ส่งเสริมป้องกันหรือ จะให้คนงาน เจ็บป่วย พิการ ตาย ก่อน

 

จะส่งเสริมป้องกันหรือ จะให้คนงาน เจ็บป่วย พิการ ตาย ก่อนหรือไง ? 
กับการปันงบดอกผลจากกองทุนเงินทดแทน 20%ให้กับกองทุนความปลอดภัยอาชีวอนามัยฯ     
 
โดยสมบุญ สีคำดอกแค
ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานฯ
 
นับจากที่ พรบ.เงินทดแทนประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537  การทำงานของกระทรวงแรงงานก็ทำงานตั้งรับมาโดยตลอด ถึงวันนี้เข้าสู่  17 ปีแล้วที่กฎหมาย พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 พึ่งจะมีการแก้ไขเข้าสู่สภาด้วยมติคะแนนเสียง 334 เสียง เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พรบ.เงินทดแทนดังกล่าว  โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่มี นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ เป็นประธานและมีกรรมาธิการฝ่ายผู้ใช้แรงงานได้รับแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ร่วมนั่งแปรญัติเพื่อปรับปรุงกฎหมาย คือ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คุณสมบุญ สีคำดอกแค  ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ถูกผลกระทบโดยตรงและคุณมนัส โกศล  สถิติข้อมูลจากผลการทำวิจัยระยะสั้นของสภาเครือข่ายฯร่วมกับมูลนิธิอารมณ์พงษ์พงัน โดยได้รับงบสนับสนุนจาก สำนักงานวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม 2552 ตัวอย่างข้อมูลตัวเลขสถิติสะสมของการสูญเสีย
สุขภาพความปลอดภัยของแรงงานไทย ตั้งแต่ ปี 2531 – 2552 (21 ปี) จะยิ่งตกใจมาก
 
สถิติการประสบอันตรายจากการทำงานที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง 3,598,180  ราย 
 
สถิติการสูญเสียอวัยวะบางส่วนจากการทำงานที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง 71,225 ราย 
 
สถิติการเป็นโรคจากการทำงานที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง 54,396 ราย
 
สถิติการตายหรือเสียชีวิตจากการทำงานที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง 15,931 ราย 
 
นี่คือตัวเลขของคนงานที่เข้าถึงสิทธิ กองทุนเงินทดแทนเท่านั้น  เพราะอุบัติเหตุและเป็นโรคที่เห็นชัดไม่นับรวมโรคที่เกิดจากสารเคมีหลายชนิดเข้าสู่ร่างกายป่วยเรื้อรังและตายฟรีหรือโรคที่เกิดสืบเนื่องจากการทำงาน ไม่รู้อีกจำนวนเท่าไหร่  “ เพราะชีวิตคนงานกำลังเสี่ยงกับเครื่องจักรอันตรายและภัยจากสารเคมีร้ายแรง อยู่ทุกวินาทีทุกลมหายใจอุตสาหกรรมไทยเรา
 
•  เน้นแรงงานราคาถูก การทำโอที  (12 ชม.ต่อ 6 วันต่อสัปดาห์)  หรือ 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ซึ่งในต่างประเทศเขาทำงานกันแค่ 35 ชม. ต่อสัปดาห์เท่านั้น 
 
•  เทคโนโลยี่ต่ำ แต่การแข่งขันสูง โดยเฉพาะแข่งกันกับประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาด้วยกัน เช่น ลาว เขมร เวียดนาม 
 
•  ขาดความมั่นคง เพราะลักษณะการจ้างงานมีการยืดหยุ่นสูง เน้นการจ้างเหมา เอางานกลับไปทำข้างนอก ใช้คนงานข้ามชาติ ขาดสวัสดิการและกฎหมายคุ้มครอง
 
•  ขาดความปลอดภัย การเจ็บป่วยด้วยโรคจากพิษภัยที่มองไม่เห็นและอุบัติเหตุต่าง ๆและโรคที่เกิดสืบเนื่องจากการทำงานด้วยการเร่งการผลิตจนทำให้คนงานต้องเป็นโรคโครงสร้างกระดูกจำนวนมากเกือบทุกอุตสาหกรรม หรือสถิติสูงสุด แต่ก็มีปัญหาในการเข้าถึงสิทธิเงินทดแทนยากเย็น ในขณะที่เกือบทุกประเทศมีปัญหาเรื่องการวินิจฉัยโรค
 
แม้พวกเราขบวนการแรงงาน  และร่วมกับหลายๆองค์กร ร่วมกันผลักดันจนกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 ใน มาตรา 44  ระบุว่า“คนงานย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสภาพในการทำงานรวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพทั้งในระหว่างการทำงานและเมื่อพ้นสภาวะการทำงาน หรือครม.มีมติเมื่อ11 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 ยกเรื่อง สุขภาพความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน เป็นวาระแห่งชาติ “คนงานปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี   แต่หาได้มีงบประมาณในการทำงานไม่ มีกฎหมายและมีมติ ครม.แล้วก็ตามทีปัญหาสุขภาพความปลอดภัยก็ไม่ได้ลดลงเลย รวมถึงคนงานยังไม่ได้รับการคุ้มครองที่ดีพอตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและสิทธิมนุษยชน