อรท.หนุนสร้างคลองกระ

2016-01-18 17.08.31

องค์การแรงงานฯหนุนสร้างคลองกระ ชี้คุ้มค่าสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศ ไม่กระทบความมั่นคง

วันที่ 17 มกราคม 2559 องค์การแรงงานแห่งประเทศไทย (อรท.) ได้จัดเสวนา เรื่อง “ การขุดคลองกระประเทศไทยได้อะไร และแรงงานได้อะไร ” ณ ห้องประชุมราชา โรงแรมรัตนโกสินท์ โดยมีนายบรรจง บุญรัตน์ ประธานองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย (อรท.)เป็นประธานกล่าวเปิดเวทีเสวนา ซึ่งในช่วงเช้าเป็นการเสวนาในหัวข้อ “ โครงการขุดคลองกระจะส่งผลอย่างไรต่อประเทศไทย ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง” โดยผู้ร่วมเสวนาทั้งหมด 5 ท่าน ได้แก่ 1.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ 2.นายภักดี ธนะปุระ 3.ดร.มนต์ชัย พินิจจิตสมุทร 4.พลเรือเอกศุภกร บูรณดิลก 5.พลเอกกิติศักดิ์ รัฐประเสริฐ และนางดารี อารีชาติ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ได้กล่าวว่าโครงการขุดคลองกะได้เริ่มมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยวิศวกรชาวฝรั่งเศสเพื่อใช้เชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียเพื่อประโยชน์ในการค้าขาย จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการขุดคลองกระ ซึ่งทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพลิกเศรษฐกิจของประเทศ ประโยชน์ของการขุดคลองกะ คือเป็นทางลัดเนื่องจากคลองกระจะช่วยลดเวลาการเดินเรือถึงสามวันครึ่งโดยไม่ต้องเสียเวลาอ้อมแหลมมาลายู ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 15% อีกทั้งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากการลงทุนได้กว่า ห้าหมื่นล้านดอลล่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งคลองกระจะเป็นแผนที่การเดินเรือแห่งใหม่ของโลก และจะช่วยแบ่งรายได้จากประเทศสิงคโปร์และช่วยลดรายจ่ายสำหรับนักลงทุนในประเทศไทยที่ไม่ต้องเสียค่าเปลี่ยนเรือที่ประเทศสิงคโปร์ และยังช่วยสร้างงานให้กับคนไทยถึง500,000 – 2,000,000 คน

2016-01-18 17.09.34นายภักดี ธนะปุระ กล่าวว่า ช่องทางเดินเรือระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญมีอยู่3 แห่ง ได้แก่

1.ช่องแคบมะละกา

2.ช่องแคบชุนด้า

3.ช่องแคบลอมบ๊อก ที่ไทยต้องรีบขุดคลองกระ เพราะช่องทางเดินเรือที่สั้นที่สุดคือช่องแคบมะละกาที่ประเทศสิงคโปร์ผูกขาดรายได้จากพานิชย์นาวี เพราะมีการเดินเรือมากที่สุดในโลก และ50% ของเรือเดินสมุทรทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบมะละกา เป็นเรือขนส่งน้ำมัน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องความตื้นเขินของช่องแคบมะละกา และกระแสน้ำเชี่ยวมากรวมถึงปัญหาเรื่องความแออัดของเรือจำนวนมาก คาดว่า อีกไม่นานช่องแคบมะละกาก็น่าจะปิดตัวลง ถ้าประเทศไทยรีบขุดคลองกระก็จะเป็นช่องทางเดินเรือที่สั้นที่สุด ประหยัดเวลาลดต้นทุน ถึงมีการเก็บค่าผ่านทางก็ยังคุ้ม ไทยก็จะดึงเม็ดเงินและผลประโยชน์มาสู่ประเทศไทย และจช่วยให้GDPของไทยโตเป็น 2 เท่า จึงตอบปัญหาเรื่องการคุ้มทุน คุ้มค่า ส่วนเรื่องการลงทุนก็มีวิธีที่เราไม่ต้องลงทุนทั้งหมดโดยจะให้นานาชาติร่วมลงทุนซึ่งมีหลายวิธีทั้งให้สัมปทาน การประมูล ฯลฯ แต่อธิปไตยเหนือคลองกระยังเป็นของไทย และยังเป็นกุศโลบายในการป้องกันตัวเองโดยใช้ผลประโยชน์ร่วมกันเป็นตัวป้องกัน

ดร.มนต์ชัย พินิจจิตสมุทร กล่าวว่า คิดว่าเรื่องการศึกษาผลดีผลเสียคงไม่ต้องพูดถึง แต่ปัญหาที่ติดขัดอยู่น่าจะเป็นเรื่องความคุ้มค่าจากการสร้างมากกว่า ช่องทางการขนส่งที่ถูกที่สุดคือการขนส่งทางน้ำ ได้มีโอกาสไปดูงานที่ท่าเรือทวาย ประเทศพม่า ทะเลสวยมาก และถ้าเดินเรือผ่านคลองกระถึงท่าเรือทวาย จะช่วยประหยัดเวลาได้ถึง 5 วัน ซึ่งนักลงทุนสนใจเพียงต้นทุนหากสามารถลดต้นทุนได้เขาก็ใช้ ต่อให้เราเก็บค่าผ่านทางหากเขาคิดแล้วว่ามันลดต้นทุนได้เขาก็จะใช้ แต่ในส่วนของค่าผ่านทางคงเก็บได้ไม่มากนัก เพราะช่องทางเดินเรืออื่นเขาไม่เก็บค่าผ่านทางกัน เราจึงต้องคิดว่าจะเก็บจำนวนเท่าไรไม่ให้เขารู้สึกไม่กระทบต่อต้นทุนเดิมที่เขาเคยจ่าย ดังนั้นจึงต้องมีท่าเรือและนิคมฯมารองรับน่าจะมาจากการลงทุน และภาคบริการ ปัญหาเรื่องความคุ้มค่า ที่สำคัญจะสร้างท่าเรือก็ต้องมีเรือผ่านและควรมีนิคมฯอุตสาหกรรม สองฝากฝั่งจะเกิดธุรกิจเกิดการจ้างงานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนดุลอำนาจทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้

2016-01-18 17.11.14

พลเรือเอกศุภกร บูรณดิลก และ พลเอกกิติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ได้พูดถึงประเด็นด้านความมั่นคง ในด้านความมั่นคงภายในเรื่องการแบ่งแยกดินแดงที่หลายฝ่ายกังวล เป็นเรื่องของการปกครองไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเพราะเรามีรัฐเดียวจะแบ่งเป็นกี่เกาะก็ยังปกครองโดยประเทศไทย ส่วนเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ที่หลายฝ่ายกลัวว่าจะเพิ่มขึ้น ปัญหาไม่น่าจะเกี่ยวกับการขุดคลองกระแต่อยู่ที่การแสวงหาผลประโยชน์ ความเหลื่อมล้ำ คิดว่าหากมีการขุดคลองกระและเปิดใช้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เมื่อกินดีอยู่ดีปัญหาก็จะค่อยๆหมดไป ให้ใช้แนวทางพระราชทานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา และด้วยภูมิศาสตร์และพื้นที่ประเทศไทยที่ขวางกั้นมหาสมุทรแปซิฟิคกับมหาสมุทรอินเดียไว้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดเส้นทางเดินเรือคลองกะซึ่งจะช่วยเปิดให้เงินทองไหลผ่านประเทศมากขึ้น
จากกนั้นในช่วงบ่ายได้มีการเสวนากันในเรื่อง “โครงการขุดคลองกระกับการพัฒนาเขตเศรษบกิจพิเศษและการสร้างงานในประเทศ ซึ่งมีดร.ฐาปนา บุญหล้า ประธานมูลนิธิโลจิสส์ติกส์แห่งเอเชีย นายจรูญ ศิริปัญจพร ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร คณะกรรมาธิการด้านกิจการแรงงาน นายโทนี่ โรสโตลล์ที่ปรึกษารัฐบาลดูไบ โดยมีนายพิชัย ซื่อมั่นเป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ดร.ฐาปนา บุญหล้า กล่าวว่า รัฐบาลใช้เงินกับโครงการศึกษาและสรุปไว้เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่อนุมัติกับลงมือทำ คลองกระตัดผ่าน 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคงอยู่ในเส้นทางเรือสากลมีที่หลบมรสุมได้ทั้ง 2 ฝั่ง มีแหล่งน้ำจืดเพียงพอในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีทั้งอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมซ่อมบำรุงเรือ และจะเกิดการจ้างงานมากขึ้น ดังนั้นเรื่องความคุ้มค่านั้นเกินคุ้มค่าแล้ว แต่มันเป็นปัญหาอยู่ที่การเมืองมากกว่า มีความพยายามจากต่างประเทศที่จะให้ล้มโครงงานขุดคลองกระ จึงยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เมืองไทยประสบความสำเร็จในการอนุมัติโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะใช้เวลานานหลายสิบปี หรือโครงการรถไฟรางคู่มาตรฐาน และรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ ส่วนโครงการขุดคลองกระใช้ต้นทุนต่ำสุดกลับยังไม่ประสบความสำเร็จ

นายจรูญ ศิริปัญจพร ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ของประเทศจีนซึ่งจะเห็นถึงท่วงทำนองการก้าวของประเทศมหาอำนาจนี้ จีนเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก เพราะน้ำมันเป็นสายเลือดของระบบอุตสาหกรรมในจีน ปละจีนกำลังแสวงหาน้ำมันมาใช้ในประเทศให้มากที่สุด แต่จีนมีกรณีพิพาททางทะเลกับหลายประเทศ รวมถึงปัญหาการทุนของจีนในต่างประเทศ ทำให้จีนต้องมองหาช่องทางทางการขนส่งทางทะเลแห่งใหม่ และกำลังปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ต่อประเทศชายแดน จีนมองประเทศกำลังพัฒนาเป็นฐานในทางเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญต่อการแสวงหาความร่วมมือแบบพหุภาคี แต่การลงทุนในประเทศไทยมีปัญหาที่กฎหมายไทยยังไม่ให้สิทธิในการให้เอกชนประมูลหรือรับงานได้ทั้งหมดบริษัทเดียว หากจะลงทุนควรเป็นแบบรัฐต่อรัฐมากกว่า

ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร กล่าวว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้นำระดับสูงของสิงคโปร์เมื่อหลายปีก่อนจึงได้รู้ว่าสิงคโปร์ใช้ประโยชน์จากการข้อมูลการมาใช้ท่าเรือใช้น่านน้ำของสิงคโปร์ ทำให้รู้ข้อมูลประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจไทย จึงทำให้ประเทศสิงคโปร์ได้เปรียบทางการค้ากับหลายประเทศ สำหรับประเทศจีนนั้นสนับสนุนให้ไทยขุดคลองกระ เพราะจะได้อาศัยเป็นช่องทางขนส่ง ซึ่งหากไทยมีการขุดคลองกระจะได้ประโยชน์หลายอย่างจะเกิดธุรกิจการค้าขายวัสดุสินค้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง เกิดการจ้างงานอย่างมาก เช่นในช่วงขุดคลองประมาณ 300,000 คนแต่ส่วนนี้อาจจะได้ประโยชน์กับแรงงานต่างชาติมากกว่า และหากมีการสร้างมหานครทางเศรษฐกิจหรือเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะเกิดบริษัทหรือโรงงานกว่า 50,000 แห่ง ทำให้เกิดการจ้างงานประมาณ 1,000,000 คน ไปอย่างน้อย 5 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษที่เกิดขึ้นแล้ว 6 แห่ง ปีหน้าอีก 6 แห่ง หากเกิดที่บริเวณคลองกระ ก็จะเป็น 13 แห่ง ซึ่งไทยจะเสียโอกาสอย่างมากหากไม่สร้างคลองกระ

ด้านนายโทนี่ โรสโตลล์ ที่ปรึกษารัฐบาลดูไบ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 30 ก่อนรัฐบาลดูไบ กว่าจะเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น รัฐบาลได้ให้ตนเดินทางรอบโลกเพื่อศึกษาสถานที่ตั้ง ข้อกฎหมาย ระบบโลจิสสติก แรงงาน ความสะดวกด้านสาธารณูปโภค และนิสัยของคนชาติต่างๆ จนสามารถสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา โดยใช้นโยบายปลอดภาษีระยะยาว เพื่อดึงดูดนักลงทุน

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน