แรงงานนอกระบบ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ – พัฒนาการล่าสุด

2015-12-03 15.39.49
เครือข่ายแรงงานนอกระบบจัดสัมมนา “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของแรงงานนอกระบบ : พัฒนาการล่าสุด” หวังติดตามยุทธศาสตร์รัฐ
การจัดสัมมนา “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของแรงงานนอกระบบ : พัฒนาการล่าสุด” วันนที่ 2 ธันวาคม 2558 จัดโดยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ สนับสนุนโดยมูลนิธิฟรีดริด เอแบร์ท ที่โรงแรมเซนจูรี ปาร์ค ถนนราชปรารภ ดินแดง

Ms.Stne Klapper ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท กล่าวว่า ในเรื่องของการทำงานก็ให้ความสำคัญทางสังคม ความเป็นธรรม และเข้าใจว่าประชากรส่วนใหญ่ในสังคมส่วนใหญ่เป็นภาคแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นสัดส่วนของกำลังแรงงานกว่าร้อยละ60 เป็นกลุ่มแรงงานทีี่ขาดการคุ้มครองทางสังคม และที่ท้าทายการทำงานของภาครัฐคือ เรื่องของการคุ้มครองทางสังคม เช่น ค่าจ้าง และการเกษียณอายุของแรงงานนอกระบบว่าจะดูแลคุ้มครองอย่างไร ซึ่งได้มีการพูดคุยในเวทีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เรื่องการนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบการดูแลคุ้มครอง เพื่อการดูแลสวัสดิการจะทำอย่างไรที่ และจะทำให้แรงงานภาคนอกระบบเข้าสู่ระบบ และแรงงานในระบบที่ออกสู่นอกระบบได้รับการดูแล หรือสามารถเข้าสู่ระบบได้อีก

2015-12-03 15.43.34

 นายสุวิทย์ สุมาลา รองปลัดกระทรวงแรงงาน อภิปรายเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคมของแรงงานนอกระบบว่า ในมิติของภาครัฐที่ได้เริ่มทำการวางหรือปรับระบบ เพืี่อการดูแลแรงงานนอกระบบ ด้วยภารกิจเดิมของกระทรวงแรงงานมุ่งไปที่การคุ้มครองดูแลแรงงานในระบบ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 8ล้านคนเท่านั้น ซึี่งถือว่าน้อยกว่าแรงงานนอกระบบกว่าครึ่งทีเดียว ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานได้มีการทำงานวางยุทธศาสตร์เชิงนโยบายไปตั้งแต่ปี 2555-2559
ใครเป็นแรงงานนอกระบบในความหมายของกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย แรงงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มแรงงานที่ประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบคือ คนที่ทำงาน หรือ มีงานทำแต่ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เช่นแรงงานในระบบที่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาคุ้มครองเรื่องค่าจ้าง สวัสดิการ เป็นต้น สิ่งที่ทำคือทำอย่างไรให้มีการคุ้มครองแรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ  จำนวนแรงงานนอกระบบ มีมากกว่าแรงงานนอกระบบกว่าเท่าตัว และกระทรวงมีหน่วยงานในการดูแล ซึ่งปี 2555 มีการบูรณาการเพื่อให้การดูแรงงานนอกระบบซึ่งตัวเลขแรงงานนอกระบบภาคตะวันออกเชียงเหนือมีตัวเลขสูงสุด ส่วนกรุงเทพมีน้อยด้วยเป็นตัวเลขแค่จังหวัดเดียว ที่อื่นจะสำรวจเป็นภาค
แรงงานนอกระบบ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ทีี่เข้าสู่แรงงานนอกระบบมากขึ้น อาจเป็นเรื่องของความสนใจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเป็นอิสระในการทำงาน จึงมาเป็นแรงงานนอกระบบ โดยกระทรวงแรงงาน ก็มีการตั้งหน่วยงานและมอบหมายมาดูแลแรงงานนอกระบบเพื่อสร้างมาตรฐานในการเข้ามาดูแลระบบ การศึกษาแรงงานนอกระบบยังไม่สูงนัก อาชีพส่วนใหญยังเป็นเรื่องการค้า และการรับจ้างผลิต
หลักประกันทางสังคมยังมีเรืี่องการจ้างงานที่ไม่ต่อเนื่อง ไม่มีหลักประกันทางสังคม ปัญหาสภาพการทำงานยังไม่มีมาตรฐานเพียงพอในการทำงานเช่น การยืน การนั่ง การเดิน และแสงสว่างในการทำงานที่ไม่เพียงพอ รัฐบาลให้ความสำคัญในการวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการแรงงานนอกระบบ เป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพืี่อการส่งเสริมคุ้มครองตั้งแต่ปี 2555 -2559 ปีนี้ 2558 การที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยนทำอย่างไรให้มีการพัฒนาระบบที่ดี ที่มีการบรูณาการทั้งภาครัฐและภาคประชาชน มีกลไก ระดับชาติคุมนุทธศาสตร์โดยนายกรัฐมนตรีเข้ามากำกับดูแล และปลัดกระทรวงแรงงานเป็นคนทำหน้าที่ และระดับจังหวัดก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด โดยระดับท้องถิ่นมาหารือร่วมกันเพื่อให้แผนยุทธศาสตร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 2015-12-03 15.42.52
หลักประกันที่นำสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ขยายการคุ้มครอง คือทำอย่างไรที่จะมีการรวมกลุ่มกัน ทำอย่างไรให้มีความรู้ และดำเนินกิจการที่ควรจะเป็นซึ่งต้องดูกลยุทธ์อีก 36 โครงการว่ามีความสอดคล้องในการเป็นจริงแค่ไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรวมตัว รวมกลุ่มกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ว่าจ้าง อาชีพ และแหล่งทุน เพื่อมองว่าจะมีอะไรบ้างที่จะได้รับการดูแล ต่อรองด้านค่าจ้างค่าตอบแทนที่ดี เหมือนแรงงานในระบบได้ค่าตอบแทน 9,000 ต่อเดือน แรงงานนอกระบบก็ตัองทำให้ได้รับการดูแลแบบเดียวกัน
กลยุทธ์ที่ 2 มีอยู่อีก 26 โครงการ และ กลยุทธที่ 3 อีก 20 โครงการ แล้วจะมีการดำเนินการอย่างไรให้เสร็จใน 3 ปี ใน 80 โครงการทำอย่างไรสอดคล้องหรือไม่ และควรมีการปรับโครงการใด สำเร็จหรือไม่
นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับแรงงานนอกระบบ เรื่องการส่งเสริมพัฒนาให้แรงงานนอกระบบมีเครือข่ายมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งเพื่อการต่อรองเจรจาอาจจะส่งเสริมให้มีการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานหรือไม่ก็ได้ แต่สนับสนุนในการรวมกลุ่ม เป็นอะไรก็ได้ เป็นการส่งเสริมการรวมตัวเจรจาต่อรอง มีการทำแล้วคือ ขยายการคุ้มครองประกันสังคม มีการตั้งกองทุนบำนาญ และส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานอกระบบทุกระดับ และมีการออกกฎกระทรวงแรงงานด้านเกษตร และเตรียมให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 187 ออกประกาศกรมสวัสดิการเรืี่องแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานเป็นต้น
 2015-12-03 15.41.50
นางจิตติมา ศรีสุขนาม เจ้าหน้าที่บริหารโครงการประเทศไทย และสปป.ลาว องค์การแรงงานระหว่างประเทศ  (ILO) กล่าวว่าแม้องค์การแรงงานระหว่างประเทศ จะมีการทำงานเกี่ยวกับคน แรงงานแต่แรงงานกับไม่รู้จัก เราทำงานเกี่ยวกับมาตรฐานกฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับแรงงานอันเกี่ยวเนื่องกับคน ซึ่งหลายคนไม่รู้จักมากนัก และILO มีการทำงานในลักษณะ สมาชิกคือมีตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศสมาชิกที่เป็นส่วนหนึ่งในการก่อตั้งILO ด้วย อนุสัญญาILO ที่สำคัญด้านสิทธิแรงงานจำนวน 14 ฉบับที่ให้สัตยาบันแล้ว ซึ่งอนุสัญญาILOฉบับที่ 87 และ98 ก็มีความพร้อมแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีคนก่อนได้มีการเตรียมความพร้อมแล้ว แต่ยังไม่มีการให้สัตยาบัน
การทำงานมีการประชุมทุกปี ซึ่งประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศที่ทำการให้สัตยาบันองค์การแรงงานระหว่างประเทศในบางฉบับที่สำคัญ แต่ก็ถือว่าเป็นประเทศที่ก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆในเอเชีย เช่น กรณีการจ่ายเบี้ยชราภาพที่มีการจ่ายให้ผู้สูงอายุกันทุกเดือน แต่ก็ยังไม่ใช่ระบบที่ดีเริด แต่ก็ค้อนข้างดี กรณีการคุ้มครองทางสังคมประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการทำประเมินเพื่อให้เข้าใจว่าประเทศไทยมีอะไร และหลายประเทศก็มีการนำตัวอย่างประเทศไทยไปใช้
ILO ทำเพียงหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐาน เพื่อการคุ้มครองดูแลคน แรงงาน โดยกำหนดเป็นอนุสัญญา การดูแลเพื่อการเข้าสู่ระบบ คือ การประกันสังคม ที่มีการขยายความคุ้มครอง ซึ่งหากไม่มีการบริหารใหม่ของสำนักงานประกันสังคม เช่นการลงทุนที่ได้รายได้มากกว่าดอกเบี้ยของธนาคาร และเป็นการลงทุนที่ไม่เสี่ยง และต้องเตรียมการการดูแลกรณีผู้สูงอายุที่จะเต็มระบบใน 2-3 ปีข้างหนัา ซึ่งมีผลกระทบกับกองทุนแน่นอน หากไม่มีการปรับปรุงการบริหารกองทุนก็จะล้มหลังการบริหารมาภายใน 30 ปี การปรับเพดานเงินเดือนที่กำหนดไว้ที่ 15,000 บาท ต้องไม่กำหนด และการเกษียณอายุต้องมีการปรับอายุให้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อการมีงานทำด้วยผู้สูงอายุนั้นยังสามารถทำงานได้ แต่ต้องเป็นงานที่เหมาะสม และต้องมีการปรับการจัดเก็บเงินสมทบเพิ่มขึ้น ต้องเพิ่มเงินการลงทุนอีกแต่ต้องเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง ต้องมีการสร้างระบบการคุ้มครองแรงงาน เพื่อการที่จะส่งเสริมปรับทักษะใหม่ในส่วนของผู้สูงอายุในการประกอบอาชีพ สามารถกลับมาทำงานได้ แต่ต้องเป็นงานที่ไม่มีความเสียง และงานหนักมาก คือหาเงินได้ รัฐก็ไม่ตัองรับภาระมาก จากการที่รัฐดูแลเต็มร้อยก็ดูแลลดลง
เป้าหมายในการพัฒนา คือ การว่างงาน ความหมาย งานที่มีคุณค่า คืองานอะไรก็ได้ที่ทำให้มีเงินเพียงพอในการเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว มีเงินไม่ใช่ป่วยยังต้องทำงาน เป็นงานที่ไม่ต้องอายใครน่าถาคภูมิใจแม้แต่เก็บขยะ ก็มีรายได้ มีสวัสดิการดูแล เป็นงานที่มีศักดิ์ศรี ILO ต้องการให้มีการจ้างงาน รัฐให้การคุ้มครอง และแรงงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยในการพัฒนาให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน และสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรง เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยรัฐเข้ามาดูแลสนับสนุน
นายมาโนชญ์ แสงแก้ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า การคุ้มครองทางสังคมของแรงงานนอกระบบนั้น ในระบบการบริหารจัดการแบ่งเป็น 2 ระบบ แต่ก็มีการเคลื่อนไปเคลื่อนมา หรือย้ายไปย้ายมา ซึ่งมีแรงงานในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และอีกระบบคือแรงงานนอกระบบ เป็นแรงงานที่มีการเรียกร้องให้มีการคุ้มครองดูแล ที่เรียกว่าตาข่ายการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งอาชีพของแรงงานนอกระบบที่ต้องการความเป็นอิสระเสรีในการทำงานทางกรมฯก็มีการออกกฎกระทรวงแรงงานออกมาคุ้มครอง มีการออกกฎมายคุ้มครองคนทำงานบ้าน เป็นการออกกฎหมายมาคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน มีความผูกพันการจ้างทำของด้วย และมีการกำหนดเรื่องของคดีทางแพ่งหากมีการละเมิดสิทธิกัน ก็มีการกำหนดโทษทางอาญาด้วย เรื่องที่คุ้มครอง คือก่อนนั้นการจ้างงานไม่มีเอกสาร แต่ตอนนี้ก็มีระบบให้มีเอกสารสัญญาเพื่อการปกป้องคุ้มครองสิทธิ กากมีการช่อโกงก็มีหลักฐานเป็นหลักประกันการทำงานด้วยกัน มีการกำหนดค่าตอบแทน เพื่อให้มีอำนาจต่อรอง ซึ่งเดิมนายจ้างเป็นคนกำหนดคนเดียว รวมถึงการหักค่าตอบแทน เมื่อมีการจ้างงาน รับงานมาทำที่บ้านแล้วก็ต้องมีการกำหนด เรื่องความปลอดภัยงานไหนเหมาะสมหรือไม่ ต้องมีการดูแลเด็กหญิงตั้งครรภ์ว่างานไหนทำได้แค่ไหน ดูแลความปลอดภัยในการทำงาน
ข้อมูลต้องมีการกำหนดบอกให้ผู้รับจ้างทราบ อะไรบ้างที่ผู้ว่าจ้างต้องจัดการดูแลตามทีหลักเกณฑ์ในการกำหนดไวั และต้องมีคนที่เข้ามากำกับดูแลกฎหมาย และมีการกำหนดเขียนโครงสร้างกรรดูแล และวางนโยบายดูแล มีพนักงานตรวจแรงงานมากำกับดูแลมีการคุ้มครองดูแลด้านการตอบแทนที่เป็นธรรม สิ่งที่ทำแล้วคือมีคณะกรรมการในการขับเคลื่อนกฎหมายมีแล้ว โดยมีการสรรหาที่เป็นธรรมสมดุลย์ทางเพศ มีการกำหนดเรื่องงานที่จะส่งให้หญิงทำควรเป็นงานแบบใด ซึ่งงานต้องห้ามเป็นงานแบบไหนก็มีการเขียนกำหนด แต่ยังมีความเห็นบางรายที่เห็นไม่ตรงกัน และค่าทดแทนความสูญเสียจากการทำงานที่ไม่ปลอดภัยจะดูแลกันอย่างไร และประเด็นใหญ่ที่ต้องผลักดันให้ดูแลเช่น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องเป็นรายได้ที่ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท เหมือนกับแรงงานในระบบ ซึ่งตอนนี้หากเขียนกำหนดเลยอาจทำให้งานหายไป หรือหากมากำหนดตามงานที่รับช่วงจ่ายงานมาต้องได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่าในระบบ ผู้จ้างก็มีรูปแบบในการจ่าย คนรับงานก็มีแนวในการรับงานมาตรฐานเป็นอย่างไร ซึ่งต้องหาทางออกร่วมกันในส่วนของเสื้อผ้าดูจะมีการพิจารณาไปได้ไกล เรื่องการดูแลด้านอาชีวอนามัยก็ดำบัวดูว่าจะดูแลกันอย่างไร ใช้หลักการไหน กรณีผลิตเพชร พลอยอันนี้ก็ต้องมีการเรียกเก็บกันกำหนดเองได้
สิ่งที่ต้องปรึกษาหารือหรือพูดคุยคือ การเข้าถึงกลุ่มที่ เมื่อรวมกลุ่มไปแล้วทำให้ไม่มีงาน หรือภาษีเข้าไปทำให้ต้องเสีย ซึี่งอยากให้มองว่าการเข้าไปของเจ้าหน้าที่คือการเข้าไปดูแล คุ้มครอง การทำงานยังถูกโกงไม่จ่ายค่าแรง มีการละเมิดสิทธิกันมากแต่ก็ไม่ค่อยมีการต่อรอง หรือฟ้องร้องให้ได้สิทธิซึ่งต่างกับแรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานในระบบที่เรียกร้องได้สิทธิ การคุ้มครองดูแลแรงงานนอกระบบเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังมีปัญหาในการทำงานเพราะเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งต้องมีการรวมตัวกันเพื่อการต่อรอง การทำงานของรัฐมีการแบ่งรายชิ้นเพื่อการช่วยเหลือคุ้มครองเพื่อการผลักดันพัฒนาทางเศรษฐกิจ และปกป้องคุ้มครองได้ และส่วนอื่นๆ ที่ไปได้ด้วยดีคือ ผลิตเสื้อผ้า แหอวน การวิจัยการทำงานแรงงานนอกระบบที่ได้มาจะนำมาสู่การวางระบบการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพราะบางงานก็เป็นงานของครอบครัวเขาเองซึ่งไม่ใช่การจ้างงาน เป็นการผลิตเอง แต่ก็ให้ทราบว่ามีการแก้ไขเพื่อการคุ้มครองคนทำงานบ้านอยู่ เพราะคนทำงานบ้านที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ เป็นการคุ้มครองบางเรืี่องบางอย่าง ซึ่งไม่เหมือนกับคนทำงานในบริษัท หรืออุตสาหกรรม
การกำหนดกฎเกณฑ์ระเบียบทั้งการกำหนดเรื่องวันหยุดประจำสัปดาห์ อายุการจ้างงานและมาตรการการคุ้มครองกรณีที่นายจ้างยังละเมิดสิทธิ ซึ่งสามารถร้องเรียนมาได้ที่หน่วยงาน 1564 กฎหมายมีแล้วเพื่อการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน แลผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งหากมีการละเมิดสิทธิต้องร้องไปเพื่อให้เกิดการแก้ไข ปรับปรุง
นายสุชาติ เปรมสุริยา นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวว่า ประกันสังคมมาตรา 40 ในยุคนี้จะไปอย่างไร จริงแล้วเครือข่ายแรงงานนอกระบบมีการเคลื่อนไหวให้มีการคุ้มครองทางประกันสังคมแรงงานนอกระบบในมาตรา 40 ซึ่งส่วนของทางเลือกที่ 3 ที่มีเรื่องของการคุ้มครองกรณีชราภาพ คอนนี้ภาครัฐได้มีการกำหนดในยกเลิกแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกันตนมาตรา40 ในทางเลือกที่3ให้ทางสปส.โอนเข้าสู่ระบบกองทุนการออมแห่งชาติ หลังมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งทางประกันสังคมจะมีการให้ผูัประกันตนตามมาตรา40 มากรอกใบสมัครโอนเข้ากองทุนการออมแห่งชาติภายในเดือนมีนาคม 2559 แต่หากไม่ย้ายสิทธิกรณีชราภาพตามกฎหมายกอช. ทางสปส.ต้องคืนเงินที่ส่งเงินสมทบกรณีชราภาพผู้ประกันตนในทางเลือกที่ 3 หรือไม่ก็ไปสมัครเองในส่วนบำนาญชราภาพที่กองทุนการออมแห่งชาติได้เลยไม่ต้องผ่าน ทางสปส. ซึ่งทางประกันสังคมจะเลือกแค่สองทางเลือกเท่านั้น ก็ต้องมาดูเรื่องสิทธิประโยชน์ออกแบบใหม่ว่าจะทำกันในอนาคต และสิทธิประโยชน์อันใหม่ที่มีการกำหนดในกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ในการจ่ายเงินสมทบที่รัฐบาลร่วมจ่ายไม่เกินกึ่งหนึ่งของการส่งเงินสมทบซึ่งมีแนวคิดในการออกระเบียบให้กำกับผู้ดูแล แตกต่างกับกอช.ที่ดูแลเรื่องชราภาพ ซึ่งได้เห็นตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นมีระบบสวัสดิการดูแลทางการเงินเพื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุ ซึี่งอาจมีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมมาตรา 40 ปรับจากกรณีชราภาพมาเป็นการจ่ายสวัสดิการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ประกันตนแทน ขณะนี้ประกันสังคมตอนนี้มาเพิ่มการคลอดบุตรได้ไม่มีกำหนดท้อง และสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็น 3 คน แต่ตอนนี้คนก็ไม่ค่อยอยากมีลูก และบางคนลูกมีลูกคนเดียวเ พราะการเลี้ยงดูรายได้ไม่เพียงพอ กรณีชราภาพเบี้ยผู้สูงอายุที่จ่ายเงินให้เดือนละ 600 – 700 บาท ก็ไม่พอกิน ซึ่งต้องเพ่ิ่มเงินรายได้ด้านสิทธิการดูแล และต้องรีบวางแผนการจัดการด้านการเงิน เช่น อาจต้องมีการออกแบบใหม่เรื่องการจ้างคนมาดูแลยามชราภาพกรณีผู้สูงอายุที่ไม่มีบุตร หรือบุตรไม่มีเวลาดูแล
หลังจากมีการประกาศให้มีการโอนย้ายกรณีชราภาพมาตรา 40 ไปอยู่ที่กองทุนบำนาญแห่งชาติ ตอนนี้ที่แสดงความประสงค์จะย้ายมีไม่เกินร้อยละ 2 ของผู้ประกันสังคมเมนู 3 ซึ่งน้อยมาก และส่วนใหญ่อยากจะอยู่ที่ประกันสังคม แต่ในความเป็นไปได้ คือกฎหมายออกแล้วอย่างไรก็ต้องย้ายไปกอช. หรือว่า ไม่ก็ต้องมารับเงินคืนในส่วนของเมนู 3 ส่วนเมนูอื่นๆอาจต้องมีการมาปรับปรุงด้านสิทธิประโยชน์ใหม่
 2015-12-03 15.45.01
นางพูลทรัพย์ ตุลาพันธ์ ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ กล่าวถึง การผลิตของแรงงานนอกระบบตอนนี้ว่า งานที่รับไปทำที่บ้านเดิมอาจมีการรับผลิตได้จากโบ้เบ้ ก็ไม่ได้แล้วเนื่องจากที่มีการรับงานจากประเทศจีนที่ราคาถูกกว่า และการทำงานผลิตเองอย่างOTOP ก็มีปัญหาการตีตลาดของประเทศในอาชีพด้วยกัน และกรณีลูกจ้างทำงานบ้านก็มีปัญหาด้านการจ้างงานแรงงานข้ามชาติที่เข้ามา แม้ว่าจะได้รับการคุัมครองจากรัฐแล้วทั้งคนรับงานไปทำที่บ้าน และคนทำงานบ้าน แต่ปัญหาคือความไม่มั่นคงในอาชีพ
ด้านตัวแทนคนขับรถมอเตอร์ไซค์ แสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาการจัดระเบียบก็ยังมีปัญหาอยู่ การขึ้นทะเบียนจัดระเบียบก็ยังไม่ถูกทางเพราะยังมีมาเฟียอยู่เช่นเดิม หากมีการขจัดการเอาเปรียบปราบปราม เรืี่องส่วยได้จริงๆก็จะดีและอยากให้จัดการ แต่ในความจริงยังมีปัญหาอยู่ แต่วันนี้วินมอเตอร์ไซค์ยังเดือดร้อนเหมือนเดิม ยังต้องซื้อเสื้อจ่ายค่าวิน เสียค่าส่วย หากทำตัวไม่ดีก็ถูกตี ถูกยิง มีความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตซึ่งเป็นผลกระทบการทำมาหากิน คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างยังไม่มีสวัสดิการอะไรคุ้มครอง พอมีประกันสังคมมาตรา 40 ตอนนี้รัฐก็จัดระเบียบจัดการแยกระบบอีก ทำให้เกิดความยุ่งยากสับสนกับแรงงานนอกระบบ
ส่วนตัวแทนหาบเร่แผงลอย เล่าว่า การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยก็มีปัญหามากตอนนี้คือค้าขายลำบาก ปัญหาผลกระทบด้านสวัสดิการ คือ กรณีผลกระทบด้านสุขภาพ เช่น กรณีคนขายไก่ย่างทำมาหลายปี เมื่อป่วยไปหาหมอผลคือ ปอดหายไปข้างหนึ่งต้องดูแลตัวเองทำงานก็ไม่ไหวการทำมาหากินลำบากขาดรายได้ การดูแลรักษาที่ถูกต้อง แรงงานก่อสร้างตกนั่งร้านพิการก็ไม่มีอะไรคุ้มครอง แรงงานนอกระบบป่วยเจ็บตายฟรี ตอนแรกการขายของขายอาหาร มีการจ้างแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากค่าแรงต่ำ แต่ว่าแรงงานข้ามชาติที่จ้างจะส่งเงินกลับบ้าน ไม่เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ทำให้การค้าขายเงินทองเศรษฐกิจข้างล่างไม่ค่อยดีบางส่วนต้องเซ้งร้านค้าให้แรงงานข้ามชาติกัน ตอนนี้จะเห็นว่าแรงงานข้ามชาติกลายเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กแทนคนไทย
ต่อมาตัวแทนแรงงานนอกระบบผู้รับงานไปทำที่บ้าน เล่าว่า การรวมกลุ่มทำให้มีการต่อรอง และมีการเรียนรูัร่วมกัน และการขึ้นทะเบียนนั้นก็ควรจดทางใดทางหนึ่งก็คงพอ มีการให้ไปจดทะเบียนแต่ละแผนก แต่ละกองเพื่อการเข้าถึงการทำสัญญา หรือการกู้ยืม และพ.ร.บ.ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ก็ยังไม่จบ เพราะต้องการที่จะทำให้คนรับงานได้รับสิทธิการดูแลให้เข้าถึงสิทธิ เพราะตอนนี้ก็มีปัญหาการจ่ายค่าจ้างไม่ตรง หรือโกงค่าจ้างอยู่
ประเด็นความอยู่รอดของผู้รับงานไปทำที่บ้านคือ ต้องมีการพัฒนาทักษฝีมือเพื่อสร้างความแตกต่างจากงานในตลาดเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองในการผลิตและขายเองด้วยถึงจะอยู่รอด
ฝ่ายตัวแทนคนทำงานบ้านเล่าว่า การจ้างงานคนทำงานบ้านนั้น อยากให้มีหลักประกันด้านค่าจ้างขั้นต่ำ หรือสิทธิวันหยุด วันลาเหมือนกับแรงงานในระบบ เพราะว่าคนทำงานบ้านมีนายจ้าง แม้ว่ารัฐจะบอกว่ามีกฎหมายคุ้มครองคนทำงานบ้าน แต่วันนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ คือหยุดประจำสัปดาห์ก็ยังมีปัญหา การลาป่วยก็ยังไม่ได้ วันหนึ่งคนทำงานบ้านตกบันไดบ้านนายจ้าง บาดเจ็บก็ไปใช้การรักษาพยาบาลโดยใช้โครงการหลักประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค หมอไม่จับไม่ตรวจเลยด้วย ให้แต่ยามาทา พารามากิน ซึ่งเจ็บปวดมากแต่นานจ้างก็บอกว่าห้ามลางานอีก หากจะหยุดก็ไม่ต้องมาทำงานอีก จึงคิดว่ากฎหมายออกมาดี แต่การบังคับใช้ยังไม่สามารถทำให้ได้รับสิทธิเหมือนเดิม
นางสาวปรีดา ศรีสวัสดิ์ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานสูงอายุในระบบปัจจุบันว่า การที่คนงานถูกให้ออกจากงานปัญหาที่พบคือ แรงงานในระบบขาดการเตรียมความพร้อมยังไม่มี การลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพยังไม่มี ด้วยแรงงานไทยค่าจ้างไม่สูงมาก และอายุมากทำให้การที่จะกลับสู่ชนบทก็ไม่ได้เพราะทำนาทำไร่ไม่เป็น หรือบางส่วนก็ไม่มีที่ให้ทำ การออกนอกระบบมาเป็นแรงงานนอกระบบแน่นอนด้วยว่า ไม่สามารถหางานทำได้ มาตรการที่จะรองรับแรงงานที่อกรอกระบบจะเป็นหลักประกัน คือ ประกันสังคมกรณีว่างงานว่าปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ และการพัฒนาฝีมือ ทักษะต่างๆที่ต้องทำให้เข้าถึงได้ง่าย และทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงกองทุนเวินกู้ราคาถูก หรือเงินทุนของรัฐที่เข้าถึงได้จริง และต้องมีการพัฒนาฝีมือเพื่อการปรับเปลี่ยนอาชีพได้ มีการเปิดตลาดใหม่ๆ เช่นมีการช่วยด้านการตลาด ตัองมีการดูแลเด็ก ดูแลคนป่วยจะทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบสามารถสร้างตลาดแบบนี้ และทำอย่างไรให้เกิดช่องทางแบบนี้มีการรวมกลุ่ม หรือว่ารัฐเข้ามาช่วยจัดการให้แรงงานนอกระบบสามารถที่จะรวมตัวกันทำบริษัทเลี้ยงตัวเองได้ทั้งรับทำความสะอาด รับเลี้ยงเด็กดูแลคนสูงอายุ เป็นต้น การเข้าถึงจ้อมูลการคุ้มครองของกฎหมายตราง และทำอย่างไรให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเข้ามามีร่วมในการส่งเสริมอาชีพ การดูแลด้านสิทธิทำได้มากน้อยแค่ไหน หรือแมัแต่การจัดทำทำเนียบ ขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบ ซึ่งอาจเป็นการโครงการนำร้องเพื่อการสร้างโมเดลพัฒนานโยบายครอบคลุมทั้งประเทศ
 นักสื่อสารแรงงาน รายงาน