คสรท.แถลงแสดงความเสียใจ ร่วมประณามความรุนแรง

 

ระเบิด

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประณามการใช้ความรุนแรงจากเหตุการณ์ระเบิดต่อเนื่อง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ระหว่างวันที่10-12 สิงหาคม 2559

นับตั้งแต่วันที่ 10-12 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้และระเบิดต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภาคใต้รวม 7 จังหวัด ได้แก่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ , ชุมพร , ตรัง , สุราษฎร์ธานี , กระบี่ , พังงา และภูเก็ต จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 12 ราย และเสียชีวิต 4 ราย ซึ่งหนึ่งในผู้สูญเสียเป็นคุณแม่คนหนึ่ง ตามที่สื่อมวลชนรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ในฐานะองค์กรแรงงานที่ทำงานขับเคลื่อนและผลักดันประเด็นเชิงนโยบาย เพื่อเอื้อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของแรงงานในประเทศไทยทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ และขอประณามผู้ที่ใช้ความรุนแรงในวันสำคัญของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นวันหยุดที่มีประชาชนรวมถึงพี่น้องแรงงานจำนวนมากท่องเที่ยวในสถานที่ดังกล่าวนั้น

เมื่อมาพิจารณาพื้นที่เกิดเหตุระเบิดจะเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย นี้จึงเป็นการใช้ความรุนแรงที่มุ่งประหัตประหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม จงใจ คุกคามชีวิต สร้างความหวาดกลัว ความไม่ปลอดภัยต่อสาธารณชน เป็นการไม่เคารพสิทธิของประชาชนที่จักต้องได้รับการคุ้มครองอย่างยิ่ง ดังนั้นขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงของผู้ก่อเหตุนี้

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงงานไทย (คสรท.) ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

(1)    รัฐบาลต้องมีมาตรการในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุความรุนแรงดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้อีกในพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงต่อกลุ่มเด็ก ผู้หญิง แรงงาน เพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข จักต้องเร่งให้มีการติดตามสอบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ มีความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุในรูปแบบต่างๆที่จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในพื้นที่ และต้องนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เหตุการณ์ยุติโดยพลัน

(2)    รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว

(3)    ภาคประชาสังคมและพี่น้องแรงงานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อความรุนแรงดังกล่าว ต้องร่วมกันเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง โดยทำงานควบคู่ไปกับภาครัฐอีกช่องทางหนึ่ง