แรงงานนอกระบบ 5 ภูมิภาค ร้องการฟืนฟูอาชีพ และหลักประกันรายได้ ที่กระทบจากโควิด

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

แรงงานนอกระบบ 5 ภูมิภาค 98 เครือข่าย ร้องรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อการฟืนฟู อาชีพ รายได้ การคุ้มครอง ที่กระทบหนักจากโควิด 

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 สมาพันธ์แรงงานนอกระบบ(ประเทศไทย) ขอยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อเรียกร้องนโยบายแรงงานนอกระบบที่ดีกว่าเดิม ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับหนังสือ

นางสาวมาลี สอบเหล็ก ลูกจ้างคนทำงานบ้าน กล่าวว่า การมายื่นหนังสือวันนนี้มาในนามของสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ซึ่งประกอบด้วยเครื่อยข่ายคนทำงานบ้าน เครือข่ายหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เครือข่ายวินมอเตอร์ไวค์รับจ้าง เครือข่ายผู้รับงานไปทำที่บ้าน เครือข่ายหมอนวด เครือข่ายช่างเสริมสวย ฯลฯ ด้วยสภาพปัยหาสถานการณืโควิด-19 ทำให้ทุกคนประสบปัญหาไม่มีงาน ตกงาน อย่างเช่น หมอนวด ไม่มีงานเลยร้อยเปอร์เซนต์ ช่างเสริมสวย ก็ไม่มีรายได้เลย เป็นต้น ซึ่งการมาวันนี้ก็ต้องการยื่นข้อเรียกร้องต่กรัฐบาลให้มาแก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิดด้วย

ลูกจ้างทำงานบ้านนั้นมีสถานะการจ้างงานที่มีนายจ้างชัดเจนแต่ว่ากลับถูกให้เป็นแรงงานนอกระบบการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งลูกจ้างคนทำงานบ้านได้เรียกร้องมาสักระยะหนึ่งแล้วโดยต้องการให้นายจ้างมีส่วนในการดูแลสิทธิสวัสดิการ การดูแลสุขภาพ อย่างที่ทราบคือนายจ้างต้องการลูกจ้างคนทำงานบ้านที่อายุยังน้อย เมื่อมีอายุมากขึ้นทำงานไม่ได้เราก็ไม่ได้รับการเกลียวแลและรัฐก็ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบ ทิ้งให้เราต้องรับผิดชอบตนเอง จึงต้องการเรียกร้องตรงนี้

นาย มานพ แก้วผกา นายกสมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เนื่องจากสภาพปัญหาแรงงาน หลังจากที่เกิดการระบาดของโควิดรัฐบาลไม่ได้สนใจที่จะเข้ามาดูแลแรงงานนอกระบบ ดูแลแต่แรงงานในระบบทำให้แรงงานนอกระบบรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง และมีความยากต่อการประกอบอาชีพอย่างมาก ไม่มีงานทำ เป็นระบบห่วงโซ่ต่อกันหาบเร่แผงลอยขายไม่ได้ อาชีพบริการทำงานไม่ได้ ตลาดปิดผู้ทำการผลิตที่บ้านก็ไม่มีออเดอร์สั่งเข้ามากเป็นผลกระทบวงกว้างด้วยแรงงานนอกระบบมีมากดกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศเดือดร้อนหมด การเดินทางมาก็เพื่อต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังนี้

  1. ให้รัฐบาลหาแหล่งเงินกู้เงินทุนให้กับแรงงานนอกระบบ เพื่อเป็นกองทุนโดยให้แรงงานนอกระบบเข้าถึวแหล่หงเงินกู้ไดห้โดยไม่มีดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ยต่ำ
  2. เรื่องการพัมนาฝีมือแรงงานนอกระบบให้สามารถมีฝีมือแรงงานเพื่อไปต่อยอดในการประกอบอาชีพได้
  3. เรื่องการกจัดสรรโควต้าให้กปับแรงงานนอกระบบให้มีงานทำ และให้รัฐบาลหางานให้แรงงานนอกระบบทำอย่างน้อยเดือนละ 10 วัน เพื่อให้แรงงานนอกระบบมีรายได้เพื่อการเลี้ยงชีพตนเองได้โดยที่เหลืออีก 10 กว่าวันแรงงานนอกระบบจะหางานทำเอง อย่างน้อยเพื่อให้แรงงานนอกระบบก็พอจะอยู่ได้
  4. เรื่องการบูรณาการประกันสังคมมาตรา 40 มาตรา 39 เพราะว่าแรงงานนอกระบบอยู่ในประกันสังคมมาตรา 40 เป็นส่วนมาก แต่สิทธิประโยชน์น้อยมากแล้วจะทำอย่างไรให้รัฐบาลสมทบมากขึ้น โดยเพิ่มในส่วนของนายจ้าง เราสมทบส่วนของลูกจ้าง รัฐบาลต้องมีส่วนช่วยเราอย่างแท้จริงเพื่อสิทธิประโยชน์จะได้เท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำ เอให้แรงงานนอกระบบได้เข้าถือสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

นี่คือข้อเรียกร้องหลักๆที่แรงงานนอกระบบมาฟร่วมกันเรียกร้องวันนี้

จากนั้น นายสมคิด ด้วงเงิน ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ได้เป็นผู้แทนในการยื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องของสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ(ประเทศไทย)  ที่ยื่นต่อรัฐบาล โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.พวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องมีการงานทำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้สามารถยืนอยู่บนขาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้

  • สนับสนุนให้มีกองทุนการประกอบอาชีพแรงงานนอกระบบ เพื่อให้แรงงานนอกระบบทุกกลุ่มได้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านทุนการประกอบอาชีพ โดย
    • ช่วยเหลือเป็นเงินกู้รายบุคคล ปลอดดอกเบี้ย โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน รายละ 50,000- 300,000 บาท
    • ช่วยเหลือเป็นเงินสนับสนุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนของกลุ่ม องค์กรที่จดทะเบียน เป็นเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า เป็นจำนวน 100,000-1,000,000 บาท ต่อกลุ่ม
  • สำหรับกองทุนที่มีอยู่แล้ว เช่น กองทุนผู้รับงานไปทำที่บ้าน ขอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การให้เงินกู้โดย
    • ช่วยเหลือเป็นเงินกู้รายบุคคล ปลอดดอกเบี้ยและยกเลิกเงื่อนไขคนค้ำประกัน รายละ 50,000-300,000 บาท
    • ช่วยเหลือเป็นเงินสนับสนุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนของกลุ่ม องค์กรที่จดทะเบียน เป็นเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า เป็นจำนวน 100,000-1,000,000 บาท ต่อกลุ่ม
  • คืนพื้นที่ทางการค้าขายเพื่อการประกอบอาชีพให้แก่แรงงานนอกระบบ เช่น พื้นที่สำหรับหาบเร่แผงลอย ถนนคนเดิน ตลาดนัด ตลาดเขียว ตลาดในหน่วยงานราชการ
  • ให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำโครงการจ้างงาน workfare เพื่อจ้างงานแรงงานที่ทำงานบริการสาธารณะ เช่น การดูแลผู้ป่วยติดเตียง/หรือผู้สูงอายุในชุมชน การช่วยซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง เป็นต้น
  • ให้มีการประกันการมีงานทำแก่แรงงานนอกระบบ อย่างน้อย 10 วันต่อเดือน โดยได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ
  • ให้รัฐรักษาการจ้างงานแรงงานในระบบกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด โดยอุดหนุนค่าจ้าง (ในลักษณะร่วมจ่ายแบบ Co-payment) ในกิจการขนาดเล็ก (SME) เพื่อป้องกันการผลักแรงงานออกมาเป็นแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้น
  • ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ต้องจัดสรรโควตาให้แก่แรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อย่างน้อยร้อยละ 30
  • ให้จัดสรรงบประมาณแก่กลุ่มแรงงานนอกระบบ ให้สามารถยกระดับความสามารถทางการแข่งขันสนับสนุนการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการขายสินค้าและบริการของแรงงานนอกระบบ
  • มาตการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐทุกมาตรการ ทั้งเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง และอื่น ๆ ต้องครอบคลุมสินค้าและบริการของแรงงานนอกระบบ

2. พวกเราต้องการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพในตลาดแรงงานใหม่หลังโควิดได้

  • จัดให้มีการยกระดับทักษะการผลิตสินค้าและการบริการเดิมของแรงงานนอกระบบให้พัฒนายิ่งขึ้น เช่น การดูแลเด็กเล็ก/ผู้สูงอายุ/คนพิการ
  • จัดให้มีการพัฒนาทักษะใหม่ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีออนไลน์ ในการค้าขายและงานบริการต่าง ๆ
  • การพัฒนาทักษะฝีมือ ต้องให้บริการฟรี และระหว่างการอบรมต้องมีค่าเดินทาง ค่าอาหาร รวมทั้งมีค่าชดเชยการขาดรายได้ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หลังการอบรมต้องติดตามส่งเสริมช่องทางการตลาด หรือหางานให้ทำด้วย

3. พวกเรา ต้องการการคุ้มครองทางสังคมที่เท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์วิกฤตจากโควิด 19 ครั้งนี้ รวมถึงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยรัฐต้อง

  • ให้สิทธิประโยชน์ประกันการว่างงานแก่ผู้ประกันตน มาตรา 40
  • ต้องปรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกมาตราให้เท่าเทียมกัน รวมทั้งปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์การอิสระ ที่มีการบริหารโดยผู้ประกันตน และในคณะกรรมการมีสัดส่วนของผู้ประกันตนทุกมาตรา

4. ในการดำเนินการตามข้อเสนอทุกข้อ ต้องให้มีการมีส่วนร่วมและกำกับติดตามจากสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ภาคประชาสังคม และภาคีวิชาการ เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอที่ทางแรงงานนอกระบบมานำเสนอทางรัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาไปแล้วเกินขึ้น เช่นการเพิ่มวงเงินกู้ยืมจาก 20,000 บาทเป็น 50,000 บาท การจ้างงานดูแลผู้ป่วย ดูแลผู้สูงอายุตามตำบล ทางรัฐบาลได้ให้กระทรวงมหาดไทย จัดจ้างตำบลละ 2 อัตรา ซึ่งได้มีการดำเนินการแล้ว และในส่วนของมาตรา 40 ประกันสังคม เรื่องสิทธิประโยชน์ หากหยุดงานได้รับการชดเชยตรงนี้ได้รับไว้พิจารณา โดยมี บอร์ด 3 ฝ่าย (คณะกรรมการประกันสังคม )ที่ต้องเข้าประชุมพิจารณากัน เรื่องที่ทางกระทรวงแรงงานจะเข้าไปพูดคุยกับทางกทม. (กรุงเทพมหานคร) เรื่องหาบเร่แผงลอย ซึ่งทางกทม.ก็มีการชลอ หรืออรุ่มอร่วยการเคลื่อนย้ายหาบเร่แผงลอยอยู่ 20กว่าจุดแล้ว ส่วนบางจุดที่เคลื่อนย้ายไปก่อนอาจมีความลำบาก ซึ่งกระทรวงแรงงานก็หรับปากในการเป็นผู้แทนในการเข้าหารือกับกทม. เรื่องกองทุนการประกอบอาชีพของแรงงานอิสระตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษา และรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหากรณีแรงงานในระบบ 12 ล้านคน และแรงงานนอกระบบ 20 กว่าล้าน สิ่งที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบแข็งแรงและอยู่ได้จนมาเป็นแรงงานในระบบ เป็นธุรกิจ SME หรือบริษัทที่เติบโตได้ ซึ่งอยู่ที่การสนับสนุนของภาครัฐในเบื้องต้น และนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมาก แต่ขอให้มีดาต้าข้อมูลที่ถูกต้อง หรือข้อมูลที่ชัดเจนว่าเขาได้รับไปแล้วได้มีการพัฒนาเติบโต ด้วยต้องการที่จะขจัดความยากจนออกไปจากประเทศไทย โดยทุกคนต้องมีงานทำทั้งหมด

เรื่องการจัดทำพ.ร.บ.แรงงานนอกระบบ ตอนนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ได้เชิญแรงงานนอกระบบที่มา 10-20 คน มาเป็นอนุกรรมการร่วมศึกษากรณีประกันสังคมมาตรา 40 ด้วยเพื่อให้การปรับแก้ถูกต้องชัดเจน วันนี้ที่มาจึงเป็นการหารือกัน เป็นการมาแบบเป็นมิตรเพื่อให้ข้อมูลกับทั้งสองฝ่ายว่าอะไรที่ทำไปแล้ว หรือความต้องการของเขาคืออะไร อย่างโครงการคนละครึ่งที่นายกรัฐมนตรีคิด ให้กระทรวงการคลังต่อยอด ทำให้หาบเร่แผงลอยมียอดขายมากกว่าเดิม ทางภาครัฐก็เข้าไปดูการลงทะเบียนการใช้แอพพลิเคชั่นว่าเขาใช้กันเป็นหรือไม่ ซึ่งทางแรงงานนอกระบบเสนอให้มีการเปิดให้ทางอาชีพภาคบริการอย่างเช่น หมอนวดแผนโบราณ ช่างเสริมสวย มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งได้ด้วย ซึ่งก็จะไปหารือกับกระทรวงการคลัง และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำข้อเสนอตรงนี้เข้าไปให้พิจารณา และประเด็นร้านค้าวิสาหกิจชุมชนตรงนี้นายกรัฐมนตรีก็ให้พิจารณาด้วย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

รัฐมนตรีแรงงานยังกล่าวอีกว่า ทางภาครัฐบาลจะให้ของขวัญกับผู้ใช้แรงงาน ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และนายจ้างโดยคิดว่าคงจะถูกใจทุกฝ่าย โดยจะแถลงเข้าครม.(คณะรัฐมนตรี)ภายในอาทิตย์หน้า

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน