สหภาพพนักงานสปส. เสนอปรับปรุงสวัสดิการพนักงานประกันสังคม และ ปฏิรูปสำนักงานใหม่

วันที่ 21 เมษายน 2566 สหภาพพนักงานประกันสังคม สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย(สสรท.) และ สหพันธ์แรงงานกิจการสาธารณูปโภคระหว่าประเทศ – ประเทศไทย (PSI – THAI) ได้เข้าพบผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขอให้ปรับปรุงสวัสดิการของพนักงานประกันสังคม และ ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม โดยได้มีข้อเสนอ ดังนี้

เรื่อง ขอให้ปรับปรุงสวัสดิการของพนักงานประกันสังคม และ ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการดูแลผู้ประกันตนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่นับตั้งแต่วันก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ2533 จนถึงปัจจุบันกองทุนเติบโตขึ้นอย่างมาก มีเงินในกองทุนต่าง ๆ รวมแล้วมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท มีผู้ประกันตนในมาตรา 33 มาตรา 39 และ 40 ประมาณ 14 ล้านคน แต่ในท่ามกลางการดำเนินกิจการได้มีประเด็นปัญหา และคำถามมากมายที่ผู้ประกันตนเรียกร้อง ตั้งคำถาม ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ ความโปร่งใสในการดำเนินงาน ผลประโยชน์ตอบแทน สิทธิต่าง ๆ ของผู้ประกันตนที่แตกต่าง ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ครอบคลุม เป็นต้น

สำหรับผู้ปฏิบัติทั้งที่เป็นราชการ พนักงานราชการ พนักงานประกันสังคม ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมกัน แตกต่างกันอย่างมากโดยเฉพาะพนักงานประกันสังคมแทบไม่มีสิทธิ สวัสดิการใด ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าราชการ ทั้งในช่วงเวลาที่ทำงาน และวันที่เกษียณอายุจากหน่วยงานเลย ช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 20 ปี รัฐบาลมีนโยบายจำกัดอัตรากำลังของข้าราชการ สำนักงานประกันสังคมจึงมีอัตรากำลังข้าราชการไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบ และเนื่องจากพระราชบัญญัติบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้คณะกรรมการประกันสังคมมีอำนาจจัดสรรเงินไม่เกินร้อยละสิบของเงินสมทบที่เก็บได้ในแต่ละปีมาใช้จ่ายในการบริหารประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจึงว่าจ้างพนักงานประกันสังคมมาปฏิบัติหน้าที่ทดแทนอัตรากำลังข้าราชการ โดยในปัจจุบันพนักงานประกันสังคมเป็นบุคลากรส่วนใหญ่ คือ ประมาณร้อยละ 65 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดของประกันสังคม สภาพปัญหาการบริหารงานของประกันสังคมขาดความคล่องตัว เพราะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของข้าราชการและฝ่ายการเมือง ในบางครั้งก็เกิดปัญหาเรื่องการบริหารงาน การใช้งบประมาณที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ประกันตน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและผู้ประกันตนในหลายเรื่อง
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนของพนักงานประกันสังคมพนักงานต้องทำงานอย่างหนักในการให้บริการ ตอบคำถามต่อผู้ประกันตน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับงานที่รับผิดชอบ

เนื่องจากค่าจ้าง สวัสดิการไม่คุ้มกับค่างาน โอกาสก้าวหน้าในอาชีพมีน้อย คนดี คนเก่ง ส่วนหนึ่งจึงออกจากสำนักงานไป เพื่อหาที่ทำงานที่ดีกว่า ซึ่งเป็นการสูญเสียของสำนักงานทั้งงบประมาณและเวลาในการสร้างคนดีคนเก่งดังกล่าว แต่ไม่สามารถรักษาไว้ได้ ส่วนคนดี คนเก่งที่ยังคงทำงานอยู่กับสำนักงานประกันสังคมก็ขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ท้อแท้ สิ้นหวัง คุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ทำให้พนักงานขาดขวัญกำลังใจเกิดการท้อแท้สิ้นหวังอย่างที่กล่าวมาแล้ว พนักงานประกันสังคมซึ่งเป็นบุคลากรส่วนใหญ่ของสำนักงานประกันสังคม ส่งผลต่อประสิทธิภาพของสำนักงานประกันสังคม ในการส่งมอบบริการให้นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน พนักงานประกันสังคมไม่สามารถทนอยู่ในสภาพการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วได้ จึงได้รวมตัวกันเป็น “สหภาพพนักงานประกันสังคม” ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้บุคลากรของสำนักงานประกันสังคมมีค่าจ้าง สวัสดิการ โอกาสก้าวหน้าในอาชีพเท่าเทียมกัน ตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล ไม่ถูกกีดกันโดยระบบ ทั้งในขณะที่ทำงาน และการเกษียณอายุ

จึงมีข้อเสนอต่อผู้บริหารประกันสังคม ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และรัฐบาล ดังต่อไปนี้
1. ให้ประกันสังคมจัดสวัสดิการบำเหน็จเกษียณอายุให้พนักงานประกันสังคมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพนักงานประกันสังคมเริ่มเกษียณอายุตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2565 เป็นจำนวน181 คน
2. ให้กระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการประกันสังคม ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานบุคคลให้พนักงานประกันสังคมมีค่าจ้าง สวัสดิการ และโอกาสก้าวหน้าในอาชีพคุ้มกับค่างานเช่นเดียวกับข้าราชการ
3. ให้มีการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เป็นองค์กรอิสระ มีการบริหารงานบุคคลเป็นเอกภาพ มีการบริหารงานที่สนองตอบต่อความต้องการของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งจะสามารถเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนได้มากกว่า เนื่องจากจะมีความคล่องตัวในการบริหารงานแบบมืออาชีพ โปร่งใส และที่สำคัญต้องมีส่วนร่วมจากผู้ประกันตนเพื่อให้การดำเนินงานของระบบประกันสังคมเป็นไปตามเจตนารมณ์การก่อตั้งสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีการศึกษามาหลายครั้ง มีข้อสรุปแต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอที่แถลงในครั้งนี้ จะได้รับการตอบสนองจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อทำให้ประกันสังคมตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง และเครือข่ายการปฏิรูปประกันสังคม
จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องต่อไป