาติในสังคมไทย ขอให้รัฐบาลแก้ไขคำว่า “แรงงานต่างด้าว” ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็น “แรงงานข้ามชาติ”

5. ขอให้รัฐบาลไทยมีแนวทางปฏิบัติการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติในปี 2563 โดยให้มีการกำหนดวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการที่สั้น ง่าย ใช้เอกสารน้อย ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง และประกาศกำหนดระยะเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

6. ขอให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศต้นทางปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

7. ขอให้รัฐบาลไทย ออกเอกสารประจำตัวให้กับแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่าที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง

8. ขอให้รัฐบาลไทยออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สามารถทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี

9. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายให้กลุ่มแรงงานที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เลขหัว 6, 7, 0 ให้สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศโดยไม่ต้องขออนุญาตออกนอกพื้นที่

10. ขอให้รัฐบาลไทยออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติที่ถือเอกสารซีไอสามารถทำใบขับขี่ได้

11. ขอให้รัฐบาลไทยเปิดขึ้นทะเบียนผู้ติดตามเด็กที่ไม่ได้เกิดในประเทศไทย รวมทั้งผู้ติดตามที่เป็นผู้สูงอายุ

12. ขอให้รัฐบาลไทยมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่แรงงานข้ามชาติ จัดให้มีล่ามแปลภาษาต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาใช้บริการหรือร้องเรียน

13. ขอให้กระทรวงแรงงานมีนโยบายให้สามารถจ้างงานเยาวชนนักเรียนข้ามชาติที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี ทำงานในช่วงระหว่างปิดเทอมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีงานทำ มีรายได้ และได้มีประสบการณ์ในการทำงานและเรียนรู้สังคมมากขึ้น

14. ขอให้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินประกันสังคมใน 3 กรณี ดังนี้

o สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ให้จ่ายตั้งแต่วันแรกที่ว่างงานจนถึงวันก่อนที่จะได้งานทำใหม่

o สิทธิประโยชน์กรณีทุพลภาพ ให้จ่ายเงินชดเชยเป็นก้อนครั้งเดียว

o สิทธิประโยชน์กรณีกองทุนชราภาพให้แก้ไข กฤษฎีกา ให้แรงงานข้ามชาติที่มีความประสงค์ที่จะกลับประเทศต้นทางและไม่ประสงค์ที่จะพำนักในประเทศไทยอีกต่อไปสามารถยื่นรับเงินจากทุนชราภาพทั้งก้อนได้ทันที

ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน

1. คณะกรรมการค่าจ้างต้องนำหลักการการคำนวณค่าจ้างที่เป็นธรรมตามมาตรฐานแรงงานสากล มาใช้เป็นหลักการการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันสภาวะค่าครองชีพที่มากขึ้น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างน้อยสามคน

2. ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของคนงาน ในประเด็นสิทธิการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง โดยไม่เลือกปฏิบัติโดยเชื้อชาติ และสัญชาติ

3. ขอให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้ารับการพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้รับประกาศนียบัตร เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและปรับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน

ข้อเรียกร้องต่อสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

1. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ดูแลให้แรงงานข้ามชาติที่กลับไปยังประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง

2. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ยอมรับเอกสารซีไอ โดยให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการทำบัตรประชาชนเมียนมาร์ สามารถเพิ่มชื่อในสำมะโนครัว รวมถึงมีนโยบายให้สถานฑูต และสถานกงสุลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สามารถทำพาสปอร์ต PJ ออกหนังสือรับรองความเป็นโสดของประชาชนเมียนมาร์ และทำบัตรประชาชนได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย
จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน

ขอแสดงความนับถือ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ

–พรรคเพื่อไทยรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือมาช่วยแก้ไข แม้เป็นฝ่ายค้านก็จะช่วยผ่าน กมธ.แรงงานได้

หมายเหตุข้อมูลประกอบจาก นสพ.เชียงใหม่นิวส์ ภาพจากแมพ ภาพจากเฟซบุ๊กคุณRay Nea