เครือข่ายแรงงานแถลง“ 25 ปีประกันสังคม ต้องเป็นอิสระ”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
voicelabour

เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน แถลงเตรียมจัดงาน “ 25 ปี ประกันสังคม ต้องเป็นอิสระ” ตัวแทนผู้ประกันตน ท้ารัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ ต้องกล้าปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นอิสระ ยกต้องทำให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง

วันที่ 24 สิงหาคม 2558 เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ได้จัดแถลงข่าว การจัดงานสมัชชาประกันสังคม “ 25 ปี ประกันสังคม ต้องเป็นอิสระ” ซึ่งจะจัดในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558 จัดโดย เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน

นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวว่า ใกล้วันเกิดครบรอบ 25 ปี ของสำนักงานประกันสังคม และพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 คปค.จะจัดเวทีเพื่อรวมพลังหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการบริหารประกันสังคม โดยเฉพาะด้านโครงสร้างการบริหารกองทุนและการลงทุนประกันสังคมที่ผ่านมา เพราะคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติตั้งแต่ปี 2554 ถึงปัจจุบัน ได้มีข้อเสนอปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ

เครือข่ายประกันสังคมทำงานที่เกิดจากการร่วมมือของ 10 กว่าองค์กร ทั้งองค์กรแรงงาน และองค์กรพัฒนาเอกชนก็ได้จัดทำ ข้อเสนอหลักการ 4 ประการเพื่อการปฏิรูปประกันสังคม ตั้งแต่ปี 2556 คือ หลักความครอบคลุม หลักความเป็นอิสระและบูรณาการของการบริหาร หลักความโปร่งใสมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนทุกฝ่าย และหลักความยึดหยุ่นเป็นธรรมสอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจสังคม ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้หลักประกันเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข คืนความสุขสู่ประชาชนถ้วนหน้าอย่างแท้จริง

การปฏิรูปให้สำนักงานประกันสังคม กลายเป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรในกำกับดูแลของรัฐบาล โดยไม่ต้องยึดติดกับโครงสร้างบังคับบัญชาแบบแนวดิ่งตามลำดับชั้น และกฎระเบียบของส่วนราชการ อย่างขึงตึง จะทำให้การบริหารงานประกันสังคมในอนาคต มีความยืดหยุ่นคล่องตัวภายใต้กำกับดูแลการบริหารโดย “คณะกรรมการ” และได้ “ผู้บริหารสำนักงาน” ที่มีความรู้ความสามารถเชิงประจักษ์

มาจากกระบวนการสรรหาโดยมีคุณสมบัติที่โปร่งใสตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อถือจากสังคมด้วย เพราะกองทุนประกันสังคมมีเงินทุนขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกว่า 1.2 ล้านล้านบาท โดยไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาลฝ่ายเดียว ขณะที่ภารกิจงานประกันสังคมก็มีการขยายสมาชิกผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขอบเขตทั่วประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกันตนทั้งหมด 13.75 ล้านคนโดยเป็นผู้ประกันตน โดยบังคับตามมาตรา 33 จำนวนมากถึงกว่า 10 ล้านคนและสถานประกอบการจำนวน 4 แสน 2 หมื่นกว่าแห่ง ผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 จำนวน 1.1 ล้านคน และมาตรา 40 จำนวน 2.5 ล้านคน

โดยสรุปพบว่า การบริหารจัดการประกันสังคมตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน 25 ปี ผู้ประกันตนได้เสียโอกาส 4 ประการ ได้แก่

1. รายได้ไม่สัมพันธ์กับการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตน เช่น ผู้ประกันตนที่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่ ปี 2533 ค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน ตั้งแต่ปี 2533 ปัจจุบันนี้อาจจะ 20,000 – 30,000 บาท กรณีเงินออมชราภาพน่าจะมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจ 3-4 % เป็นต้น

2. สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนไม่สัมพันธ์กับความต้องการของผู้ประกันตน

3. การบริหารจัดการไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ยึดติดกับโครงสร้างผู้บังคับบัญชา ยึดกฎระเบียบของส่วนราชการอย่างเคร่งครัด ผู้ประกันและนายจ้าง เป็นหุ้นส่วนใหญ่ แต่ไม่มีโอกาสเข้าไปกำกับว่าใช้เงินกองทุนไปในทิศทางใดบ้าง เช่น การลงทุน พิจารณาการใช้เงินกองทุน เช่น เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เป็นต้น

4. เสียโอกาสการขยายสิทธิประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนในกรณีต่าง ๆ ดังนี้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ได้พัฒนาการขับเคลื่อนนโยบาย ในรูปแบบสร้างสรรค์ ทั้งหลักการและเหตุผลและความเป็นไปได้ ในรูปแบบ พ.ร.บ.เพื่อให้ประกันสังคมเป็นอิสระ ไม่ติดกับในเชิงบริหารจัดการของระบบราชการ ปลอดการแทรกแซงจากนักการเมืองในเชิงนโยบายและสั่งการ

เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) มีวัตถุประสงค์พ้องกันว่า การขับเคลื่อนปฏิรูปประกันสังคมสู่ความเป็นอิสระเป็นกุญแจสำคัญ ของการปฏิรูปสู่ระบบการประกันสังคมถ้วนหน้า และนำไปสู่ระบบประกันสังคมของประเทศไทย ซึ่งต้องเป็นระบบที่คุ้มครองคนทำงานที่มีรายได้ทุกคน ป้องกันหรือลดการทุจริตคอรัปชั่นที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการกองทุนที่ยังขาดการมีส่วนร่วมและโปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสิทธิที่ควรพึงได้รับจากการร่วมจ่ายในระบบสวัสดิการต่าง ๆ ตามประโยชน์ทดแทนที่กฎหมายกำหนด และท้ายสุดต้องสร้างหลักประกันให้กับคนไทยทุกคนที่มีรายได้เข้าระบบประกันสังคมมีสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
voicelabour

ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่เสนอโดยรัฐบาล คสช. และผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 แล้ว ก็ไม่ได้ปฏิเสธการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เพียงแต่ร่างกฎหมายของรัฐบาลยังไม่มีบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับ “ความเป็นอิสระของการบริหารประกันสังคม” ไว้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ คปค. จะได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดงานสมัชชา “ 25 ปี ประกันสังคม ต้องเป็นอิสระ” เพื่อปรึกษาหารือร่วมกับทุกฝ่ายให้เกิดการปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นอิสระที่เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นธรรมต่อสังคม และที่สำคัญที่สุด อีกไม่นานนี้ จะมีการเลือกตั้งผู้แทนของผู้ประกันตนเข้าไปเป็นกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้ประกันตนจะมีสิทธิ์ดังกล่าว ดังนั้น ผู้ประกันตนจะ ต้องตื่นตัวและแสดงเจตจำนงในการเข้ามามีส่วนร่วม และติดตามการตระเตรียมการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

นายมนัส โกศลยังกล่าวอีกว่า “ในฐานะอนุกรรมการร่างอนุบัญญัติพ.ร.บ.ประกันสังคมมีความคืบหน้าในเรื่องสิทธิในหลายกรณี แต่ที่ต้องจับตาคือ การเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกันตนเข้าไปเป็นคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด) เบื้องต้นในการหารือและเห็นชอบร่วมกันในที่ประชุมอนุกรรมการร่างกฎหมายลูกของสปส. ว่าจะใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยใช้สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ 144 แห่ง เป็นหน่วยสถานที่เลือกตั้ง แต่อยู่ระหว่างหารือว่าจะใช้การเลือกตั้งแบบใด ซึ่งหากมีการเลือกตั้งบอร์สปส.ครั้งนี้จะเกิดในเดือนเมษายน 2559 นี้”

นางสาวอรุณี ศรีโต ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี และผู้แทนเครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 39 กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของผู้ประกันตนโดยสมัครใจทั้งมาตรา 39 และมาตรา 40 ซึ่งมาตรา 39 มีผู้ประกันตนอยู่กว่า 1 ล้านคน และประมาณ 2.5 ล้านคนที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 จากจำนวนแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคน ขอแสดงเจตนารมณ์ว่า “ครบรอบ 25 ปีแล้ว สำนักงานประกันสังคมต้องนำไปสู่องค์กรอิสระ ไม่เช่นนั้นระบบประกันสังคมก็จะไม่ทันสมัยไม่คล่องตัว คนที่มีการลงหุ่นกันจ่ายเงินสมทบก็จะถูกละเลยในการมีส่วนร่วม ฉะนั้นงานชิ้นใหม่งานชินแรกงานชิ้นโบแดงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่คือการปฏิรูปประกันสังคมต้องมีการคัดสรรคนที่จะไปเป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมที่ต้องเป็นคนเก่ง มีฝีมือ มีวิสัยทัศน์ อย่าให้สำนักงานประกันสังคมเป็นสุสานคนเกษียณ ที่ผู้ประกันตนต้องมาร้องเรียน ร้องขอสิทธิประโยชน์ซึ่งเป็นของผู้ประกันตน ซึ่งทำให้ดูเหมือนไม่มีศักดิ์ศรี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมต้องเป็นคนเก่ง ฉลาด และซื่อสัตย์สุจริต

นางสาวอรุณี ศรีโตยังกล่าวอีกว่า ต้องปฏิรูประบบประกันสังคมโดยการสร้างโครงสร้าง และกลไกลให้สอดคล้องกับผู้ประกันตนที่มีหลากหลายขึ้น มีทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ และข้ามชาติ มีหลายกลุ่มที่ต้องประยุกต์ให้ทันสมัยและเอื้อกับผู้ประกันตนจริง การแถลงข่าววันนี้นอกจากวันที่ 31 สิงหาคมมีการจัดงานครบรอบ 25 ปี ก็ต้องการผลักดันให้องค์กรประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งมีองค์กรเกิดใหม่ที่เป็นอิสระ เช่นกองทุนการออมแห่งชาติ ที่เกิดโดยเป็นองค์กรอิสระมีการสรรหาเลขาธิการมาบริหาร ซึ่งต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ เป็นมืออาชีพ

การได้มาของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมต้องมาจากการสรรหาที่เป็นมืออาชีพเข้ามาทำงาน แต่สำนักงานประกันสังคมได้ก่อตั้งมา 25 ปีแล้ว หากไม่เป็นองค์กรอิสระคงไม่ได้มืออาชีพมาทำงาน จึงต้องเป็นองค์กรอิสระเพื่อจะได้จ้างคนที่เป็นมืออาชีพมาพัฒนาองค์กร หากไม่เก่งจริงก็ไม่จ้าง ในฐานะผู้ประกันตนระบบสมัครใจว่าลดเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นต้องปฏิรูประบบประกันสังคม เช่นผู้ประกันตนมาตรา 40 ค่าทำศพที่มาตรา 33 ได้รับค่าทำศพ 4 หมื่นบาท แต่ ผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับค่าทำศพเพียง 2 หมื่นบาท ได้เพียงครึ่งหนึ่ง แล้วจะถือว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมได้อย่างไร สำนักงานประกันสังคมต้องทำให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมด้วย” นางสาวอรุณี ศรีโต กล่าว

PB050106

นายบัณฑิต แป้นวิเศษ ผู้แทนเครือข่ายแรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า นโยบายรัฐกำหนดให้แรงงานข้ามชาติที่เป็นลูกจ้างที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ หรือเข้าเมืองมาทำงานตาม MOU (ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ) และมีหนังสือเดินทางกับ ใบอนุญาตทำงานแล้ว นายจ้างต้องแจ้งขึ้นทะเบียนตนเองและแรงงานข้ามชาติเข้าระบบประกันสังคม เมื่อต้นปี 2558 มีลูกจ้างต่างชาติในประกันสังคมทั้งหมดเกือบ 5 แสนคน แต่ถือเป็นจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับแรงงานที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติและทำงานตาม MOU กว่า 1 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์แต่ละกรณี ซึ่งเกิดจากเงื่อนไขของกรมจัดหางานและความอ่อนแอของการบังคับใช้กฎหมายประกันสังคม ทำให้นายจ้างหลายแห่งละเลยเพิกเฉย

ในขณะที่กระทรวงแรงงานมีนโยบายเร่งจัดทำกฎหมายจัดตั้งกองทุนประกันสังคมแรงงานต่างด้าว เพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิประโยชน์โดยเฉพาะ แตกต่างจากผู้ประกันตนไทย โดยยังไม่เห็นแนวทางปฏิรูปให้แรงงานข้ามชาติได้เข้าถึงสิทธิประกันสังคมอย่างเป็นธรรมเช่นเดียวกับแรงงานไทยแต่อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็น ที่ต้องมีการปฏิรูปนโยบายบริหารแรงงานข้ามชาติ และการบริหารประกันสังคมไปด้วยกันเพื่อคุ้มครองแรงงานข้ามชาติได้ขึ้นทะเบียนและได้รับประโยชน์ทดแทนอย่างรวดเร็วเท่าเทียบกับแรงงานไทยอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติ และเสี่ยงตกเป็นเหยื่ออธรรมของนายจ้างนายหน้าบางส่วนและขบวนการค้ามนุษย์ได้

ในวันเดียวกัน พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง จากนั้นประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความไว้วางใจให้มาดูแลงานของกระทรวงแรงงาน รู้สึกยินดี เพราะถือว่างานของกระทรวงแรงงานเป็นงานที่มีความสำคัญโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นงานที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งของประเทศชาติ และคนในชาติ และก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ว่า ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าข้าราชการกระทรวงแรงงาน มีความตั้งใจ ทุ่มเท มีความเป็นมืออาชีพ จะทำงานตามกรอบนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉะนั้นในการเข้ามาสานต่อภารกิจกระทรวงแรงงานจะต้องทำตามกรอบนโยบายที่ได้วางไว้บนพื้นฐานของความโปร่งใส

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน