แถลงจัดงาน วันแรงงานแห่งชาติ ปี 62 ย้ำให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

คณะกรรมการวันแรงงานแห่งชาติ ร่วมภาครัฐ แถลงการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี2562 ยื่น 10 ข้อเรียกร้อง ด้านรมว.กระทรวงแรงงานเผยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน มุ่งยกระดับ และมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562  กระทรวงแรงาน ได้จัดแถลงข่าวการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี 2562 ที่กระทรวงแรงงาน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงข่าวการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2562 ว่า คณะกรรมการจัดงานประกอบด้วย 15 สภาองค์การลูกจ้างและ 1 สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และ 1 กลุ่มแรงงานนอกระบบ ได้ร่วมกำหนดจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2562 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ด้วยรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ได้มอบให้กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานและครอบครัว ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปฏิบัติต่อผู้ใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน จนได้รับการปรับอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์จาก Tier 2 Watch List เป็น Tier 2  ได้รับการปลดใบเหลืองจาก EU และได้รับการจัดอันดับด้านการจัดการการใช้แรงงานเด็ก  ในรูปแบบที่เลวร้ายในระดับที่มีความสำเร็จมากซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องกัน รวมทั้งได้ยกระดับการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อให้เป็น Smart Worker 43,000 คน พัฒนาระบบการจัดหางาน โดยจัดตั้ง Smart Job Center และนำ Job Box มาอำนวยความสะดวกแก่ผู้หางาน ซึ่งมีผู้ใช้บริการมากกว่า 6 แสนคน และคืนสิทธิแก่ผู้ประกันตามมาตรา 39 จำนวน 167,223 คน
นอกจากนี้ได้มีการปรับปรุงและยกระดับกฎหมายให้เทียบเคียงมาตรฐานสากลโดยได้ให้สัตยาบันพิธีสารว่าด้วยแรงงานบังคับ (P29) อนุสัญญาว่าด้วยการทำงานภาคประมง (C188) ออกพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2562 ว่าด้วยแรงงานบังคับซึ่งยกระดับสิทธิของผู้ใช้แรงงานกว่า 9.5 ล้านคน นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี หรือ GLP และมาตรฐานแรงงานไทยหรือ TLS ซึ่งเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล และมีสถานประกอบกิจการมากกว่า 7,500 แห่งนำไปปฏิบัติครอบคลุมผู้ใช้แรงงาน 657,729 คน และสินค้าของไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าโลก และเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ผู้แทนผู้ใช้แรงงาน ผู้แทนนายจ้าง  และผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ได้ร่วมลงนามในแผนงานที่มีคุณค่าของไทยระหว่างปี 2562-2565 เป็นฉบับแรกระหว่างงานเฉลิมฉลองครบ 100 ปีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อเป็นทิศทางในการสร้างงานที่มีคุณค่า   ในประเทศไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังกล่าวอีกว่า สำหรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติในปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการ   ตามข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะจากพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ทั้งในเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541  การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 74 ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว สำหรับการปรับฐานเงินบำนาญในกรณีผู้ประกันพ้นสภาพตามมาตรา 33 ให้ใช้ฐานค่าจ้างเดิมมาเป็นฐานคำนวณเงินบำนาญชราภาพ การออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ฉบับที่ 87 และเป็นข้อเรียกร้องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งกระทรวงแรงงานได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้และทบทวนแก้ไขกฎหมาย
นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน จัดงานวันแรงงานแห่งชาติ 2562 กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในปีนี้คณะกรรมการจัดงานจาก 15 สภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และกลุ่มแรงงานนอกระบบ กำหนดจัดงานในวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562  โดยในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. มีพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี และในเวลา 8.30 น. จะเคลื่อนริ้วขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ริ้วขบวนของกระทรวงแรงงาน และริ้วขบวนของผู้ใช้แรงงาน จำนวน 17 องค์กร จากบริเวณหน้าสนามกีฬากองทัพบก ไปยังอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง และในเวลา 11.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ 2562 กล่าวปราศรัยและพบปะผู้ใช้แรงงาน ทั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกระทรวงแรงงาน จัดให้มีกิจกรรมสนับสนุนการจัดงานของทุกหน่วยงานในสังกัด อาทิ การให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน บูธนิทรรศการ และการเล่นเกมตอบปัญหาชิงรางวัล

ทั้งนี้ คณะกรรมการวันแรงงานแห่งชาติ จะมีการยื่นข้อเรียกร้องจำนวน 10 ข้อ ต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีคำขวัญ “แรงงานก้าวหน้า เศรษฐกิจก้าวไกล เทิดไท้องค์ราชัน ” ข้อเรียกร้องประกอบด้วย

  1. เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ให้รัฐรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ในเรื่องการคุ้มครองการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และฉบับที่ 98 เรื่องคุ้มครองการเจรจาต่อรอง
  2. ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านประชาพิจารณ์มาแล้ว เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภาฯโดยเร่งด่วน
  3. ขอให้รัฐบาลแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2561

3.1 กำหนดการเกษียณอายุของลูกจ้างอยู่ที่ 60 ปี ในกรณีลูกจ้างมีอายุ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างอนุญาตให้ลาออกได้ โดยได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ

3.2 ให้กระทรวงแรงงานดำเนินการหามาตรการให้สถานที่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรงปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ตามมาตรา 11/1 อย่างเคร่งครัด

  1. ให้รัฐบาลปฏิรูป แก้ไข เพิ่มเติม เกี่ยวกับประกันสังคม ดังนี้

4.1 ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยให้มีอัตราเริ่มต้นที่ 5,000 บาท

4.2 ในกรณีผู้ประกันตนเกษียณอายุและรับบำนาญแล้ว เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต่อให้มีสิทธิรับเงินบำนาญต่อไป และผู้ประกันตนที่รับบำนาญชราภาพให้คงสิทธิประโยชน์ไว้ 3 กรณี ได้แก่ การรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ และค่าทำศพเหมือนเดิม

4.3 ในกรณีผู้ประกันตนพ้นสภาพจากมาตรา 33 และประกันตนต่อมาตรา 39 การคำนวณเดิมค่าจ้าง 60 เดือนเป็น ค่าทดแทนต่างๆ ขอให้ใช้หลักฐานค่าจ้างจากมาตรา 33

4.4 เพิ่มสิทธิประโยชน์ การรักษาพยาบาล ผู้ประกันตน มาตรา 40 เหมือนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39

4.5 ขยายอายุผู้ประกันตน จาก 15-60 ปี (เดิม) ขยายเป็น 15-70 ปี เพื่อให้เข้ากับสังคมผู้สูงอายุ

4.6 ในกรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดความเหลื่อมล้ำ ให้รวมทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 เป็นทางเลือกเดียวกัน

  1. ให้รัฐบาลรวมกองทุนเงินทดแทนกับกองความปลอดภัยแรงงาน และยกระดับเป็นกรมความปลอดภัยแรงงาน
  2. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาต่อรัฐสภาให้บังคับใช้โดยเร่งด่วน
  3. ให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิจัดตั้งองค์กรได้
  4. ให้รัฐบาลจัดระบบสวัสดิการ หรือกองทุนสวัสดิภาพของรัฐวิสาหกิจให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งยังมีสถานภาพเป็นพนักงาน และที่พันสภาพความเป็นพนักงานให้ได้รับไม่น้อยกว่าลูกจ้างภาคเอกชนที่ได้รับตามระบบประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39
  5. ให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตามมาตรา 74 รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
  6. ให้รัฐมนตรีว่า การกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติปี 2562

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน