เชฟโรเลต ปิดกิจการ ปธ.กมธ.แรงงาน แนะแก้ตกงาน1.5 พันคน ต้องเจรจาโอนคนงานให้บริษัทใหม่

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

นายจ้างประกาศเริ่มเลิกจ้างส่วนผลิตชิ้นส่วนเดือน มิ.ย.เครื่องยนต์ ปลายเดือนต.ค และส่วนงานสนันสนุนปลายปี63 พร้อมจ่ายค่าชดเชยเพิ่มอีก 4 เดือน ด้านรัฐมนตรีแรงงาน ตอบกระทู้ในสภาฯ บอกคนตกงานสามารถเปิดกูเกิ้ล ก็สมัครงานได้แล้ว ด้านปธ.กมธ.แรงงาน สวนความคิดแบบนี้ สะท้อนความไม่เข้าใจ แนะกระทรวงเป็นคนกลาง เจรจาถ่ายโอนคนงานเดิมซึ่งมีทักษะการทำงานต่อ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ข่าวรายงานว่า บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ​ จีเอ็ม ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ โดยระบุว่าจะยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยภายในสิ้นปี 2563 แต่จะยังคงให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าเชฟโรเลต อาทิ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ การซ่อมบำรุง และการบริการต่างๆ ผ่านเครือข่ายของศูนย์บริการ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเชฟโรเลตทั่วประเทศ

นายแอนดี้ ดันสแตน ประธานกรรมการตลาดเชิงกลยุทธ์ พันธมิตรและผู้แทนจำหน่าย จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ กล่าว กับ https://www.khaosod.co.th/breaking ว่า การถอนเชฟโรเลตออกจากตลาดรถยนต์ประเทศไทยนั้นเป็นการตัดสินใจของจีเอ็ม หลังจากที่มีการขายศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยองให้แก่ เกรท วอล มอเตอร์ส ซึ่ง จีเอ็มได้ประเมินทางเลือกหลายทางในการรักษาเชฟโรเลตไว้ในตลาดประเทศไทย แต่ความเป็นจริงก็คือ หากไม่มีฐานการผลิตในประเทศไทยแล้ว เชฟโรเลตก็ไม่อาจที่จะแข่งขันในตลาดรถยนต์ประเทศไทยได้เลย และจีเอ็มได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์โดยละเอียดถึงแผนธุรกิจที่จะจัดสรรโครงการรถยนต์รุ่นใหม่ให้แก่ศูนย์การผลิตในจังหวัดระยอง แต่พบว่าจะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตของศูนย์การผลิตแห่งนี้ได้อย่างไม่เต็มที่ ตลอดจนความต้องการสินค้าในตลาดประเทศไทยและตลาดส่งออกที่เราคาดการณ์ไว้นั้นจะมีจำนวนน้อย อีกทั้งยังมีปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายประการที่ไม่เอื้อต่อแผนธุรกิจนี้ และการตัดสินใจที่จะยุติการผลิตและการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกลยุทธ์ การดำเนินธุรกิจทั่วโลกของจีเอ็ม และขอบข่ายการจัดสรรเงินทุนภายในองค์กรของเรา การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของทีมงานในประเทศไทย รวมถึงผู้จัดจำหน่ายของเราแต่อย่างใด ซึ่งจีเอ็ม และเกรท วอล มอเตอร์ส ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทยในจังหวัดระยอง ทั้งสองบริษัทคาดว่าการซื้อขายและส่งมอบศูนย์การผลิตทั้งสองจะเสร็จสิ้นในปลายปี 2563

นายเฮกตอร์ บีจาเรียล ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า บริษัทให้คำมั่นสัญญาที่จะดูแลช่วยเหลือพนักงานและลูกค้า และจะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานต่างๆ สำหรับลูกค้า พนักงาน ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตและผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้สำเร็จเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย และเราจะให้ความช่วยเหลือและมอบแพ็คเกจเงินชดเชยให้กับพนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในจำนวนที่มากกว่ากฎหมายแรงงานไทยกำหนด และให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลและให้บริการลูกค้าของเราต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทเกรท วอลล์ มอเตอร์ส ที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ SUV รายใหญ่ของจีน ระบุว่า ทางบริษัทจะจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในจังหวัดระยองให้แก่ตลาดในประเทศไทย รวมไปถึงประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน และออสเตรเลีย ในช่วงเวลาที่ทางบริษัทกำลังรุกขยายธุรกิจในต่างประเทศ ท่ามกลางตลาดในประเทศจีนที่เริ่มชะลอตัวลง

ล่าสุด พนักงานรายหนึ่ง เปิดเผยกับ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ว่า เมื่อเช้าผู้บริหารได้แจ้งให้พนักงานทราบว่า ได้ขายโรงงานให้กับบริษัทจีนไปแล้ว ซึ่งทางบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานทุกอย่างให้กับพนักงาน และเวลา 14.00 น. ก็ให้พนักงานกลับบ้านได้ โดยโรงงานจะปิด และเปิดให้พนักงานเข้ามาทำงานที่ค้างเก่าอยู่ในไลน์ผลิตในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 จนกว่าจะเสร็จสิ้นเพื่อจะได้ส่งมอบโรงงานให้กับบริษัทจีน ซึ่งพนักงานท่านใดที่จะทำงานต่อก็ต้องไปสมัครใหม่กับบริษัทจีนที่มารับซื้อโรงงาน ส่วนรถยนต์ที่ผลิตเสร็จ และจอดอยู่หลายคันนั้นเป็นรถยนต์ที่ผลิตออกมารอการออกจำหน่าย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เว็ปไซต์ https://businesstoday.co/cover-story  รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ผลจากการตรวจสอบของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง พบว่า บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 111/1 หมู่ที่ 4 นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประกอบกิจการประกอบรถยนต์เชฟโรเลต ปัจจุบันมีลูกจ้างประมาณ 1,100 คน และบริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 111/4 หมู่ที่ 4 นิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประกอบกิจการผลิตเครื่องยนต์ ปัจจุบันมีลูกจ้างประมาณ 400 คน รวมทั้งสองบริษัทมีลูกจ้างประมาณ 1,500 คน กรณีที่ทั้งสองบริษัทฯได้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดประมาณ 1,500 คน (ปัจจุบันไม่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรง) โดยมีแผนกำหนดการเลิกจ้างในเบื้องต้น จะเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของการผลิตชิ้นส่วน ปลายเดือนมิถุนายน 2563 เลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของเครื่องยนต์ ปลายเดือนตุลาคม 2563 และเลิกจ้างลูกจ้างในส่วนของงานสนันสนุนในปลายปี 2563

ทั้งนี้ จากผลการหารือกับผู้แทนบริษัทฯ กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน โดยทั้งสองฝ่ายจะบูรณาการการทำงานตามภารกิจ โดยบริษัทฯ จะจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้ จะจ่ายเงินเพิ่มให้ลูกจ้างเป็นเวลาอีก 4 เดือน ทางด้านหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจะให้การดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ขึ้นทะเบียนว่างงาน การให้บริการจัดหางาน การพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของตำแหน่งงานได้ประสานให้จัดหางานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่อีอีซี ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแลลูกจ้างของทั้งสองบริษัทที่มีจำนวนกว่า 1,500 คน ในเบื้องต้น ได้เตรียมตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศที่เกี่ยวกับยานยนต์ไว้แล้วจำนวน 15,132 อัตรา ส่วนใหญ่เป็นแรงงานด้านการผลิต ช่างซ่อมเครื่องจักรกลและยานยนต์อื่นๆ ช่างซ่อมยานยนต์ ช่างเทคนิควิศวกรรม และวิศวกรด้านยานยนต์ เป็นต้น

ส่วนตำแหน่งงานว่าง 3 จังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) แยกเป็น จังหวัดฉะเชิงเทรา 660 คน ชลบุรี 643 คน และระยอง 1,233 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,536 คน ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ได้รัยผลกระทบให้ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ที่รัฐสภา https://siamrath.co.th/รายงานว่า ในการประชุมสภาน.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การปิดโรงงานจีเอ็ม มาตรการรองรับแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยกล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจและเป็นห่วงแรงงานมาก เนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงงานอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จึงต้องการสอบถามว่าบริษัทได้ชดเชยให้กับแรงงานมากกว่ากฎหมายแรงงานไทยอย่างไร ที่สำคัญกระทรวงแรงงานได้เจรจากับบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ซื้อกิจการจีเอ็มเพื่อให้รับแรงงานเดิมได้หรือไม่อย่างไร

ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ชี้แจงว่า การซื้อโรงงานเป็นการซื้อขายระหว่างกลุ่มของสหรัฐอเมริกาและจีน แน่นอนว่าจะต้องมีการชดเชยตามกฎหมายงานไทยและกลุ่มจีเอ็มยืนยันว่าจะให้คนงานได้รับการชดเชยเพิ่มอีก 4 เดือน จีเอ็มเป็นบริษัทอเมริกา รถพื้นฐานของเขาไว้วิ่งทางไกลและทางตรงเป็นหลัก แต่กลุ่มรถยนต์ในเอเชียเป็นรถที่คล่องแคล่วว่องไว คนงานจะชินหรือสามารถผลิตได้แค่ไหนก็ต้องดูกัน โดยระยะเวลาที่จะให้คนงานออกนั้นอีก 3-6 เดือน เขาคงต้องดูว่าคนงานไหนใช้ได้หรือต้องชดเชยออก ซึ่งตนได้มอบหมายให้อธิบดีกรมจัดหางานและที่ปรึกษาลงพื้นที่ทันทีเพื่อคุยกับจีเอ็มว่า จะดูแลคนงานไทยอย่างไร จนได้คำตอบว่าจะมีการชดเชยเพิ่มอีก 4 เดือนนอกเหนือจากการชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ขณะเดียวกัน อยู่ในระหว่างการติดต่อกับบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด ส่วนสถานการณ์แรงงาน กระทรวงก็ทำการจัดหางานและจัดงานว่าง เปิดดูได้ในคอมพิวเตอร์ กูเกิล ก็สมัครงานได้แล้ว วันที่ 1 ต.ค.มีงานว่าง 76,000 งานพร้อมจะรับคนที่ทำงาน และวันที่ 18 ก.พ.มี 94,440 งานที่สามารถรับได้ ในเรื่องยานยนต์ตำแหน่งงานในระดับแรงงานมีว่างอยู่ 15,000 ตำแหน่ง และอยู่ในอีอีซี 2,536 ตำแหน่ง การหางานนั้นกระทรวงแรงงานประสานงานติดต่อให้ได้ และถ้าจะต้องมีการฝึกอบรมเราก็มีให้ทั้งเรื่องAI และการใช้เครื่องจักรสมัยใหม่ในเขตEEC บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด กับ จีเอ็ม ผลิตรถยนต์ไม่เหมือนกัน โดยจีเอ็มที่ผลิตขายอยู่ในประเทศไทยเป็น 2%ของรถยนต์ทั้งหมด ดังนั้น ปัญหากับอุตสาหกรรมไม่น่าจะมีมากนัก

ในวันเดียวกัน นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และประธานกรรมาธิการแรงงาน (กมธ.แรงงาน) ได้โพสต์ในFacebook และทางสปริงนิวส์ได้นำมารายงาน กล่าวว่า กรณี บริษัท จีเอ็ม มอเตอร์ ประเทศไทย ปิดโรงานและเลิกการผลิตในประเทศไทย และต่อมา ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แนะนำคนที่ตกงานจากกรณีดังกล่าวให้เข้าเว็บไซต์กูเกิลแล้วจะสามารถหางานได้นั้น ความคิดแบบนี้ สะท้อนว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่เข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนระดับล่าง เพราะสถานการณ์ขณะนี้ คนทั่วไปไม่สามารถที่จะเปลี่ยนงานหรือหางานใหม่ได้ทันที สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ พยายามทำให้เกิดการเลิกจ้างขนาดใหญ่ให้น้อยที่สุด อย่างกรณีนี้ บริษัทมีการขายกิจการต่อ และจะมีบริษัทใหม่เข้ามาดำเนินกิจการแทน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงแรงงานควรทำ คือ การเข้าไปเป็นคนกลางในการเจรจาพูดคุย ให้มีการถ่ายโอนคนงานเดิมซึ่งมีทักษะการทำงานมาอย่างยาวนาน ไปยังบริษัทใหม่ให้มากที่สุด ไม่ใช่ไล่คนงานให้ไปเข้ากูเกิลหางานใหม่ เพราะถ้าการเข้ากูเกิลหางานง่ายขนาดนั้้น ขอแนะนำให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก แล้วไปเข้ากูเกิลหางานใหม่เสีย

รวบรวมโดย วาสนา ลำดี