สหภาพคนทำงานเสนอมาตรการดูแลแรงงานหลังถูกสั่งปิดแคมป์

สหภาพคนทำงาน ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสุเทพ อู่อ้น ประธานกรรมาธิการการแรงงาน นายจรัส คุ้มไข่น้ำ เลขานุการกรรมาธิการกการแรงงาน นายทวีศักดิื ทักษิน โฆษกกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรมารับหนังสือข้อเรียกร้องเรื่อง ข้อเสนอเพื่อลดผลกระทบจากคำสั่งปิดแคมป์แรงงานในกลุ่มคนงานก่อสร้าง และแรงงานข้ามชาติ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 นำโดยนางสาวธน พรวิจันทร์ และคนทำงานกว่า 20 คน เข้าร่วมยื่นหนังสือ ซึ่งมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีมติสั่งปิดแคมป์คนงานชั่วคราวในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล พร้อมขอความร่วมมืองดการเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งหมดในเวลานี้ และต่อมามีราชกิจจานุเบกษาเเผยแพร่ คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 6/2564 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 เผยแพร่ในวันที่ 27 มิถุนายน 2564  รวมถึงมีการใช้กำลังทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุขเข้าควบคุมในพื้นที่แคมป์งานก่อสร้างได้สร้างความตกใจในหมู่แรงงานจำนวนมาก

นางสาว ธนพร วิจันทร์ ผุ้แทนสหภาพคนทำงานกล่าวว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลได้ส่งผลกระทบต่อคนงานในภาคการก่อสร้างอย่างมาก โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติที่เสี่ยงหลุดออกไปจากระบบการจ้างงานตามกฎหมายมากขึ้น นอกเหนือไปจากการเผชิญปัญหาพื้นฐานที่ผ่านมา ทั้งการทำงานข้ามเขตพื้นที่ การไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ทันเวลาเนื่องจากไม่มีค่าดำเนินการและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอ สหภาพคนทำงานเป็นการรวมตัวของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ เพศ เพศสภาพ เชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว หรือศาสนา มีข้อเสนอต่อรัฐบาลในการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานต่อไปนี้

  1. ประกาศนิรโทษกรรมให้กับแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายทุกคนในประเทศเป็นการชั่วคราว 6 เดือน พร้อมกับเปิดขึ้นทะเบียน และยุติการกวาดล้างจับกุมทันที เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามมาดำเนินการขึ้นทะเบียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถถึงระบบเฝ้าระวังโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติที่มีนายจ้างแต่ไม่ได้เข้าประกันสังคมให้ดำเนินการเข้าประกันสังคมย้อนหลังได้ 3 เดือน เพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลเกิดทันที รวมถึงบังคับใช้กฎหมายประกันสังคมอย่างจริงจังเพื่อแรงงานจะได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ตามกฎหมาย
  3. ผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายให้เป็นผู้มีสิทธิในประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวชั่วคราว 6 เดือน โดยให้ขยายสิทธิครอบคลุมถึงการตรวจรักษาโควิด-19 ทันที
  4. ยกเลิกมาตรการปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง เพิ่มมาตรการตรวจเชิงรุก เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ การจัดตั้งศูนย์พักรอสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยง การจัดพื้นที่สำหรับกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงภายในแคมป์แรงงานที่มีความพร้อม พร้อมจัดตั้งศูนย์ตรวจโควิดสำหรับแรงงานในทุกพื้นที่ ยกเลิกเงื่อนไขการตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยง รวมถึงพัฒนากลไกการเข้าถึงวัคซีนที่เท่าทียม ทั่วถึงและเหมาะสมแก่ทุกกลุ่มแรงงานโดยเร็วที่สุด
  5. รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการเพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัยของแรงงานข้ามชาติโดยยึดหลักปฏิบัติตามข้อแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ค.ศ. 1961 (ฉบับที่ 115) เรื่องที่พักอาศัยของคนงาน
  6. รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยเท่ากับรายได้ปกติของแรงงาน ในกรณีที่จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีการใช้มาตรการปิดแคมป์แรงงาน หรือมีคำสั่งที่ส่งผลให้ต้องยุติการทำงานในทุกกิจการ
  7. รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในแสวงหาการมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเพิ่มผู้แทนจากแรงงาน ภาคประชาสังคมในคณะทำงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในทุกระดับ นอกเหนือไปตัวแทนหน่วยงานราชการ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าและสมาคมธนาคารเท่านั้น

เราเชื่อว่าสังคมไทยจะรอดพ้นจากวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัย ถ้าทุกคนในประเทศไทยได้รับการดูแลรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

ด้านนายสุเทพ อูอ้น ประธานกรรมาธิการการแรงงาน กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปตั้งกระทู้สอบถามถึงมาตรการเยียวยาของแรงงานทุกกลุ่มซึ่งเสียงสะท้อนต่อประเด็นการเข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาที่ภาครัฐใช้มุมมองเพียงด้านเดียว ในการดูแลแรงงานทุกกลุ่ม และผลักภาระส่วนหนึ่งให้กับนายจ้างในการดูแลแรงงานเองด้วย อย่างแรงงานภาคบริการ แรงงานก่อสร้าง เป็นต้น

โดยแรงงานหญิงชาวกัมพูชากล่าวด้วยนำเสียงสั่นเครือว่า “เราไม่มีค่าจ้างรายได้เลยตอนนี้ เรายังไม่รู้จะอยู่กันอย่างไรในหนึ่งเดือนที่ถูกสั่งปิด วอนขอให้รัฐบาลไทยเห็นใจช่วยพวกเราด้วย”

ทั้งนี้ทางสหภาพคนทำงานได้เดินทางไปยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องเดียวกันต่อนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาลผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์แล้วในช่วงเช้า

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน