แถลงจัดงานวันกรรมกรสากล พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง

14285720468701428572046870

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แถลงข่าว-ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อถึงนายกรัฐมนตรี วันที่ 1 พ.ค.ขอฟังคำตอบ จัดขบวนหน้ารัฐสภา- เดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศเจตนารมณ์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2558  คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ( คสรท. ) ร่วมกับ สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ( สรส. )  จัดการเสวนา เรื่อง ทิศทางกรรมกร จะเป็นอย่างไร? ในสถานการณ์ปฎิรูปประเทศ  ณ. อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ( บริเวณสี่แยกคอกวัว ) กรุงเทพฯ

โดยนางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าว สืบเนื่องจากปัญหาของผู้ใช้แรงงานที่สะสมมายาวนาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งยังทวีคูณมากขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัวคนงาน ทำให้ขาดความมั่นคงในการทำงาน การจ้างงานในสถานการณ์ปัจจุบันคนงานถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น คนงานยังขาดอำนาจในการรวมตัวการเจรจาต่อรอง  การปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรรัฐวิสาหกิจในลักษณะ แปรรูปองค์กร โดยให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและคนงาน การขับเคลื่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิคนงานในเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะประเด็นเชิงนโยบาย เช่น การรับรองอนุสัญญา ILO 87 และ 98  การแก้ไขการละเมิดสิทธิแรงงานรวมไปถึงการสร้างความ มั่นคงในการทำงาน  ด้วยการปรับค่าจ้างให้เป็นธรรมเพื่อนำไปสู่รัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เกิดความเป็นธรรม

ดังนั้น วันนี้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ซึ่งเป็นคณะจัดงานวันกรรมกรสากล จึงจัดเวทีเสวนา เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับรู้ถึงข้อเรียกร้องในวันกรรมกรสากล เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนร่วมกัน ในวันที่ 1 พฤษภาคม  ซึ่งเป็นวันกรรมกรสากลของทุกปี ในการรำลึกถึงการต่อสู้เรียกร้องให้ได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ คุณภาพชีวิต ความมั่นคง ความปลอดภัยในการทำงาน

นายยงยุทธ เม่นตะเภา รองประธานคสรท. กล่าวถึง การละเมิดสิทธิแรงงาน  ปัจจุบันแรงงานได้ถูกนายจ้างใช้ช่องว่างของกฎหมายทำร้ายคนงาน ปัญหาแรงงานถูกระเมิดสิทธิ ถูกกระทำที่ไม่เป็นธรรมเยอะมาก ใช้กลไกที่ซับซ้อนมาเล่นงาน และยังแก้ไขยังไม่ได้  แรงงานในปัจจุบันก็แตกความคิดไม่รวมตัวกันทำให้เกิดช่องว่างให้นายจ้างเล่นงานได้

นายชาลี ลอยสูง ประธานสมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิคส์ยานยนต์โลหะแห่งประเทศไทย กล่าวถึง อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO ) ฉบับที่ 87และ98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรองร่วม ที่ประเทศไทยยังไม่ให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้ง 2 ทั้งที่เป็น 1 ใน 59 ประเทศ ที่ร่วมตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ วันนี้ขบวนการแรงงานยังคงมีการเรียกร้อง ซึ่งก็เรียกร้องกันมาเป็นเวลายาวนานมากให้รัฐบาลให้สัตยาบันอนุสัญญา แรงงานพยายามผลักดันเพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายแรงงานของประเทศไทย สร้างให้เกิดการคุ้มครองของแรงงานในการรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพแรงงาน และการเจรจาต่อรองกับนายจ้างเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับแรงงาน.

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ปรึกษาสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส) กล่าวว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ได้มีการนำทรัพย์สินของรัฐไปแปรรูป ให้เอกชน หลายๆอย่างเช่น สนามบินสุวรรณภูมิ บ้านเอื้ออาทรณ์และอื่นๆ แรงงานเองในการเข้าไปขับเคลื่อนหรือตรวจสอบไม่ค่อยใส่ใจเพราะบางส่วนคิดว่าตังเองไม่มีผลกระทบ แต่ลองคิดดูว่าถ้าราคาสินค้าเพิ่มขึ้นทุกคนเดือดร้อนหรือไม่ การจ้างงานแบบยืดหยุ่นทำให้ลูกจ้างและนายจ้างร่วมงานกันได้ แต่ลูกจ้างก็ตกเป็นรองอยู่ดี เพราะนายจ้างมีอำนาจและมีทุนเป็นเครื่องมือละเมิดสิทธิ

รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์ปฏิรูปประเทศ  การเปลี่ยนแปลงในประเทศ เราต้องมีความรู้ในอำนาจการต่องรอง มีวิสัยทัศน์ที่กว้างในการมอง เปลี่ยนจิตสำนึกรับรู้ สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้มีศักยภาพยิ่งขึ้นจะไปโทษนายทุนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะแรงงานไม่เรียนรู้และไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ไม่มารวมกลุ่มรวมตัว มีหลักการ 4 หลักที่ต้องทำคือ

1.แรงงานต้องเริ่มสร้างทุนให้กับตัวเอง คือ ทุนมวลชน ไม่ต้องพึ่งทุนอำนาจผูกขาด

2.หลอมความคิดจิตสำนึกอย่างเป็นเอกภาพ

3.ทำความคิดให้บรรลุเป้าหมายทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

4.เชื่อมต่อกับสายงานที่มีความรู้และสายงานต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังแรงงานทุกภาคส่วนต้องรวมตัว โดยใช้จิตสำนึก เป็นพลังขับเคลื่อน แบบมุ่งมั่นให้สังคมรู้จักแรงงานและให้ความสำคัญ

จากนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)ได้มีการแถลงข่าว ข้อเสนอต่อรัฐบาลเนื่องในวาระโอกาส “วันกรรมกรสากล 2558”  ตามที่มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ เฉลิมฉลองวันกรรมกรสากลทุกปีมีการข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อรัฐบาล เพื่อต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งข้อเรียกร้องบางข้อก็จะเป็นข้อเรียกร้องเดิมๆที่รัฐบาลที่ผ่านมา และรัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไข และบางข้อเรียกร้องเป็นข้อเรียกร้องใหม่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้

1. รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัว และการเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันสิทธิในการรวมตัว และการเจรจาต่อรอง เพื่อให้กลไกของลูกจ้าง สหภาพแรงงานเป็นส่วนช่วยให้คนงานเข้าถึงสิทธิ และเป็นกลไกในการเป็นเกราะป้องกันไม่ให้คนงานถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นส่วนช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน การค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยถูกจับตามมองเป็นพิเศษจากสังคมโลก และรัฐบาลยังไม่มีกลไกที่ดีพอในการแก้ไขปัญหา การรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ จะเป็นโอกาสที่ดีของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวซึ่งจะได้รับความนิยมความชื่นชมจากนานาชาติ

2. รัฐต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบและผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการพัฒนารัฐวิสาหกิจ ตามข้อเสนอของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ที่ได้ยื่นต่อรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยสาระสำคัญให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการขยายงาน การพัฒนาศักยภาพหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการให้บริการประชาชน และยุติการแทรกแซงการบริหารงานรัฐวิสาหกิจ ปรับโครงสร้างการบริหารงานรัฐวิสาหกิจใหม่ ให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆประกอบด้วยภาครัฐผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรผู้บริโภคภาคประชาชน เพื่อให้เกิดระบบธรรมาภิบาล ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบถ่วงดุลกัน

3. รัฐต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการวางมาตรการอย่างเข้มข้นต่อการละเมิดสิทธิแรงงานการคุกคาม และการเลิกจ้างผู้นำสหภาพแรงงานในรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่นายจ้างมิได้เกรงกลัวต่อกฎหมายแม้ในยามที่รัฐบาลประกาศใช้กฎอัยการศึก กรณีที่นายจ้างของสถานประกอบการบางแห่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

4. รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน โดยกำหนดนิยามค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นค่าจ้างแรกเข้าที่มีรายได้พอเพียงเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวอีก 2 คน ตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ทั้งนี้ โครงสร้างค่าจ้างของแรงงานให้มีการปรับค่าจ้างทุกปี โดยคำนึงถึงค่าครองชีพ ทักษะฝีมือและลักษณะงาน ทั้งนี้รัฐจะต้องทบทวน มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ที่ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทในปี 2557 และปี 2558 ซึ่งในปัจจุบันจากผลสำรวจค่าใช้จ่ายของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆแรงงานจะอยู่ได้ต้องมีค่าจ้างวันละ 360 บาท และรัฐต้องยกเลิกคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด

ทั้งนี้ทางคสรท. และสรส. ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว และกำหนดการติดตามคำตอบในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ในวันกรรมกรสากล  และได้เรียกร้องต่อผู้ใช้แรงงาน ว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ใช่รอคอยความหวังจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวพลังสามัคคีของผู้ใช้แรงงานจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า โดยกำหนดการเดินรณรงค์เฉลิมฉลองวันกรรมกรสากล 1 พฤษภาคม 2558 นัดรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภาเวลา 09.00 น. เวลา 10.00 น. เคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งจะมีพิธีเปิด รวมทั้งประกาศเจตนารมณ์ด้วย

 

นักสื่อสารแรงงานสระบุรี รายงาน