เครือข่ายผู้หญิง เสนอรมช.แรงงาน แรงงานหญิง แม่และเด็ก ตกงาน อดอยาก รุนแรง ช่วงโควิด-19

Share on facebook
Share on google
Share on twitter

รมช.แรงงาน รับข้อเสนอเครือข่ายผู้หญิงแก้ไขการละเมิดสิทธิผู้หญิงในที่ทำงาน การเลิกจ้าง  การพัฒนาฝีมือ และการหางาน พร้อมสินเชื่อดอกเยี้ยต่ำ

วันที่ 11 กันยายน 2563 ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมด้านสตรี และเด็กฯ ร่วมมือ แบ่งปันสุขให้แม่และเด็ก ปลอดภัย จากโควิด  19 ได้ยื่นข้อเสนอต่อ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ณ ณ ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน โดยเครือข่ายฯได้มีการรายงานข้อมูลฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการทำงานเชิงรุกของ“ภาคีเครือข่ายความร่วมมือแบ่งปันสุขให้แม่และเด็ก ปลอดภัย จากโควิด 19” ที่ได้ร่วมมือทำกิจกรรม มอบถุงยังชีพ  ช่วยเหลือ แม่และเด็กกลุ่มเปราะบางยากลำบาก จำนวน 5,289 ครอบครัว ให้เข้าถึงเช่น หน้ากากอนามัย  เจล ทำความสะอาด นม อาหารที่จำเป็น และได้เห็นถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงมาตรการเยียวยาของรัฐ และข้อจำกัดในศักยภาพของตัวแรงงานผู้หญิงและครอบครัว ที่มีสถานการณ์ความทุกข์ยากไม่แตกต่างกัน เครือข่ายฯจึงได้มีการสังเคราะห์ฐานข้อมูลของกลุ่มแม่ แรงงานและเด็กที่เข้ามารับการช่วยเหลือ เพื่อเป็นข้อเสนอเร่งด่วนและข้อเสนอเชิงนโยบายในการออกแบบวางแผนรองรับในภาวะวิกฤตจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โควิด-19 หรือภัยพิบัติอื่นที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ภาพรวม ตัวเลขการว่างงาน ตกงานในระบบที่เป็นแรงงานหญิง

จากข้อมูลรวม ของ สำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผลกระทบจากโควิด -19  มีลูกจ้างเสี่ยงถูกเลิกจ้าง 8.4 ล้านคน ว่างงาน 4 แสนคน และเด็กที่จบการศึกษาใหม่ไม่มีงานทำ 527,000 คน ขณะที่ตัวเลขจากสำนักงานประกันสังคม มีผู้มาขึ้นทะเบียนการว่างงาน 330,260 คน และยังมีกลุ่มเสี่ยงจะตกงานจำนวนประมาณการ 3 กลุ่ม ประมาณการณ์ได้ 8.3 ล้านคน จากการสำรวจภาวะการทำงานหรือสำรวจแรงงานพ.ศ.2562 พบว่ามี “สตรีที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 36.30 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานประมาณ 17.2 ล้านคน หรือร้อยละ 58.7 ของสตรีอายุ 15ปีขึ้นไปทั้งหมด ซึ่งมีการประมาณการว่ากลุ่มเสี่ยงตกงารน ประมาณ 8.3 ล้านคน จะเป็นกลุ่มในประเภทงาน 3 กลุ่ม ที่ใช้แรงงานหญิงมากกว่าร้อยละ70 ดังนี้

1) กลุ่มแรงานภาคการท่องเที่ยวจำนวน 2.5 ล้านคน

2) กลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรมเสี่ยงว่างงานจำนวน 1.5 ล้านคน

3) กลุ่มแรงงานภาคบริการที่ไม่ใช่ท่องเที่ยวเสี่ยงว่างงานจำนวน 4.4 ล้านคน

ประเภทกิจการเลิกจ้าง

1) การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็คโทรนิกส์

2) กลุ่มกิจการ ขายส่งและขายปลีก ของใช้ส่วนบุคลของใช้ในครัวเรือน ขายเสื้อผ้า

3) กลุ่มงานด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริการด้านธุรกิจ

4) กลุ่มงานประเภทในภาคบริการ เช่น ลูกจ้างในร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ (ไม่ได้อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน)

สาเหตุการเลิกจ้าง นายจ้างอ้าง คือการขาดทุนสะสม และการไม่มีออเดอร์และจากการแพร่ระบาดโควิด 19 การปิดกิจการ

ผลกระทบต่อแรงงานหญิงทั้งในและนอกระบบ

  • นอกระบบ ประเภทงาน : ช่างเสริมสวย หมอนวด หาบเร่ แผงลอย รับงานไปทำที่บ้านอาชีพขนส่งสาธารณะ ขับแท็กซี่ หยุดงาน ตกงานทันที
  • ในระบบ นายจ้าง ปิดงาน เลิกจ้าง แบบไม่แจ้งล่วงหน้า / และบังคับให้ลาออก เช่นสมัครใจลาออก โดยมีนัยยะ ว่า นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่ให้ลูกจ้างไปใช้สิทธิประโยชน์ การว่างงานจากประกันสังคม อีกทั้ง ภาพลักษณ์ของนายจ้างก็ดูดี เพราะไม่มีประวัติ ไล่ลูกจ้างออก หรือบางกรณี ถูกลดวันทำงาน ปิดงานชั่วคราวถูกลดเงินเดือน หรือค่าจ้างรายวันเข้าไม่ถึงเงินเยียวยาในมาตรการของรัฐ / แรงงานหญิงตั้งครรภ์ ได้รับผลกระทบ นายจ้างถือโอกาส ให้สมัครใจลาออกหรือให้สิทธิลาคลอดและให้หยุดยาว/แรงงานหญิง ต้องแบกรับภาระต่อเนื่อง เมื่อศูนย์เด็กเล็กถูกปิด ต้องรับภาระที่อยู่อาศัยค่าเช่าห้อง

กรณีแรงงานข้ามชาติ

ข้อมูลแรงงานข้ามชาติ ที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2563
แรงงานข้ามชาติจำนวน 2.4 ล้านคน เป็น ประเภทแรงงานทั่วไป (นักลงทุน งานฝีมือ ชำนาญการ) 1.1 แสนคน
@ เข้า มาแบบ BOI จำนวน 4.4 แสนคน
@ แรงงานที่พิสูจน์สัญชาติเดิมจำนวน 3,029 คน
@ แรงงาน ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วจำนวน 9.9 แสนคน
@ แรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติครม.20 สิงหาคม 2562 จำนวน 1.2 ล้านคน
@ ได้รับใบอนุญาตและทำงานแล้วจำนวน 7.1 แสนคน
@ แรงงานรอดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานจำนวน 5.5 แสนคน

ภาพรวม ผลกระทบต่อ ผู้หญิง  แม่ เด็ก และครอบครัว 

  1. ภาวะว่างงานเนื่องจากรัฐบาลสั่งปิดสถานประกอบการเพราะสถานการณ์โควิด ทำไห้ไม่มีรายได้
  2. รายได้ลดลงเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้านทำให้ค้าขาย หรือทำธุรกิจยาก
  3. ตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายซื้อนม ของใช้และอาหารในครัวเรือน
  4. เป็นประชาชน ผู้หญิงและเด็กที่ไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว แต่พอมีสถานการณ์โควิดทำให้ครอบครัวลำบากกว่าเดิม
  5. ว่างงานกลับประเทศไม่ได้เพราะมีการปิดด่าน ปิดช่องทางการบิน ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องและกินใช้ ในกลุ่ม แรงงานหญิงไทยทำงานในต่างประเทศ หรือ แรงงานข้ามชาติหญิงทำงานในประเทศไทย (พม่า กัมพูชา ลาว )
  6. สถานการณ์ที่ยากลำบาก ของ พ่อแม่ ส่งผลให้ เด็กได้อาหารไม่เพียงพอ ขาดสารอาหาร /ขาดนันทนาการ ไม่ได้เล่นตามวัย / เรียนออนไลน์ มีปัญหา ต่อชีวิตพ่อแม่ ต้องมาคอยดูแลควบคุมลูกให้เรียน พ่อแม่เครียด ทะเลาะกัน ทุบตีทำร้ายในครอบครัว กลายเป็นความเครียดสะสม
  • มาตรการ เร่งด่วน : จัดทำถุงยังชีพชุดครอบครัว ชุดแม่และเด็ก ชุดผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียงโดยความร่วมมือของรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ถุงยังชีพ มีการกระจายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม /

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

มาตรการ ช่วยให้แรงงานหญิง ที่เป็นแม่และเด็กกลุ่มเปราะบางอยู่รอด ปลอดภัยได้รับอาหารที่มีคุณภาพ    

1) ควรมีจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน หรือจากเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อจัดสรรเป็น กองทุนแม่และเด็กในสถานการณ์โรคระบาดภัยพิบัติ โดยมีหน่วยภาคงานรัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนต้องเป็นสัดส่วนที่สมดุล เข้าเป็นคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือ กลุ่มแม่ครอบครัวที่เปราะบางที่เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ การจัดสรรหรือถึงแม้ได้รับเงินเยียวยา แต่ไม่มากพอที่จะดูแลลูกได้เพียงพอ  โดยเฉพาะ กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีลูกหลายคน ต้องดูแล กลุ่มพิเศษ หรือ กลุ่มที่ตกหล่น

2)  แผนฟื้นฟูสร้างงานสร้างรายได้ในชุมชน /จังหวัด ให้มีแผนรองรับ การจ้างงาน กลุ่ม ผู้หญิง กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวและพิจารณาดูความเหมาะสมในลักษณะงานที่สอดคล้องกับภาวะที่ต้องทำงานพร้อมการเลี้ยงลูก เพราะในสถานการณ์แพร่ระบาด ศูนย์เด็กเล็ก ต้องปิดบริการ แม่แม่ต้อง เลี้ยงลูกเอง หรือ ผู้หญิงเป็นกลุ่มประชากรแฝงมาแต่งงานหรือทำงานในพื้นที่อื่น ทำให้ไม่มีสิทธิเข้าถึง การบริการในทุกด้าน

3) ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับแรงงานหญิง เช่นความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในสถานประกอบการ หรือที่ทำงาน ต้องปรับปรุงกฎหมายแรงงานเรื่องขอให้สถานประกอบการเพิ่มประเด็นการคุ้มครองแรงงานหญิง ไม่ให้ถูกคุกคามทางเพศในมิติต่างๆโดยมีส่วนงานของคณะกรรมการความปลอดภัย (คปภ.) หรือ(จป.) ในการรับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานกับกลไกทางกฎหมายคุ้มครองเด็กสตรี เพื่อการเอาผิดกับผู้กระทำความความรุนแรงต่อแรงงานหญิงในสถานประกอบการ

4) ขอให้กระทรวงแรงงานได้แก้ไขกฎหมายลูกประกันสังคม ในการให้ลูกจ้างทำงานบ้านที่ร้อยละ 90 เป็นแรงงานหญิง ได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ประกันตนในประกันสังคมได้ เพื่อให้ลูกจ้างในกลุ่มนี้ได้เข้าถึงระบบการสร้างเสริมสุขภาพอย่างได้มาตราฐานแรงงาน

5) ขอให้กระทรวงแรงงานมีมาตรการการช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด เพื่อให้สามารถเดินทางกลับประเทศหรือการมีงานทำ เนื่องจากมีหญิงไทยในต่างประเทศบางส่วนนั้น สถานประกอบการปิด ตกงานไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน รวมถึงรายได้ในการใช้ชีวิต และมีความเสี่ยงในการเข้าไม่ถึงในการรักษาสุขภาพในต่างประเทศ

6).ขอให้กระทรวงแรงงาน เปิดหน้าเว็ปไซค์ หรือจัดทำ แอฟ ผู้หญิง แม่ตกงาน ได้งาน และรณรงค์ให้ ผู้หญิงเข้าใช้บริการ เพือ่เป็นช่องทาง ให้ ผู้หญิง ตกงาน ว่างงาน  แม่ที่ยากลำบาก  ได้เข้ามา ขอความช่วยเหลือได้ จะได้เปิด เป็นพื้นที่ ให้ผู้หญิงมาร้องทุกข์ ใน เรื่อง การถูกเอาเปรียบ จากการจ้างงาน ละเมิดทางเพศ หรือถูกเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุแห่งเพศ ภายใต้กฎหมายแรงงาน พรบ โอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ และ CEDAW อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ

7). ขอให้กระทรวงแรงงานยกระดับ การทำงานเชิงรุกในพื้นที่ ชุมชน ร่วมกับกระทรงมหาดไทย และภาคีเครือข่าย องค์กร เด็กสตรี ที่มายื่นจดหมายในวันนี้   ทำกิจกรรม ผู้หญิง แม่ตกงานได้งาน เพื่อให้กลุ่มผู้หญิงอาชีพอิสระ และตกงาน ได้เข้าถึง การทำงานในพื้นที่

ข้อเสนอของแรงงานหญิงข้ามชาติ   

8). ขอให้กระทรวงแรงงาน ได้ให้แรงงานข้ามชาติ ที่อยู่ในช่วงรอต่อใบอนุญาตทำงาน สามารถซื้อบัตรสุขภาพแรงงานข้ามชาติได้ทุกโรงพยาบาลของรัฐและสำนักงานประกันสังคม ต้องเร่งตรวจสอบเอาผิด นายจ้างที่หักเงินสมทบส่วนลูกจ้างไปแล้วไม่นำส่งสำนักงานประกันสังคมเนื่องเพราะจะทำให้แรงงานเมื่อประสบปัญหาด้านสุขภาพแล้วไม่สามารถเข้ารักษาได้และไม่อาจได้รับการคุ้มครองในสิทธิประโยชน์อื่นในประกันสังคมเป็นต้น

9). ขอให้กระทรวงแรงงาน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกักขังแรงงานก่อนส่งกลับให้มีมาตรการณ์ป้องกันโคหวิด-19 ในสถานกักกัน อันรวมถึงการให้อุปกรณ์ป้องกัน การมีพื้นที่ห่างกัน และ การตรวจหาไวรัส และรักษาอย่างเหมาะสม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

10). ขอให้มีขั้นตอนการสื่อสารแรงงานข้ามชาติ ได้รับข้อมูลชัดเจนในสิทธิ์ในการป้องกัน และตรวจ รักษา โควิด- 19  อันรวมทั้งการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอย่างเพียงพอ

11). ขอให้กระทรวงแรงงาน มีมาตราการช่วยรายได้ที่ลดลงเพราะนายจ้างลดเวลาทำงาน  นายจ้างและรัฐควรช่วยเหลือแม่ลูกอ่อน ที่ไม่มีเงินซื้อนม รวมทั้งผู้หญิงที่มีลูกไปโรงเรียนไม่ได้ โรงเรียนปิด กลับบ้านประเทศตัวเองไม่ได้

12). ขอให้กระทรวงแรงงานได้จัดทำฐานข้อมูลแรงงานหญิงทั่วประเทศ เพื่อสามารถคุ้มครองสิทธิ พัฒนาความร่วมมือกับนายจ้างเพื่อไม่ให้ ถูกนายจ้างเอาเปรียบ หรือบางกรณีต้องใช้กฎหมายบังคับนายจ้างไม่ให้ถือโอกาสเลิกจ้าง โดยไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้เครือข่ายภาคีแรงงานหญิง และภาคประชาสังคมเครือข่ายแม่และเด็ก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับข้อเสนอ และเร่งปฏิบัติการสนับสนุนข้อเสนอที่ภาคีเครือข่ายฯได้นำเสนอไปแล้วอย่างเร่งด่วนที่สุด

ด้านศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ซึ่งมีหากหลายมิติ มีความต้องการของผุ้หญิงในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพิ่มเติทม ซึ่งผู้หญิงก็มีหลายกลุ่มมีทั้งกลุ่มผู้หญิงที่อายุไม่มากไปจนถึงผู้หญิงสุงอายุ ลักษณะการพัฒนาฝีมือแรงงานจึงแตกต่างกัน จริงแล้วในกรมพัมนาฝีมือแรงงานก็มีหลักสูตรในการพัฒนาฝีมือแรงงานอยู่แล้ว เราอาจการสื่อสารที่จะทำให้กลุ่มผู้หญิงได้รับรู้ ด้วยประเทศไทยมี 77 จังหวัด รวมไปถึงทางเครือข่ายได้เสนอเรื่องการคุ้มครองสิทธิสตรีในสถานที่ทำงาน เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิแรงงาน การล่วงละเมิดทางเพศ เรื่องความไม่ปลอดภัยในที่ทำงาน ที่ไม่ใช่ความไม่ปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรซึ่งอยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเราก็ทราบดีว่า เรื่องการละเมิดทางเพศในสถานที่ทำงาน มีลักษณะเช่นไร ซึ่งทางกระทรวงแรงงานจะนำเรื่องดังกล่าวไปขับเคลื่อน

ในการช่วยเหลือกลุ่มสตรี ที่นายกรัฐมนตรีให้นโยบายคนไทยสร้างชาติ การสร้างแรงงานคุณภาพการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไทย เรื่องการให้โอกาสกลุ่มเปราะบางซึ่งหนึ่งในนั้นคือแรงงานสตรีกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงสูงจากผลกระทบจากการว่างงาน ซึ่งต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงานแบบที่กลุ่มสตรีต้องการ และ การส่งเสริมการจ้างงาน การประกอบอาชีพ ที่สอดคล้องกับศักยภาพ และความต้องการในการทำงาน เช่น การทำงานแบบเต็มเวลา (Full-time) การทำงาน ระยะสั้น หรือบางช่วงเวลา (Part-time) อาชีพอิสระ ซึ่งต้องมีเงินทุน และกระทรวงฯได้มีการบูรณาการเข้ากับกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงฯโดยกรมพัมนาฝีมือแรงงานก็จะเข้าร่วมบสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ซึ่งจะมีธนาคารพานิชย์ ธนาคารของรัฐเข้าร่วม เพื่อให้สินเชื่อ ซึ่งเขาก้ต้องการให้ผู้ที่ผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงานตรงนี้เข้าร่วมที่จะไปเป็นผู้ประกอบการกูตรงนี้ได้ และยังมีแบงก์รัฐ อย่างธนาคารออมสินที่มีวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว ดอกเบี้ยไม่สูงที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้สตรีได้พัฒนาทักษะกับกระทรวงแรงงานแล้วเข้าถึงแหล่งทุนได้

เรื่องต่อมาเกี่ยวกับประกันสังคมซึ่งก็รับมา ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคม มีการทำงานเชิงรุกอยู่แล้ว อย่างผู้หญิงที่คลอดลูกต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อนเมื่อต้องคลอด ก็ต้องมาดูกันว่าจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน วึ่งเป็นเรื่องเชิงปฏิบัติและทางสำนักงานประกันสังคมก็รับไปหารือว่าจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อผู้หญิงจะได้ไม่ลำบาก เพราะบางคนต้องไปกู้เงินมาจ่ายเมื่อคลอดบุตร เราก็ผู้หญิง เป็นแรงงานหญิงก็ต้องดูแลกัน ส่วนตัวเลขอาจต้องนำมาดูกัน ใกล้จัดงาน job expo ที่ไบเทค บางนา สมุทรปราการ ที่จะมีตำแหน่งงาน 1 ล้านตำแหน่งให้เลือกสมัครกัน ก็จะมีการขึ้นทะเบียนคนว่างงาน คงต้องดูการประชาสัมพันธ์ผ่านกระทรวงฯต่อไป

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน