เปิดข้อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ ภาคประชาชนเชื่อไม่ปฏิรูปจริง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย

เปิดสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สปช.) ครั้งที่ 4 ” รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ : สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์” มุ่งลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม ภาคประชาชนเชื่อรัฐบาลชุดนี้ไม่ปฏิรูปจริง

วันที่ 23 ธันวาคม 2558 ณ ห้องประชุม ชั้น 16 สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อาคารซอฟแวร์ ปราร์ค ปากเกร็ด กรุงเทพฯ ซึ่งมี 7 หลักการที่ต้องมีการนำเสนอ ในร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และได้เสนอให้บรรจุในร่างรัฐธรรม ฉบับที่ล้มไปแล้ว

ในการเสวนาครั้งนี้ นายไพโรจน์ พลเพชร อดีตคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปค.) ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ปี2558 ว่า ได้มีการนำข้อดีของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาจักรไทย 2540 และ2550 มาร่างเป็นรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูกล้มไปแล้ว และขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มร่างรัฐธรรมนูญแบบของรัฐ ที่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ หรือว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร คืออยากให้รู้อะไรก็มาบอก แต่อันไหนยังไม่ควรรู้ก็ยังไม่มีเปิดเผย การที่เสนอแนวคิดหลักการของภาคประชาชนคงต้องนำเสนอผ่านไป ซึ่งมีการเสนอตั้งแต่ หลักการพื้นฐาน การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ต้องได้รับการคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแลัว และควรได้รับความคุ้มครองตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยมีพันธกรณีด้วย จึงควรกำหนดหลักการ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

หลักการที่สองว่าด้วยความเสมอภาค เนื่องจากประเทศไทยประกอบด้วยความหลากหลายพหุเชื้อชาติ ชาติพันธ์ ภาษา เพศ อายุ คนพิการ สถานะของบุคคล ทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา ฯลฯ ควรได้รับการคุ้มครองสิทธิเท่าเทียมกัน

ความเสมอภาคทางเพศก็ได้มีการนำเสนอไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 หลักการเพศภาพต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ และหลักการเท่าเทียมของหญิง ชาย และควรมีมาตรการพิเศษในการคุ้มครองเด็ก และสตรี การกำหนดสัดส่วนหญิง ชายที่เท่าเทียมกัน และมีมาตรการพิเศษเพื่อการสนับสนุนให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นผู้แทนทุกระดับ

หลักการที่สาม กระบวนการยุติธรรม การกำหนดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การทรมาน ทารุณกรรม หรือลงโทษด้วยวิธีการโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี หรือการทำให้บุคคลสูญหาย โดยถูกบังคับ จะกระทำไม่ได้ ด้วยยังมีการทำให้มีการสูญหาย ต้องมีการกำหนดในรัฐธรรมนูญ

ประเด็นต่อมาเรื่องศาล การเข้าถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทยยังมีระบบเส้นสาย การที่จะให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รัฐต้องมีมาตรการที่ทำให้เกิดการเข้าถึงความเป็นธรรม เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง การพิสูจน์ทางคดี ต้องมีมาตรการกรณีการพิสูจน์ถูกหรือผิด

การกำหนดความยุติธรรมทางศาล ควรมีการแยกศาลแรงงานออกจากศาลยุติธรรม โดยให้มีการกระบวนการสืบตามกระบวนการของแรงงาน มีกระบวนการเติบโตในสายของศาลแรงงาน และกระบวนการสอบสวนทางคดี อาจต้องมีการเปิดเผยด้วย

กรณีศาลทหารควรมีบทบาทอย่างไร แม้ว่าจะอยู่ในกระบวนพิเศษก็ไม่ควรนำทุกคดีขึ้นศาลทหาร เพราะว่าจะมองไม่เห็นความเป็นธรรม ศาลทหารควรว่า ความทหารเท่านั้น ส่วนความผิดอื่นที่ทหารถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดให้ดำเนินคดีในศาลยุติธรรมศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดีที่พลเรือนกระทำผิด

20150813_105655

หลักการที่สี่ สิทธิชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน กำหนดให้บุคคลซึ่งรวมกัน เป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิกำหนดการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ การอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และของชาติคงมีการจัดการ การเข้าถึงทรัพยากรของชุมชน และประชาชนควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน สิทธิในที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และมีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพก่อนดำเนินโครงการ หรือกิจกรรม และประเมินสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องสอดคล้องกับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียสำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน ที่มีการกำหนดแผนพัฒนาควรมีการประเมินเสียก่อน ไม่ใช่การกำหนดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

สิทธิเกษตรกร กำหนดให้เกษตรกรมีสิทธิที่จะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองจากรัฐให้มีความมั่นคงในปัจจัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การจ้างแรงงาน การจัดทำสัญญาทางการเกษตรที่เป็นธรรม มีการอนุรักษ์ และพัฒนาพันธุกรรมท้องถิ่น วิถีการผลิต วิถีชีวิต วัฒนธรรม การพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

หลักการกระจายทรัพยากร การถือครองที่ดิน กำหนดให้มีการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดมาตรการออกกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า และดำเนินให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ หรือสิทธิเหนือที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย ประกอบการเกษตรอย่างทั่วถึง โดยการปฏิรูปที่ดิน ทรัพยากรควรเป็นของคนทุกคน ประชาชนต้องเป็นเจ้าของไม่ใช่รัฐเป็นเจ้าของ และการกระจายการถือครองที่ดิน ที่ต้องเก็บภาษีก้าวหน้า การจัดการเรื่องศาลชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม

กำหนดให้จัดตั้งศาลด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กำหนดให้มีองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่ให้ข้อมูล และจัดการข้อมูล และจัดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และให้ความเห็นประกอบการพิจารณาก่อนดำเนินการ โครงการต่างๆ

หลักการที่ห้า สถาบันการเมือง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และการมีส่วนร่วมทางการเมือง กำหนดให้ประชาชนที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งได้ในเขตที่ต้องการ โดยอย่างน้อยต้องมีจุดยึดโยง หรือเกี่ยวพันธ์ เช่นประกอบอาชีพอยู่ในเขตเลือกตั้ง มีถิ่นที่อยู่ในเขตเลือกตั้งเป็นต้น กำหนดเรื่องสิทธิหน้าที่ประชาชนควรมีสิทธิในการเลือกผู้แทน ในพื้นที่อยู่อาศัยหรือทำงานอยู่และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)ไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง เพราะว่าการสังกัดพรรคทำให้ไม่มีอิสระในการตัดสินใจเรื่องนโยบาย การที่ไม่สังกัดพรรคน่าจะเป็นประโยชน์กว่า แม้เราจะมีข้อแย้งว่าจะเกิดการซื้อสส.นั้นเชื่อว่าคนดีมีมากคงซื้อไม่ได้ทุกคน

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ควรมีการเลือกตั้งตามสาขาอาชีพ ไม่ใช่การสรรหา คือให้คนที่ต้องการเป็นวุฒิสภาลงทะเบียนตามสาขาอาชีพ และมีการเลือกตั้งกันมาเป็นการเลือกตั้งไม่ใช่การสรรหา ซึ่งอีกประเภทคือมาจากการเลือกตั้งระดับจังหวัดด้วย

หลักการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี มีทั้งข้อเสนอนายกจากคนนอก หรือมาจากพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ข้อเสนอได้เสนอว่าให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่หากจะมาจากการสรรหาต้องมีการสรรหา ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการได้มาโดยระบบเส้นสาย ยืนยันหลักการสิทธิมนุษยชนกรณีให้เกิดการกำกับสิทธิได้จริง คือให้สามารถส่งเรื่องฟ้องศาลได้ สิทธิในการพัฒนาประเทศ พัฒนาประเทศ ปี 2540 และ2550 ไม่มี องค์กรตามรัฐธรรมนูญควรมีองค์ประกอบที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นๆ โดยควรมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันของภาคการเมือง ภาครัฐ ภาควิชาการและภาคสังคมมากขึ้น และคณะกรรมการสรรหาควรเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรที่ตนไปทำหน้าที่สรรหาไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ต้องมีองค์ประกอบจากผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนด้วย ซึ่งกำหนดให้มีการสรรหา การเลือกตั้งและถอดถอน ให้คณะกรรมการสิทธิฯที่มีหน้าที่ตรวจสอบ และรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับมนุษยชน ให้เสนอมาตรการแก้ไขที่เหมาะสม เป็นองค์กรอิสระ

20151223_103813

การมีส่วนร่วมทางการเมือง กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิกำหนดการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และให้ประโยชน์จากการพัฒนาที่เท่าเทียมกัน รวมถึงรัฐดำเนินการให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างเพียงพอ และดำเนินการรับฟังประชาชนอย่างทั่วถึง การลงประชามติ และการกระจายอำนาจ ยังยืนยันว่าจังหวัดไหนที่สามารถที่จะปกครองตัวเองได้ต้องมีการปกครองตนเอง กำหนดให้มีสภาพลเมืองท้องถิ่น กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาร่างกฎหมาย หรือการแก้ไขเพิ่มเติม ของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ต้องให้ผู้แทนที่เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้นได้ชี้แจงหลักการ และการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการ

หลักการที่หก การกระจายอำนาจ หลักการกระจายอำนาจและการปกครองส่วนท้องถิ่นมีองค์ประกอบ 3 ประการคือหลักความเป็นอิสระองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หลักการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา การกระจายอำนาจ ยืนยันหลักการตามรัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดทิศทางการพัฒนา และจัดการสาธารณะตามเจตนารมณ์ของประชาชนท้องถิ่น หลักการเพื่อรับรองเจตนารมณ์ของประชาชนท้องถิ่น ซึ่งมีลักษณะที่จะปกครองตนเอง ซึ่งหากว่าจังหวัดจัดการตนเองที่ไหนพร้อมก็สามารถทำการสร้างระบบสู่ระบบการปกครองตนเอง โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น องค์การปกครองท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการระบบสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนของท้องถิ่นได้อย่างอิสระ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนา นโยบาย การบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ การบริหารบุคคล การเงิน และการคลัง การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในท้องถิ่นการกำหนดผังการใช้พื้นที่ ด้านการปกครอง ด้านการคลัง และระบบเงินตรา ด้านกระบวนการยุติธรรม ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ การจัดสรรรายได้ขององค์การปกครอง คำนึงถึงระดับความสามารถในการจัดเก็บรายได้ รูปแบบการบริหารสาธารณะขั้นต่ำอย่างเท่าทียมกัน และต้องกำหนดหลักประกันทางรายได้จากภาษีอากร แก่ท้องถิ่นให้มีรายได้ที่เพียงพอ

หลักการที่เจ็ด สิทธิแรงงาน เรื่องแรงงานมีเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม มีหลักประกันความปลอดภัยอาชีวะอนามัย สวัสดิภาพ และสวัสดิการในการทำงานที่เหมาะสม และเป็นธรรมรวมถึงมีหลักประกันในการดำรงชีพทั้งในระหว่างการทำงาน และเมื่อพ้นสภาวะทำงาน และหลักประกันทางสังคม และสวัสดิการ การได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทั้งในระหว่างทำงาน และหลังเกษียณอายุ เพื่อการสร้างโอกาสให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานที่ดีขึ้น และสวัสดิการ ทั้งมีระบบบำนาญที่สามารถทำให้แรงงานสามารถดำรงชีพได้ตลอดชีวิต เรื่องการประกันสังคม ยังมีประเด็นเรื่องสิทธิที่จะก่อตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ อาชีพ ศาสนา เพศ อายุ สีผิว ตามหลักประกันทางสากลอนุสัญญาสองฉบับ คือ 87 และ98 มากำหนดเป็นสิทธิในรัฐธรรมนูญด้วยเพราะว่ารัฐไม่มีการให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ แม้ว่าจะมีการเรียกร้องมานาน และยังมีหลักที่แปดเรื่องสวัสดิการสังคม กำหนดด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน กำหนดให้บุคคลต้องได้รับบริการจากรัฐในเรื่องการศึกษา ด้านสาธารณสุข การเลี้ยงดูบุตร การมีงานทำ การยังชีพอย่างมีคุณภาพของคนพิการ ทุพพลภาพ ผู้มีอายุเกินหกสิบปี มีบำนาญประชาชนที่ต้องพอต่อการยังชีพจริงๆ รวมถึงการบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วนในกรณีภัยพิบัติ กำหนดให้สิทธิผู้บริโภคย่อมต้องได้รับการคุ้มครอง และกำหนดให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องเป็นองค์กรอิสระซึ่งมิใช่หน่วยงานรัฐ

20151223_112125

นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่าการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ในการบรรจุในรัฐธรรมนูญ นโยบายด้านแรงงานมี 4 ข้อที่รัฐต้องดำเนินการตามนโยบายด้านแรงงาน ดังนี้

1. การคุ้มครองแรงงาน คือ

1.1 รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนมีหลักประกันในการทำงานอย่างมั่นคง

1.2 รัฐต้องดำเนินการให้แรงงานทุกสาขาอาชีพได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน

1.3 รัฐต้องคุ้มครองแรงงานเด็ก สตรี คนชรา และคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ให้ได้รับสิทธิ และโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม แรงงานหญิง ชาย ต้องมีสภาพการจ้างที่เท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติ

1.4 รัฐต้องปรับโครงสร้างค่าจ้างที่เป็นธรรม โครงสร้างค่าจ้างของแรงงาน ต้องคำนึงถึงค่าครองชีพ และทักษะฝีมือที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพความเสี่ยง และลักษณะงานของ(ลูกจ้าง) คนทำงาน และงานที่เพิ่มขึ้น ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานแรกเข้าให้ได้รับค่าจ้างเป็นไปตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่คนทำงานมีรายได้เพียงพอที่สามารถเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวอีก 2 คน

1.5 คนทำงานลักษณะเดียวกัน สภาพการทำงานที่เหมือนกัน ให้ได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์และสวัสดิการเท่ากัน

1.6 รัฐต้องจัดตั้งกองทุนพิทักษ์สิทธิแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันการถูกเลิกจ้างให้ได้รับค่าชดเชย และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องสิทธิของแรงงาน “โดยให้ผู้นำแรงงานเข้าไปมีส่วนร่วมบริหารจัดการกองทุน”

1.7 รัฐต้องจัดให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มทักษะของแรงงานอย่างทั่วถึง อย่างมีประสิทธิภาพ

2. แรงงานสัมพันธ์ 

2.1 รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติการแห่งสิทธิในการรวมตัว และการร่วมเจรจาต่อรอง โดยได้รับการคุ้มครองโดยไม่เลือกปฏิบัติและฉบับที่ 111 ว่าด้วยการจ้างงาน.. ทั้งนี้ที่ประชุมได้ปรับเรื่องหลักการ ดังนี้ โดยกำหนดสิทธิแรงงาน

2.2 รัฐต้องใหัสิทธิและเสรีภาพในการรวมตัว และส่งเสริมการรวมตัวของแรงงานทุกสาขาอาชีพ ทั้งเป็นการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ระหว่างแรงงานประเภทเดียวกัน และระหว่างกลุ่มอาชีพ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

2.3 รัฐต้องตรากฎหมายแรงงานสัมพันธ์ให้ครอบคลุมแรงงานทุกประเภทโดยไม่แบ่งแยก และสอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

2.4 รัฐกำหนดให้มีการเลือกตั้งไตรภาคีที่ผู้ทำงานมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนโดยตรง

3. สวัสดิการ

3.1 รัฐต้องปฏิรูประบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ (ประธานกรรมการและเลขาธิการต้องเป็นมืออาชีพ มาจากการสรรหา ผู้ประกันตนต้องมีส่วนร่วมเลือกผู้แทนตนเองเข้ามาบริหาร)

3.2 รัฐต้องจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(โดยให้สถาบันดังกล่าวมีอำนาจรับเรื่องร้องทุกข์ ส่งเสริม ป้องกันแก้ไขปัญหา ทำวิจัยเชิงลึก พัฒนาบุคลากร ตรวจสอบสถานประกอบการ ” ตรงนี้เป็นอำนาจรัฐ” แต่สถาบันฯขอเข้าได้ทำงานสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพราะการ

แก้ไขปัญหาถ้าไม่รู้ข้อเท็จจริง สถาบันฯก็จะแก้ปัญหาตรงจุด และภารกิจอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ) ให้รัฐบาลสนับสนุนให้สถาบันฯส่งเสริมความปลอดภัยฯ มีความเป็นอิสระโดยแท้จริง และดำเนินการแก้ไขพ.ร.บ. กองทุนเงินทดแทนให้กับสถาบันโดยตรง

3.3 รัฐต้องบังคับใช้ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 เพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีพในวัยชรา และเป็นการสร้างวินัยการออมในวัยทำงาน

3.4 รัฐต้องจัดให้มีที่พักอาศัยของคนงาน (เหตุผล คือต้องการที่อยู่อาศัยราคาถูก โดยหน่วยงานภาครัฐ นายจ้างสนับสนุน เช่นการเคหะ เพื่อให้แรงงานมีที่พักอาศัย) และจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กให้แก่แรงงานในบริเวณเขตอุตสาหกรรมใกล้ที่ทำงาน

3.5 รัฐต้องจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม ให้เป็นโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ประกันตนโดยเฉพาะ และต้องครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

3.6 ให้จัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อเป็นกองทุนทางเศรษฐกิจของคนทำงาน

DSCN9424

4. สภาผู้แทนราษฎร

1. ให้แก้ไขกฎหมายการเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติ และท้องถิ่น โดยให้สิทธิคนทำงานในพื้นที่ใดๆ ให้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั้นๆ (โดยใช้ทะเบียนประกันสังคม หรือทะเบียนบริษัทแทนทะเบียนบ้าน)

2. การสมัครเลือกตัังทุกระดับไม่ต้องจำกัดวุฒิการศึกษา

3. สมาชิกสภาผู้แทนไม่ต้องสังกัดพรรค และสมาชิกวุฒิสภาต้องมาจากการเลือกตั้งจากกลุ่มสาขาอาชีพ โดยมีการสมัครและเลือกตั้งกันในกลุ่มอาชีพ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2558 AfterShake และ ไทยพีบีเอส ได้จัด ซีรีส์ เสวนา ความหวังในสังคมไทย “กลัวไม่ได้ปฏิรูป” โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ประกอบด้วย คุณรสนา โตสิตระกูล , คุณศศิน เฉลิมลาภ และคุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ดำเนินรายการโดยคุณวราวิทย์ ฉิมมณี ซึ่งมีการพูดถึงแนวคิดรัฐบาลกับการปฏิรูป ซึ่งโดยสรุปวิทยากรทั้ง 3 ท่านบอกว่า รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่มาทั้งจากการเลือก หรือมาจากการรัฐประหาร ไม่ได้มีแนวการปฏิรูปอย่างแท้จริง เพราะยังคงใช้กลไกเดิมๆ คือรัฐข้าราชการ ทั้งข้าราชการเกษียณอายุแล้ว ซึ่งแค่เห็นก็รู้ว่าไม่คิดจะปฏิรูประบบ กลไก หรือโครงสร้าง แม้แต่ประเด็นการปราบปรามคอรัปชั่นก็ยังคงอยู่บนกลไกเดิมๆที่ใช้ ยังไม่เห็นกระบวนการกลไกการตรวจสอบใหม่แบบมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งการตรวจสอบใช้แค่กลไกเดิมๆคงไม่ได้แล้ว และไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องคอรัปชั่นที่ยังคงอยู่และดูเหมือนว่าแนบเนียนกว่าเดิม

ต่อประเด็นคำถามที่ว่าวิทยากรอกหักหรือไม่เมื่อรัฐบาลทหาร ที่มาจากการรัฐประหารล่าสุดไม่ได้คิดปฏิรูปประเทศทั้งการปราบปรามคอรัปชั่น อย่างที่คิด หรือแม้แต่เรื่องของการปฏิรูปแบบทวงคืนผืนป่า.. ที่อาจเป็นการทวงคืนได้ป่ามาจากชุมชนชาวบ้านตามที่เป็นข่าว วิทยากรต่างตอบว่า ในความจริงไม่เคยคาดหวังต่อรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้วในการที่จะมาจริงจังในการแก้ไขปัญหา เพราะสังเกตตั้งแต่การเลือกคนมาบริหารแต่ละกระทรวง และกลุ่มคนที่เข้าก็เป็นคนให้กลไกเดิมในระบบข้าราชการที่เสนออะไรส่วนทางกับภาคประชาชน ไม่เคยคิดให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบริหารจัดการแบบใหม่ๆ และยังมีการเสนอกฎหมายที่ส่งผลกระทบและสร้างความขัดแย้งกับชุมชน ประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างแรงต้านมากกว่าเห็นด้วย

แต่บางท่านตอบว่า หากถ้าจะอกหักผิดหวัง คงผิดหวังกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ไม่สามารถทำให้เหตุการณ์ปฏิวัติ หรือรัฐประหารหมดไปจากประเทศไทยได้ ซึ่งคิดว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน แต่กลับมีการทำงานแบบไม่เป็นตัวแทนประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตยขาดการมีส่วนร่วมไม่รับฟังประชาชน ซึ่งไม่ต่างกันกับรัฐบาลปัจจุบัน ประชาชนทุกคนต้องการความเป็นประชาธิปไตยด้วยหวังที่ต้องแก้ปัญหา เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง และทำให้แนวทางการรัฐประหารหายไปจากประเทศไทย เพียงแนวคิดปฏิรูปโดยมีส่วนร่วมจากประชาชน ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ อย่างแท้จริง บางท่านบอกว่า ผิดหวังอกหักกับการที่มีการรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารไม่ได้แก้ปัญหา ซึ่งดูจากการเลือกรัฐมนตรีเข้ามาว่าที่มาคงไม่ทำอะไรในการปฏิรูปแน่แท้ เพราะรัฐบาลทหารโดยแท้ และฟังราชการไม่ฟังเสียงประชาชน แบบสร้างส่วนร่วมอย่างเอาจริงเอาจัง

20151220_134834

หากรัฐบาลทหารต้องการปฏิรูป ต้องฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่ราชการ ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งต่อการปฏิรูปมาโดยตลอด ร่างกฎหมายที่ตอบสนองทุน เช่นGMO ถือเป็นบทเรียนหนึ่งให้รัฐบาลชุดนี้ทบทวนแนวคิดที่ฟังราชการในการเสนอแนวปฏิรูปที่ดีอย่างแน่นอน และเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถปฏิรูปอะไรได้ ข้อเสนอเรื่องพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษก็เป็นอีกปัญหาที่เวนคืนพื้นที่สาธารณะจากประชาชนที่ใช้เป็นที่พักอาศัยทำกิน มาสร้างนิคมอุตสาหกรรมให้นายทุน ถามว่าชาวบ้านชุมชนได้อะไร อย่าตอบว่าการจ้างงาน ซึ่งจริงๆไม่ใช่การตอบสนองคนพื้นที่แม้แต่น้อย ทำให้มองได้ว่าทุกรัฐบาลจะมีทุนจะอยู่ข้างๆ ไม่เคยมองเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทุนหรือรัฐบาลทหาร และแนวการทวงคืนผืนป่าก็เช่นกัน มันไม่ใช่แนวการอนุรักษ์ผืนป่าจริงๆ เพราะสัดส่วนของการทวงคืนผืนป่าเป็นเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยเท่านั้น และการที่ชุมชนอยู่ร่วมกับป่า และเป็นชุมชนดั้งเดิมถือเป็นกันชนการบุกรุกของทุน และเป็นแนวอนุรักษ์ป่าแบบมีส่วนร่วม การที่มีการบุกรุกป่าก็เพราะหนึ่งไม่มีที่ทำกินจริงๆ ซึ่งตรงนี้แก้ได้ด้วยการปฏิรูปที่ดิน ทำได้โดยการปฏิรูประบบภาษีเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าเพื่อการกระจายการถือครองทีดินมาให้คนจนที่ต้องการที่ทำกิน ถามว่ากล้าหรือไม่ที่จะปฏิรูปสิ่งเหล่านี้

ทั้งนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่มีการพูดถึงแนวการไม่ปฏิรูปของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมีข้อสรุปร่วมกันว่า ไม่มีการปฏิรูปอย่างแน่นอนภายใต้รัฐบาลชุดนี้ และการปฏิรูปไม่ใช่การนำโครงการขนาดใหญ่เรื่องการพัฒนาแบบไม่มีส่วนร่วมแค่ใช้มาตรา 44 เข้ามาจัดการแล้วจบ

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน