เครือข่ายข้ามชาติ เสนอรัฐตั้งกองทุนดูแลแรงงานข้ามชาติ

องค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ เสนอรัฐตั้งกองทุนช่วยเหลือ ถึงการผ่อนผันด้านกฎหมายให้แรงงานข้ามชาติอยู่ในประเทศได้ หลังนายจ้างบอกลาไม่ต่อสัญญาจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ระบบประกันสังคมว่างงานเข้าไม่ถึงสิทธิ

วันที่ 17 เมษายน 2563 ปัญหาแรงงานข้ามชาติภายใต้ สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ซึ่งมีผลกระทบกับแรงงานทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ ทั้งในระบบ นอกระบบ ซึ่งกระทบทั้งด้านอาชีพ และความไม่ปลอดภัยจากการระบาดของโรค

นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กร ด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า  ด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติที่ได้รับปผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 นั้น แรงงานข้ามชาติกลุ่มแรกที่ได้รับผบกระทบคือแรงงานภาคบริการ ในโรงแรม หรือเกี่ยวเนื่องกับโรงแรม ร้านอาหาร ลูกจ้างที่ค้าขายในห้าง ลูกจ้างในผู้ประกอบการขนาดเล็ก ตอนนี้ก็ลามไปถึงลูกจ้างทำงานบ้านอีกด้วย  ด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมายและเข้าระบบประกันสังคม จะได้รับประกันว่างงานเมื่อถูกเลิกจ้าง จะได้รับประกันสังคมกรณีว่างงาน แต่ปัญหาคือ เมื่อลูกจ้างแรงงานข้ามชาติออกจากงานต้องหานายจ้างให้ได้ภายใน 30 วัน และนายจ้างต้องแจ้งรัฐภายใน 15 วัน ทำให้แรงงานข้ามชาติเข้าไม่ถึงสิทธิประกันการว่างงานที่รัฐกำหนดไว้เลย หรือหากได้รับก็เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้แรงงานข้ามชาติดูจะถูกละเลยในการเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างมาก แบบรัฐไม่ได้ใส่ใจช่วยเหลือ ขณะนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เห็นอย่างเช่น แรงงานข้ามชาติถูกเลิกจ้าง ด้วยนายจ้างอ้างโควิด-19 ที่เชียงราย จริงๆแล้ว นายจ้างค้างค่าจ้างมาหลายเดือนก่อนจะมีกรณีโควิด-19 เมื่อมีเหตุการนี้ก็อ้างเหตุนี้เลิกจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง และค่าชดเชยให้ ซึ่งเมื่อแรงงานไปร้องรัฐในพื้นที่ก็มีปัญหาเรื่อง เจ้าหน้าที่อยู่ในโครงการwork from homeให้แรงงานกรอกเอกสารคร.7 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบก็ไม่รับเลขประจำตัวแรงงานข้ามชาติ และเอกสารก็เป็นภาษาไทยอีกด้วย

อีกที่ที่หนักมากคือ แรงงานภาคบริการที่จังหวัดภูเก็ต นายจ้างไม่เลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าจ้าง ด้วยเข้าใจอยู่ว่า หากเลิกจ้างให้ลูกจ้างกลับบ้านไปแล้วเมื่อต้องเปิดกิจการจะขาดแรงงานทำงานก็เลยให้ลูกจ้างอยู่ในพื้นที่ ซึ่งหนักถึงขนาดไม่มีกิน ซึ่งความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยก็ไม่มีเข้าไม่ถึง ต้องให้แรงงานด้วยกันช่วยกันเอง มีแรงงานข้ามชาติที่ระดมความช่วยเหลือไปแจกอาหาร มีองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าไปช่วยกัน ซึ่งก็แจกให้คนไทยที่เดือดร้อนด้วย เนื่องจังหวัดภูเก็ต ปิดเมืองทั้งหมด ข้ามตำบลไม่ได้ และการออกจากที่พัก เป็นปัญหาเรื่องมาตรการป้องกันด้านสุขภาพต้องมีเจลล้างมือ ต้องมีหน้ากากอนามัย ซึ่งเงินจะซื้อกินยังไม่มี แรงงานจึงไม่ได้ออกไปข้างนอก ด้วยนายจ้างเองก็กลัวจะไปติดไวรัสโควิด-19 กลับเข้ามา แต่ก็ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ได้ใช้มาตรา 75 หยุดงานชั่วคราวด้วย จึงไม่รู้จะทำกันอย่างไรในส่วนแรงงานข้ามชาติภาคบริการ นอกจากคนที่พอจะมีงานทำก็ไปช่วยคนที่ไม่มีงานทำ อดิศร กล่าว

อดิศร กล่าวอีกว่า ด้านแรงงานข้ามชาติที่รับจ้างทำงานบ้าน ที่เริ่มมีปัญหาบ้าง คือ นายจ้างไม่ให้เข้าไปทำงานทที่บ้าน ทำให้ไม่ได้รับค่าจ้างเช่นกัน ด้วยนายจ้างเป็นห่วงว่าจะนำโควิด-19 ไปติดต่อในบ้าน เนื่องจากเดี๋ยวนี้ส่วนหนึ่งแรงงานที่ทำงานตามบ้านจะถูกให้ออกมาเช่าหอพักข้างนอก นายจ้างจึงกลัวจะติดโควิด-19 และตอนนี้นายจ้างก็work from home ซึ่งสามารถทำงานเองในบ้านได้ดูแลลูกได้จึงไม่จ้าง ทำให้แรงงานต้องตกงาน ส่วนแรงงานประมงตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบ ซึ่งตนมีข้อเสนอดังนี้

  1. แรงงานข้ามชาติที่ทำงานตามบ้านควรให้เขาทำงานได้มากกว่านายจ้างหนึ่งคนได้ เพื่อให้เขาสามารถไปหางานบ้านหลังอื่นๆทำได้จะช่วยให้เขามีรายได้เพื่อประทังชีวิตอยู่ได้ วึ่งตอนนี้กฎหมายยังไม่อนุญาติ
  2. กรณีแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาถูกกฎหมาย ที่มีระบบประกันสังคมดูแล กับกลุ่มที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม

2.1 ให้ดูแลเรื่องฟอร์มรับเรื่องราวร้องทุกข์คร.7 ให้สามารถที่จะรับเลขทะเบียนแรงงานข้ามชาติ และปรับภาษาให้ตรงกับแรงงานข้ามชาติเพื่อความสะดวกในการยื่นคำร้อง

2.2 ให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงระบบประกันสังคมกรณีว่างงานอย่างแท้จริง คือตอนนี้ไม่มีการจ้างงานแน่ รัฐต้องผ่อนผันระเบียบการจัดหางานที่แรงงานข้ามชาติต้องหางานหานายจ้างภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นไปได้ยาก และตอนนี้ชายแดนก็ปิดแรงงานเคลื่อนย้ายไม่ได้ ก้ควรให้เขาได้รับสิทธิประกันสังคมกรณีว่างงานด้วย

2.3 ให้กรณีแรงงานข้ามชาติที่ส่งเงินประกันสังคมไม่ครบ กรณีว่างงานให้ได้รับสิทธิ 5,000 บาท ของประกันสังคมด้วยเพื่อเขาจะได้มีเงินในช่วงที่ไม่มีงานทำ และส่วนของแรงงานข้ามชาติบางกลุ่มที่นายจ้างไม่ไดนำเข้าประกันสังคม คิดว่า ควรมีการจัดตั้งกองทุนมาดูแลเขาด้วย เนื่องจากเมื่อมีการเปิดกิจการแรงงานข้ามชาติต้องเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจ และเศรษฐในประเทศให้เดินหน้าต่อไป

  1. รัฐบาลต้องมีการผ่อนผันกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีหลายฉบับเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เขาอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากด่านปิด และช่วยขยายการประกันสุขภาพไปก่อน ให้เขาสามารถเข้าถึงการรักาพยาบาล ตามหลักสิทฺมนุษยชน
  2. รัฐบาลควรตั้งคณะทำงานเข้ามาช่วยคิด เพื่อการดูแลแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะ ด้วยเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางมาก เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นธรรมกับเขาด้วย

ด้านนางสาวสุธาสินี แก้วเหล็กไหล เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Workers Rights Network – MWRN) กล่าวว่า ปัญหาแรงงานข้ามส่วนหนึ่งได้ร้องทุกข์มาที่องค์กรคือนายจ้างอ้างว่าไม่มีการทำงานก้ไม่จ่ายค่าจ้าง

กรณีที่ 1 อยู่ที่จังหวัดสงขลา เป็นกลุ่มแรงงานก่อสร้างหลายร้อยคน และนายจ้างก็ห้ามออกนอกแค้มป์คนงาน เพราะกลัวจะไปติดโควิด-19กลับเข้ามา ซึ่งนายจ้างจะเข้าเอาอาหารไปให้บ้าง อย่าง 3 วันครั้ง 4 วันครั้ง ตอนนี้แรงงานก็เก็บผักในบริเว้นที่พักกินกัน เนื่องจากออกมาข้างนอนกไม่ได้ และหลักๆคือไม่มีเงินไปซื้อด้วย ออกไปก้ต้องสวมหน้ากากซึ่งเขาก็ไม่มี ซึ่งลำบากมากตอนนี้ ตอนนี้แรงงานข้ามชาติที่พอมีการจ้างงานก็ช่วยเหลือกันเองอยู่ไม่มากไม่น้อย นี้คืออุตสาหกรรมก่อสร้างที่สงขลา

  1. อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าและก่อสร้างที่จังหวัดอยุธยา ก็มีนายจ้างไม่นายจ้างไม่หยุดงาน แต่ไม่จ่ายค่าจ้ายให้ราว 20 คน กลุ่มนี้ก้ไม่มีข้าวกินเช่นกัน ด้วยสัญญาว่าจ้างยังเดินไปตามกำหนดงานต้องเสร็จ แต่เงินไม่มีจ่ายลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างได้จ่ายค่าจ้างเพียงวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2563 แต่ยังค้างค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 16-29 กุมภาพันธ์2563 จนปัจจุบัน
  2. กรณีบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้า ที่สมุทรสาคร มีการปิดงานชั่วคราวทั้งแรงงานไทย และแรงงานข้ามชาติ โดยในส่วนของแรงงานข้ามชาติ นายจ้างไม่ต่อสัญญาจ้าง และไม่จ่ายค่าชดเชยให้กับแรงงานข้ามชาติ แม้ว่าจะทำงานมา 5-6 ปีแล้ว ซึ่งก็เข้าระบบประกันสังคมกรณีว่างงาน แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่พระราชบัญญัติจัดหางาน ซึ่งกำหนดว่า แรงงานข้ามชาติ เมื่อออกจากงาน หรือตกงานก็ต้องรีบหานายจ้างให้ได้ภายใน 15 วัน และอีกภายใน 15 วันนายจ้างที่รับแรงงานข้ามชาติเข้าทำงานก็ต้องแจ้งภายใน 15 วันรวมเป็น 30 วัน ทำให้แรงงานไม่สามารถใช้ประกันสังคมกรณีว่างงาน แต่ตอนนี้แรงงานจะหางานที่ไหนได้ จะมีใครจ้างแรงงานตอนนี้ด้วยการระบาดของไวรัสทำงานตกงานจำนวนมาก และเขาก้ไม่สามารถกลับประเทศไทย รัฐควรมีมาตรการดูแลแรงงานข้ามชาติด้วยการผ่อนผันในระยะนี้ จำนวนแรงงานที่ไม่ได้รับการต่อสัญญา 40 คน และนายจ้างใช้มาตรา 75 ปิดงานชั่วคราวอีกด้วย ยังมีโรงงานตัดเย็บเลื้อผ้าขนาดเล็กอีกแห่งเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย 51 คน อีกด้วย โรงงานเดียวกันที่นนทบุรี มีแรงงานข้ามชาติ 80 คนไม่ได้รับการต่อสัญยาจ้างเช่นกัน
  3. ดรงงานผลิตรองเท้าแตะที่จังหวัดนครปฐม เบลิกจ้างจ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ราว 100 คน
  4. สมุทรปราการ โรงงานสิ่งทอตัดเย็บเสื้อผ้า ปิดกิจการชั่วคราว 100-200 คน
  5. ผลิตกล่องนม หยุดกิจการชั่วคราว เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 แรงงานข้ามชาติราว 500 คน
  6. แรงงานข้ามชาติ จังหวัดภูเก็ต ในประเภทกิจการโรงแรม 4 คน มีแรงงานไทย 9 คน หยุดกิจการชั่วคราว

ยังมีอีกหลายแห่งทั้งโรงงานขนมปัง หยุดงาน 3 วัน ให้ทำงาน 4 วัน เพื่อที่จะได้พอมีค่าจ้างในการดำรงชีวิต ที่จังหวัดปทุมธานี มี 10 คนที่นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่ต่อสัญญาจ้าง 49 คน ผลิตไก่ 300 คนไม่ได้ค่าจ้าง และไม่ต่อสัญยาจ้สง 35 คน

โดยรวมแรงงานข้ามชาติจำนวนมากได้รับผลกระทบนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่เลิกจ้าง ไม่ให้ออกนอกสถานที่ทำงานเพือความปลอดภัย และอีกกลุ่มคือนายจ้างไม่ต่อสัญญาจ้าง หรือเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย บางที่ไม่จ่ายค่าจ้างด้วย ซึ่งตรงนี้รัฐบาลไทยยังไม่มีมาตรการเข้าไปดูแล และการผ่อนผันให้เขาอยู่ในประเทศอย่างไรต่อไป เมื่อแรงงานยังหางานทำไม่ได้ในขณะนี้ และสิทธิประกันสังคม เขาจะเข้าถึงอย่างไรได้บ้าง มาตรการช่วยเหลืออื่นๆสำหรับแรงงานกลุ่มนี้ละคืออะไร

แหล่งข่าวที่สระบุรี เล่าว่าในพื้นที่สระบุรีเองตอนนี้ก็มีประเด็นปัญหาของแรงงานข้ามชาติที่นายจ้างลอยแพ ไม่จ่ายค่าจ้าง และค่าชดเชยใดๆเลยอีกจำนวนหนึ่ง จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรากรดูแลแรงงานกลุ่มนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นถุงยังชีพ หรือว่าเงิน งานเพื่อการยังชีพของแรงงานข้ามชาต้ด้วย

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน