แรงงานขอ”ของขวัญ”ปีใหม่ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ

20150625_094339

กลุ่มผู้ใช้แรงงานขอของขวัญปีใหม่รัฐบาล ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่า 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ วอน สปส.ขยายความคุ้มครองกลุ่มทำงานอิสระ 6 กรณีให้ใกล้เคียงมาตรา 33

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ 2559 ผู้ใช้แรงงานมีเรื่องที่อยากขอให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานดำเนินการ คือ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้มากกว่า 300 บาท ในอัตราเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะหากปรับขึ้นค่าจ้างในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน จะไม่เป็นธรรมและเกิดความไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ขอให้สถานประกอบการจัดทำโครงสร้างค่าจ้าง โดยยึดตามอายุและประสบการณ์ของผู้ใช้แรงงาน อีกทั้งขอให้ช่วยแก้ปัญหากรณีแรงงานถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและข้อพิพาท ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในสถานประกอบการต่างๆ ที่มีปัญหาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว และขอให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อให้แรงงานมีเงินกู้ไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น ส่งเสริมการออมเงิน เพราะหากให้แรงงานไปกู้เงินนอกระบบ ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง หากดำเนินการเรื่องนี้ได้จะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้ดีขึ้น

นางสาววิไลวรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นั้น จะขอให้เร่งรัดดำเนินการปฏิรูป สปส.เป็นองค์กรอิสระ มีการบริหารงานด้วยผู้บริหารมืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งเร่งออกกฎหมายลูกตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ให้ครบทุกฉบับและออกกฎหมายให้ลูกจ้างทำงานบ้านสามารถเข้าสู่ประกันสังคม มาตรา 33 เพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง

20150501_091534

ทางด้านนางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานศูนย์ประสานแรงงานนอกระบบแห่งชาติ กล่าวว่า ปีใหม่ 2559 กลุ่มผู้ใช้แรงงานนอกระบบอยากให้รัฐบาลเพิ่มสิทธิและขยายสิทธิประกันสังคม มาตรา 40 ทั้ง 6 กรณีสิทธิประโยชน์ให้ใกล้เคียงกับผู้ประกันตน มาตรา 33 ส่งเสริมอาชีพ รายได้ของผู้ใช้แรงงานนอกระบบให้มีความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ควรส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบมีการประกอบอาชีพเดียว และเป็นไปอย่างครบวงจร ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบ การผลิตในพื้นที่ และรัฐบาลเข้าไปช่วยสนับสนุนในเรื่องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นางสุจินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลดูแลความปลอดภัยในการทำงานของผู้ใช้แรงงานนอกระบบ โดยนำเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในแผนงานของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบที่บาดเจ็บและป่วยจากการทำงานสามารถใช้สิทธิ บัตรทองได้ รวมทั้งขอให้จัดทำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานนอกระบบ โดยกำหนดให้ได้รับความคุ้มครองตั้งแต่เรื่องของอาชีพ รายได้ ความมั่นคง และความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน มีหลักประกันในชีวิต

ที่มา นสพ.มติชน (30 ธ.ค. 2558 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)